ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.10 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รถบัสพลังชีวิต The Energy Bus

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 10 'รถบัสพลังชีวิต The Energy Bus'



                    ISBN              9786162751479 
                    ผู้เขียน            -Jon Gordon
                    ผู้แปล             -นวพันธ์ ปิยะวรรณกร
                    สำนักพิมพ์     -
Knowledge Maker, สนพ.
                    จำนวนหน้า    - 208 หน้า
                    ตีพิมพ์ครั้งที่1 -ปี 2550 (ประเทศอเมริกา)

                เป็นหนังสือที่หายากมากๆเล่มนึง และราคาโหดมากในตลาดหนังสือมือสอง ด้วยความที่อยากอ่านกัด เราก็เลยกัดฟันซื้อมือสอง จนได้เป็นเจ้าของในที่สุด ชือหนังสือภาษาไทยใช้ว่า รถบัสพลังชีวิต เป็นลักษณะคล้ายๆนิยายก็ว่าได้ แต่เป็นนิยายทีสอดแทรกแนวทางหลักของผู้แต่งที่วางโครงเรื่อง แล้วเล่าเรื่องให้เข้มข้นไปตามแนวทาง 10 กฎทอง แห่งการเติมพลังชีวิต

                เนื้อเรื่องเป็นเรื่องของ จอร์จผู้จัดการทีมงานของบริษัทแห่งนึง ที่ดำเนินชีวิตที่ตกต่ำลงหดหู่ กดดัน และมีความโชคร้ายหลายๆเรื่อง ทั้งในเรื่องงานและครอบครัว ทุกๆอย่างดูเลวร้ายไปหมด ฉากแรกเริ่มจากรถที่จะต้องขับไปทำงานยางรั่วและยางสำรองของเขาก็ใช้งานไม่ได้ เขาต้องรีบไปทำงานโดยเค้าจะขอยืมรถอีกคันที่ภรรยาต้องออกไปทำธุระในวันนั้นเช่น ภรรยาไม่ยอม จอร์จหงุดหงิดที่จะต้องไปทำงานสาย แต่แท้ที่จริงแล้วจอร์จปล่อยให้รถยนต์ของเขาขาดการดูแล จอร์จหงุดหงิดและต้องนั่งรถบัสประจำทางไปทำงาน 

                เขาโชคดีที่ได้ขึ้นรถบัสคันนั้นที่จอยเป็นคนขับรถ จอยเห็นจอร์จหงุดหงิดและได้พูดคุยกับจอร์จโดยใช้ถ้อยคำสะกิดใจจอร์จอย่างตรงไปตรงมา เย็นวันนั้นเขานำรถไปซ่อมช่างบอกว่าจอร์จโชคดีมากที่นำรถมาที่อู่ รถรุ่นนี้ถูกเรียกกลับให้ไปเปลี่ยนอะไหล่เมื่อหลายปีก่อนแต่จอร์จปล่อยปะละเลยไม่นำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างบอกว่าถ้ายังใช้รถต่อไปมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ นี่เรียกว่าเป็นโชคดีของจอร์จ แต่ข่าวร้ายของจอร์จคือต้องรอถึง 2 อาทิตย์รถจึงจะซ่อมเสร็จ และหลังจากนี้อีก 2อาทิตย์ จอร์จจะต้องนั่งรถบัสที่มีจอยเป็นคนขับบัส จอร์จไม่ชอบเลยที่จอยขับรถและคอยแนะนำจอร์จในวันแรก

                จอยได้บอกกับจอร์จว่าความรู้สึกที่จอร์จมี และความโชคร้ายทั้งหลาย เกิดจากความคิด ทัศนคติทางลบ คนในรถบัสเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วทั้งนั้น แม่กระทั่งจอยเอง แต่ทุกคนผ่านมาได้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมมาก ทุกๆอย่างเกิดจากความคิดพลังเชิงบวก พลังความคิดเชิงบวกนั้นชนะได้ทุกอย่าง ทำให้ทุกผ่านช่วงเลวร้ายมาได้และมีชีวติที่ดีจนถึงตอนนี้ แม้กระทั่งจอยที่ขับรถบัสประจำทาง เธอยังทะงานขับรถบัสด้วยความสุข

                หลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์จะเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างที่ต้องขึ้นรถบัสไปกับจอยทุกๆวัน จอยคุยอะไรกับจอร์จ คนในรถบัสช่วยจอร์จยังไง หนังสือเขียนมาได้กระชับ อ่านเพลิน เนื้อเรื่องสอดประสานกันเป็นอย่างดี เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าเล่มนึงเลยในความรู้สึกของเรา

