สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
หนังสือเล่มนี้โดยชื่อภาษาไทยนั้นดูน่าสนใจมากๆ ยิ่งอ่านปกหลังยิ่งน่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการเปลี่ยนคนเก่งที่เงียบแต่ไม่ง่อยกล้าอวยแบบมีศิลปะ คุณMeredith Fineman ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นเจ้าของบริษัท เป็นนักพูด ที่เกี่ยวกับเรื่องการอวยตัวเอง เธอได้รับผลกระทบจากการที่เธอเองมีของแต่อวยคนไม่เป็น ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงด้วยแล้วโอกาสที่เธอจะประสบความสำเร็จ เป็นแนวหน้าได้นั้นยากเย็นมาก เธอค่อยๆปรับตัวเอง ปรับแนวคิดจนเธอเองกล้าที่จะอวย อาจจะอวยแล้วผิดพลาดไปบ้างเป็นประสบการณ์ จนก่อนที่จะออกหนังสือเล่มนี้เธอไปพูดที่งานพูดงานหนึ่งแล้วมีคนขอให้เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับการอวยและสุดท้ายก็ได้คลอดเป็นเล่มออกมา
ต้องบอกก่อนว่าหนังสือในช่วงแรกอาจจะอ่านไม่ได้สนุกนักสำหรับผู้ชายและคนธรรมดาทั่วๆไป เนื่องจาก 1)คุณMeredith เห็นความสำคัญของสิทธิสตรีที่ว่าพวกเธอเหล่านั้นได้รับโอกาสน้อย เธอเขียนถึงการต่อสู้ของผู้หญิงในการให้ได้รับโอกาสขึ้นมาเสียส่วนใหญ่ 2)ตัวอย่างทั้งหมดเป็นตัวอย่างของผู้ที่มาขอรับคำปรึกษาจากเธอ(ลูกค้า)ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด แนวคิด ประสบการณ์ที่พวกเธอได้รับก็จะเป็นแบบผู้หญิงๆ 3)ตัวอย่างที่เธอได้ยกขึ้นมา เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้ว เป็นอินฟลูเอนเซอร์ไปแล้ว อ่านแล้วดูไม่ค่อยจะปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้
เนื่องจากเธอเป็นนักเขียนใหม่สำนวนของเธอ หรืออาจจะสำนวนของผู้แปลใส่ความเป็นผู้หญิงไปมากเลยทีเดียว การเขียนของคุณMeredith เป็นวิธีการเล่าเรื่องของตัวเอง กับบุคคลตัวอย่างที่เคยให้คำปรึกษามาจึงทำให้จับประเด็นยากสักหน่อย และเราหวังว่าคุณMeredith จะเขียนงานเขียนออกมาได้ดีกว่านี้อีกเอาใจช่วยนะ ซึ่งเป็นความเห็นของเราคนเดียว และไม่ได้หมายความว่าคนอื่นที่อ่านจะรู้สึกเหมือนเรา คุณผู้หญิงทั้งหลายอาจจะชอบอ่านมากๆก็เป็นได้
หลังอ่านบทที่หนึ่งที่เป็นบทปูพื้นโดยคุณMeredith ใช้การเล่าเรื่องเกี่ยวกับการอวย การต่อสู้ในการแย่งตำแหน่งเลื่อนขั้น การปลุกความมั่นใจ การหาโอกาสในการได้แสดงความคิดให้ในการประชุม การสอดแทรกบทบาทในการประชุม การเตรียมตัวเตรียมผลงานของตัวเองแล้ว
ตั้งแต่บทที่2 คุณMeredith ได้เข้าประเด็นเป็นข้อๆ หัวข้ออ่านแล้วได้ประโยชน์มาก แยกแยะชัดเจน คุณMeredithได้แนะนำในการเขียนเรซูเม ว่าให้เขียนเป็น 3แบบคือ แบบยาว แบบสามย่อหน้า และแบบสองบรรทัด การแสดงภาพถ่าย และสมควรจะมีเวปไซต์ส่วนตัวเพื่อแนะนำและแสดงผลงานของตัวเอง บทที่สองเป็นหัวใจของการอวยตัวเองเลย อวยในทุกๆสถานะการณ์ อวยโดยใช้คำพูดอย่างไรไม่ให้ดูน่าเกลียด อวยด้วยการไม่ได้ใช้คำอวยแทรกซึมในความรู้สึกไปเรื่อยๆ การตั้งประเด็นในการอวยโดยใช้การวิเคราะห์เป้าหมายก่อน รวมถึงการพูดในที่สาธารณะซึ่งเป็นโอกาสสำคัญมากๆที่จะได้อวยตัวเอง และปิดท้ายบทนี้ด้วยการอวยตัวเองในโลกออนไลน์
บทที่3 เป็นบทที่เรียกว่าอวยให้เหมือนมือโปร นอกจากจะอวยตัวเองในสังคม ในสถานที่ทำงาน ในฐานะตัวแทนบริษัทแล้ว การอวยให้เป็นแบบโปรในบทที่3 นี้คุณMeredithได้เล่าถึงปัญหาที่เจอกับตัวเองและวิธีการแก้ไข การรับมือกับคอมเมนท์แย่ๆที่นักเลขคีย์บอร์ดเขียนมา การรับฟังความเห็นของคนเราที่ควรจะรับฟัง และจะรับมือกับความอิจฉาที่เกิดขึ้นจากการอวยของเราได้อย่างไร หลังจากนั้นหัวข้อถัดไปคือการช่วยให้คนอื่นอวยเก่งขึ้น รวมถึงอวยพวกเขาด้วย ปิดท้ายด้วยวิธีการขอความช่วยเหลือให้คนอื่นอวยให้ตัวเรา
พออ่านจบกลับทำให้รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่ามากๆเลยโดยเฉพาะสองบทหลัง การอวยตัวเองเป็นอุปสรรคของหลายๆคน ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย โดยเฉพาะคนที่มีความเป็น Introvert มากๆ ทำให้พวกเขาไม่ได้รับโอกาสอย่างที่ควรจะเป็น บางครั้งอาจจะเสียผลประโยชน์จากคนอวยได้เก่งกว่าแต่ไม่ได้ทำงานเก่งจริงๆจังๆ ซึ่งมันน่าเสียดายมาก ได้เวลาเปล่งแสงของพวกเราแล้ว หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น