สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เป็นหนังสือที่หายากมากๆเล่มนึง และราคาโหดมากในตลาดหนังสือมือสอง ด้วยความที่อยากอ่านกัด เราก็เลยกัดฟันซื้อมือสอง จนได้เป็นเจ้าของในที่สุด ชือหนังสือภาษาไทยใช้ว่า รถบัสพลังชีวิต เป็นลักษณะคล้ายๆนิยายก็ว่าได้ แต่เป็นนิยายทีสอดแทรกแนวทางหลักของผู้แต่งที่วางโครงเรื่อง แล้วเล่าเรื่องให้เข้มข้นไปตามแนวทาง 10 กฎทอง แห่งการเติมพลังชีวิต
เนื้อเรื่องเป็นเรื่องของ จอร์จผู้จัดการทีมงานของบริษัทแห่งนึง ที่ดำเนินชีวิตที่ตกต่ำลงหดหู่ กดดัน และมีความโชคร้ายหลายๆเรื่อง ทั้งในเรื่องงานและครอบครัว ทุกๆอย่างดูเลวร้ายไปหมด ฉากแรกเริ่มจากรถที่จะต้องขับไปทำงานยางรั่วและยางสำรองของเขาก็ใช้งานไม่ได้ เขาต้องรีบไปทำงานโดยเค้าจะขอยืมรถอีกคันที่ภรรยาต้องออกไปทำธุระในวันนั้นเช่น ภรรยาไม่ยอม จอร์จหงุดหงิดที่จะต้องไปทำงานสาย แต่แท้ที่จริงแล้วจอร์จปล่อยให้รถยนต์ของเขาขาดการดูแล จอร์จหงุดหงิดและต้องนั่งรถบัสประจำทางไปทำงาน
เขาโชคดีที่ได้ขึ้นรถบัสคันนั้นที่จอยเป็นคนขับรถ จอยเห็นจอร์จหงุดหงิดและได้พูดคุยกับจอร์จโดยใช้ถ้อยคำสะกิดใจจอร์จอย่างตรงไปตรงมา เย็นวันนั้นเขานำรถไปซ่อมช่างบอกว่าจอร์จโชคดีมากที่นำรถมาที่อู่ รถรุ่นนี้ถูกเรียกกลับให้ไปเปลี่ยนอะไหล่เมื่อหลายปีก่อนแต่จอร์จปล่อยปะละเลยไม่นำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างบอกว่าถ้ายังใช้รถต่อไปมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ นี่เรียกว่าเป็นโชคดีของจอร์จ แต่ข่าวร้ายของจอร์จคือต้องรอถึง 2 อาทิตย์รถจึงจะซ่อมเสร็จ และหลังจากนี้อีก 2อาทิตย์ จอร์จจะต้องนั่งรถบัสที่มีจอยเป็นคนขับบัส จอร์จไม่ชอบเลยที่จอยขับรถและคอยแนะนำจอร์จในวันแรก
จอยได้บอกกับจอร์จว่าความรู้สึกที่จอร์จมี และความโชคร้ายทั้งหลาย เกิดจากความคิด ทัศนคติทางลบ คนในรถบัสเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วทั้งนั้น แม่กระทั่งจอยเอง แต่ทุกคนผ่านมาได้ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมมาก ทุกๆอย่างเกิดจากความคิดพลังเชิงบวก พลังความคิดเชิงบวกนั้นชนะได้ทุกอย่าง ทำให้ทุกผ่านช่วงเลวร้ายมาได้และมีชีวติที่ดีจนถึงตอนนี้ แม้กระทั่งจอยที่ขับรถบัสประจำทาง เธอยังทะงานขับรถบัสด้วยความสุข
หลังจากนั้นอีก 2 อาทิตย์จะเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างที่ต้องขึ้นรถบัสไปกับจอยทุกๆวัน จอยคุยอะไรกับจอร์จ คนในรถบัสช่วยจอร์จยังไง หนังสือเขียนมาได้กระชับ อ่านเพลิน เนื้อเรื่องสอดประสานกันเป็นอย่างดี เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าเล่มนึงเลยในความรู้สึกของเรา
กฎทอง 10 ข้อมีอะไรบ้าง
1.คุณคือคนขับรถบัสของตัวเอง
2.มีเป้าหมายและกำหนดทิศทางที่จะไปให้ชัดเจน
3.เติมพลังสู่เป้าหมายด้วยการคิดเชิงบวก
4.เชิญคนอื่นขึ้นรถบัสของคุณและให้พวกเขารู้เป้าหมายที่จะไป
5.อย่าเสียพลังไปกับคนที่ไม่ยอมขึ้นรถบัสของคุณ
6.คิดป้ายบอกว่า รถคันนี้ไม่ต้อนรับคนคิดลบ
7.ความกระตือรือร้นดึงดูดผู้คนโดยสารมากขึ้นและช่วยกระตุ้นพวกเขาได้ระหว่างการเดินทาง
8.รักผู้โดยสารทุกคน
9.ขับอย่างมีจุดหมาย
10.มีความสุขและสนุกไปกับการเดินทาง
มีสองเรื่องในอีกหลายๆเรื่องที่เป็นเรื่องดีๆภายในเล่ม ที่จะเล่าให้ฟัง เรื่องแรกเป็นกฎแห่งความรัก การที่จะรักผู้อื่นเราต้องทำแบบนี้คือ ให้เวลา, รู้จักฟัง, ให้การยอมรับ, จงดูแล และจงดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมา การที่เราจะรักใครซักคนเรามีความปรารถณาดีที่จะให้เค้าได้รับสิ่งดีๆ การดึงสิ่งที่ดีของเขาออกมาเขาก็จะแสดงความสามารถของพวกเขาออกมาและทำพวกเขามีคุณค่า นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ความรัก
อีกเรื่องนึกช่วงท้ายเล่ม เป็นเรื่องของเอ็ดดี้ ชายอายุ 80ปี ที่อยู่บนรถบัส เค้าต้องดูแลภรรยาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์หลังจากภรรยาเสียชีวิต โดยที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นปี หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้น ชายอายุ 80 ใช้ชีวิตโดยเล่นเปียโนทุกวัน เขียนบทกวี นั่งรถไฟไปเยี่ยมญาติ เขามีพลังชีวิตเปี่ยมล้นเหมือนหนุ่มสาวเลย
หลังจากนั้นก็มีคนบนรถบัสนำเอาผลวิจัยของกลุ่มคนที่มีอายุ 95 ปี โดยทำแบบสอบถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม คำตอบที่มีคะแนนมากที่สุดสามข้อได้แก่ 1)จะไตร่ตรองให้มากขึ้น มีความสุขกับช่วงชีวิตต่างๆให้มากขึ้น 2)จะใช้ชีวิตให้เสี่ยงและให้โอกาสกับตัวเองมากขึ้น ชีวิตมันสั้นเกินกว่าที่จะไม่ลองสิ่งเหล่านั้น 3)พวกเขาจะทิ้งมรดกไว้หลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไป ข้อสามดูน่าสนใจมาก จอยขยายความในข้อสามไว้ว่า "ส่วนเรื่องมรดกนะ จำไว้ว่ามรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณทิ้งไว้ได้นั้น ไม่ใช่ตึกอาคารที่ตั้งชื่อตามคุณ หรือไม่ใช่เพชรพลอยอะไร แต่เป็นโลกที่ได้รับอิทธิพลจากตัวคุณ ที่ซาบซึ้งไปกับการมีตัวตน ความสุขและการกระทำด้านบวกของคุณ" หามาอ่านให้ได้นะหวังว่าทุกคนจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น