                กฎทอง 10 ข้อมีอะไรบ้าง

    1.คุณคือคนขับรถบัสของตัวเอง

    2.มีเป้าหมายและกำหนดทิศทางที่จะไปให้ชัดเจน

    3.เติมพลังสู่เป้าหมายด้วยการคิดเชิงบวก

    4.เชิญคนอื่นขึ้นรถบัสของคุณและให้พวกเขารู้เป้าหมายที่จะไป

    5.อย่าเสียพลังไปกับคนที่ไม่ยอมขึ้นรถบัสของคุณ

    6.คิดป้ายบอกว่า รถคันนี้ไม่ต้อนรับคนคิดลบ

    7.ความกระตือรือร้นดึงดูดผู้คนโดยสารมากขึ้นและช่วยกระตุ้นพวกเขาได้ระหว่างการเดินทาง

    8.รักผู้โดยสารทุกคน

    9.ขับอย่างมีจุดหมาย

    10.มีความสุขและสนุกไปกับการเดินทาง

                มีสองเรื่องในอีกหลายๆเรื่องที่เป็นเรื่องดีๆภายในเล่ม ที่จะเล่าให้ฟัง เรื่องแรกเป็นกฎแห่งความรัก การที่จะรักผู้อื่นเราต้องทำแบบนี้คือ ให้เวลา, รู้จักฟัง, ให้การยอมรับ, จงดูแล และจงดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา การที่เราจะรักใครซักคนเรามีความปรารถณาดีที่จะให้เค้าได้รับสิ่งดีๆ การดึงสิ่งที่ดีของเขาออกมาเขาก็จะแสดงความสามารถของพวกเขาออกมาและทำพวกเขามีคุณค่า นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ความรัก

                อีกเรื่องนึกช่วงท้ายเล่ม เป็นเรื่องของเอ็ดดี้ ชายอายุ 80ปี ที่อยู่บนรถบัส เค้าต้องดูแลภรรยาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์หลังจากภรรยาเสียชีวิต โดยที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นปี หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น ชายอายุ 80 ใช้ชีวิตโดยเล่นเปียโนทุกวัน เขียนบทกวี นั่งรถไฟไปเยี่ยมญาติ เขามีพลังชีวิตเปี่ยมล้นเหมือนหนุ่มสาวเลย 

                หลังจากนั้นก็มีคนบนรถบัสนำเอาผลวิจัยของกลุ่มคนที่มีอายุ 95 ปี โดยทำแบบสอบถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม คำตอบที่มีคะแนนมากที่สุดสามข้อได้แก่ 1)จะไตร่ตรองให้มากขึ้น มีความสุขกับช่วงชีวิตต่างๆให้มากขึ้น 2)จะใช้ชีวิตให้เสี่ยงและให้โอกาสกับตัวเองมากขึ้น ชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะไม่ลองสิ่งเหล่านั้น 3)พวกเขาจะทิ้งมรดกไว้หลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไป ข้อสามดูน่าสนใจมาก จอยขยายความในข้อสามไว้ว่า "ส่วนเรื่องมรดกนะ จำไว้ว่ามรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณทิ้งไว้ได้นั้น  ไม่ใช่ตึกอาคารที่ตั้งชื่อตามคุณ หรือไม่ใช่เพชรพลอยอะไร แต่เป็นโลกที่ได้รับอิทธิพลจากตัวคุณ ที่ซาบซึ้งไปกับการมีตัวตน ความสุขและการกระทำด้านบวกของคุณ" หามาอ่านให้ได้นะหวังว่าทุกคนจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้

                สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้อ่านทุกคนที่อ่านหนังสือได้ จริงๆคุณพ่อคุณแม่อ่านแล้ว สามารถเล่าให้เด็กๆฟังได้ การที่มีคนคิดบวกเพิ่มขึ้นหนึ่งคนในโลก โลกจะสวยงามขึ้นไปอีก 1 ระดับ
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน อ่านง่าย เข้าใจง่าย มีพลังเชิงบวกอัดแน่นในเล่ม
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้เป็นคนที่คิดบวกมากขึ้นเรื่องทั้งหลายที่รบกวนจิตใจที่เกิดขึ้น ตลอดวันหรือที่ผ่านมา เกิดจากการคิดลบทั้งนั้น
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ เมื่อเราคิดบวกได้แล้ว การทำให้คนอื่นคิดบวกตามเป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัว สังคม ประเทศ รวมถึงโลกของเราน่าอยู่ขึ้น แค่เราคิดบวกคนรอบข้างก็จะรับรู้ถึงพลังของเราได้       

      

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention