สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
ประเดิมเล่มแรกกันเลย
เราเลือกเล่มนี้ก่อนเล่มเล่มอื่นเลย 'อ่านให้เร็วและได้เรื่อง'
ISBN -9789744144416
ผู้เขียน -ฝ่ายวิชาการสำนักพิมพ์บิสคิต
สำนักพิมพ์ -บิสคิต จำนวนหน้า - 107 หน้า
หนังสือเล่มนี้อ่านจาก E-book โดยยืมมาจาก App TK read ไหนก็มาเรื่อง TK read แล้ว เราจะเล่าวิธียืมหนังสือจาก TK read ให้ฟัง วิธีการไม่ยุ่งยากเลย อันดับแรกก็สมัครสมาชิกให้เรียบร้อย เข้าไปที่แอปก็จะมีหนังสือให้เลือกพอสมควร หนังสือที่มีก็อยู่ในระดับที่น่าอ่าน เราคิดเองประเมินแล้ว เกิน 70% เลยทีเดียว
แต่ส่วนใหญ่มันจะไม่ค่อยว่างติดจองคิวยาว....เลย เค้าจะมีสต็อกหนังสือ E-book ให้ยืม เล่มละประมาณ 5 ก๊อปปี้ ให้ระยะเวลาคนที่ได้อ่าน 7 วัน ถ้าเกิน 7วันจะถูกบังคับให้คืนหนังสือ คนที่อ่านจบเร็วสามารถคืนหนังสือได้ก่อนกำหนด การจองเค้าจะแจ้งประมาณระยะเวลาที่เราได้อ่านหนังที่เราจองไว้ และเมื่อถึงคิว App จะมีการแจ้งเตือนว่าหนังสือที่จองสามารถกดโหลดอ่านได้
การอ่านหนังสือที่ยืมมา สามารถอ่านหนังสือได้ในทุกอุปกรณ์เลย ทั้งโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต PC สามารถอ่านพร้อมๆกันได้ แต่ต้องดาวน์โหลดหนังสือไว้ที่เครื่องก่อน หลังจากมีหนังสือที่เครื่องแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ อินเตอร์เน็ตในการอ่าน
--------------------------------------------------------------
เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ หนังสือเล่มนี้ได้อ่านจาก App TK read ยอดจองไม่มากเลย จากคิวที่จอง รอประมาณ 2 คิว เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากจองประมาณ 1 อาทิตย์ จำนวนหน้า 107 หน้า ไม่มากจนทำให้กำลังใจท้อแท้
เนื่องจากเราเคยอ่านหนังสือเล่มนึงที่มีเนื้อหาคล้ายๆกัน นั่นคือเล่มนี้
หลักการของหนังสือสองเล่มนี้คล้ายๆกัน จุดมุ่งหวังเพื่อให้อ่านได้เร็วกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน และสอนเทคนิคต่างๆ
เข้าเรื่องหนังสือเล่มพระเอกของเราเลย หนังสือเล่มที่ชื่อว่า อ่านให้เร็วและได้เรื่อง เริ่มแรกหนังสือเล่มนี้จะมีบทความให้อ่าน แล้วให้เราจับเวลา โดยปกติคนทีอ่านหนังสือทั่วๆ จะอ่านได้ประมาณ 150-250 คำต่อนาที หนังสือเล่มนี้บอกว่า ถ้าคนได้ฝึกเทคนิคอ่านเร็วแล้ว จะสามารถทำความเร็วในการอ่านได้อย่างน้อยๆ 500 คำต่อนาที
โดยทั่วไปนั้น การอ่านแบบปกติคือการอ่านแบบออกเสียง และใช้นิ้วชี้ตามไปได้วย ในเล่มสอนไว้เป็นขั้นตอนว่าว่าถ้าอยากอ่านให้เร็วขึ้น
ขั้นที่ 1 ต้องเปลี่ยนเป็นอ่านในใจ ชี้ตามตัวหนังสือไปเรื่อยๆ
ขั้นที่ 2 เปลี่ยนการอ่านเป็นคำๆ เป็นประโยค
ขั้นที่ 3 เปลี่ยนจากการอ่านแบบเป็นประโยค เป็นทีละ 1 บรรทัด โดยอ่านช่วงกลางของหนังสือ ซึ่งมีแบบฝึกหัดด้วย
ขั้นที่ 4 จากการอ่าน 1 บรรทัด เป็นทีละสองบรรทัด ขั้นที่ 5 อ่านทีละย่อหน้า
ขั้นที่ 6 หรือขั้นสูงสุด อ่านที่ละหน้า
จากขั้นตอนที่ 4 ถึงขั้นสูงสุดนั้น อ่านแล้วอาจจะได้ความเร็วไม่ต่างกันมาก ซึ่งอยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน
สถิติ ของคนที่อ่านหนังสือได้เร็วเป็นอันดับ 10 ของโลกอ่านได้ 1,560 คำต่อนาที อันดับ 9 1,750คำต่อนาที ส่วนอันดับ 8 อ่านได้ 1,782 คำต่อนาที
สรุปได้ว่า เล่มนี้ไม่อ่านไม่ได้ซะแล้ว
เราทบทวนสี่เหลื่ยมของหนังสืออีกทีนะ
สี่เหลี่ยมมุมที่ว่านี้มาจาก...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
4 เหลี่ยมของหนังสือเล่มที่ชือว่า อ่านให้เร็วและได้เรื่อง
1.Book Reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่ชอบอ่านหนัง และต้องการพัฒนาความเร็วในการอ่าน ใช้งานได้ดีมากโดยเฉพาะ Book Reader ที่เป็นนักกองดองทั้งหลาย
2.Objective - อ่านแล้ว ทำให้เราพัฒนาความรู้ หรือแม้กระทั่งพัฒนาการจัดการหนังสือของเราให้จบไว้ ใช้เวลาน้อยลง อ่านเล่มนี้เล่มเดียวใช้เทคนิคไดัไปตลอดชีวิต
3.Output - ผลจากการอ่าน ทำให้อ่านเร็วขึ้นได้อย่างน่าตกใจ การเคลียร์หนังสือของเรานั้น รวดเร็วขึ้น ใช้เวลาน้อยลง มีความภูมิใจในกตัวเองมากๆ เทคนิคนี้ ใช้ได้ตลอดชีวิต ใช้แล้วรู้สึกว่าเราเป็นนักอ่านที่เป็นมืออาชีพมากขึ้นๆ
4.Key - กุญแจนี้ เป็นกุญแจปลอดล็อคในการอ่านหนังสือเล่มต่อๆไป ตลอดชีวิตข้างหน้า เป็นตัวช่วยให้อ่านหนังสือแล้วมีความสุขมากขึ้นๆๆ
รอดูหนังสือเล่มถัดไปนะ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น