ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.14 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เงินหรือชีวิต Your Money or Your Life

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 14 'เงินหรือชีวิต Your Money / Your Life'



                    ISBN              9786167982229 
                   ผู้เขียน            -Vicki Robin (วิกกี โรบิน),Joe Dominguez (โจ โดมิงเกซ),Monique Tilford (โมนีก ทิลฟอร์ด)
                    ผู้แปล             -ฐณฐ จินดานนท์
                    สำนักพิมพ์     -openbooks, สนพ.
                    จำนวนหน้า    - 640 หน้า
                    ตีพิมพ์ครั้งที่1 -ก่อนปรับปรุง ปี 2536 (อเมริกา)
                    ตีพิมพ์ปรับปรุง     -ปรับปรุงใหม่ ปี 2551 (อเมริกา)

                หนังสือเล่มหนาที่ชื่อว่าเงินหรือชีวิต ในเล่มมีผู้แต่ง 2 ท่านคือคุณวิกกี และคุณโจ โดยที่คุณวิกกี เป็นนักพูดนักเขียนชื่อดัง มีความสนใจในเรื่องการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ส่วนคุณโจเป็นนักวิเคราะห์การเงินที่ประสบความสำเร็จในวอลล์สตรีทและเขามีอิสรภาพทางการเงินเมืออายุ 31 ปี ทั้งคู่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการเขียนหนังสือเล่มนี้

                ขอบอกตามตรงก่อนที่เราจะได้อ่านเล่มนี้เราไม่เคยฟังรีวิว ไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าเนื้อหาในเล่มจะเป็นแบบไหน ชื่อหนังสือเงินหรือชีวิตในแวบแรกคิดว่าหนังสือคงมีเนื้อหาว่าจะเลือกอะไรระหว่างเงินหรือชีวิต คิดว่าเป็นแนวจิตวิทยาพัฒนาแนวคิด แต่พอเปิดอ่านไปแล้วมันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล  แหวกจากความคิดแรกไปมากทีเดียว แต่สุดท้ายในชื่อหนังสือที่ว่า เงินหรือชีวิต มันก็หมายความถึงเราสามารถอยู่อย่างพอเพียงและมีขีวิตที่ดีโดยที่เราไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราอ่านรอบนี้เป็นการอ่านรอบที่ปรับปรุงแล้ว จริงๆมีเล่มที่ยังไม่ได้ปรับปรุงด้วย ถ้าได้มีโอกาสอ่านจะมาเขียนรีวิวให้อีกทีนะ

                หน้าแรกหลังสารบัญมีคำถามที่ผู้เขียน เขียนไว้ว่าทำไมต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ มีคำถามหลายคำถามที่โดนใจ เช่น คุณมีเงินพอใช้ไหม, คุณมีเวลาอยู่กับเพื่อนและครอบครัวเพียงพอหรือไม่, งานที่คุณทำสะท้อนถึงคุณค่าของคุณหรือไม่, ชีวิตของคุณเพียบพร้อมแล้วหรือยัง และอีกหลายๆคำถาม ปิดท้ายว่าถ้ามีคำตอบนึงที่ตอบว่า "ไม่" หนังสือเล่มนี้ช่วยคุณได้ พอได้อ่านหน้านี้ไปแล้ว ยังไงก็คงต้องอ่านให้จบ😅

                เนื้อหาภายในเล่มมีการนำเรื่องราวของชาวอเมริกันที่มีหนี้สินมากมาย และรายได้ไม่พอกับรายจ่ายซื่งเป็นแบบนี้มีนานแล้ว เริ่มจากการลดค่าใช้จ่ายก่อนเลย การลดค่าใช้จ่ายโดยการแสดงให้เห็นถึงความสุขของการใช้จ่ายเมื่อได้สิ่งของมาแล้วความสุขที่ได้ค่าใช้จ่ายจะลดลงอย่างรวดเร็ว คนทั่วๆไปจะตื่นเต้นมากเมื่อซื้อของและจะหมดความตื่นเต้นลงในเวลาอันรวดเร็ว ในเล่มยังแสดงให้เห็นอีกว่าการจ่ายเงินซื้อของจะมีจุดนึงที่จ่ายไปแล้วความสุขก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกดังนั้นความสุขดังนั้นการใช้จ่ายไม่ได้ให้ความสุขไปตามจำนวนเงินที่ใช้จ่าย

                ต่อมาผู้แต่งสอนให้เรารู้ถึงว่าตอนนี้เรามีสินทรัพย์เท่าไหร่ เป็นหนี้เท่าไหร่ มีส่วนที่เป็นของเราจริงๆเท่าไหร่ เป็นการแยกหนี้-ค่าใช้จ่ายออกมาให้เห็นชัดเจน หลังจากนั้นผู้แต่งให้เราทำตามกฎ 9 ข้อที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน หนึ่งในข้อนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจมากอยู่ประเด็นนึง คือการเปลี่ยนเวลาในการทำงานเป็นเงิน และเปลี่ยนเงินเป็นเวลา ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าถ้าเราทำงานเราจะได้เงินเท่าไหร่ และถ้าเราซื้อของบางอย่างจะเทียบกับเวลาทำงานขอเราเท่าไหร่ หรือการสูญเสียเวลาไปทำให้เงินเราหายไปเท่าไหร่ หลังจากนั้นก็ทำตามรางและตีเส้นกราฟความก้าวหน้าในการใช้ชีวิต

                ในเล่มสอดแทรกตัวอย่างจริงๆ ของผู้ที่เข้าคอร์สการมีอิสรภาพทางการเงิน ที่ได้เล่าถึงชีวิตจริงของพวกเขา จนกระทั่งหลุดพ้นจากวังวนของความเป็นหนี้และเป็นอิสระ หลังจากที่เป็นอิสระแล้วนอกจากจะพ้นจากความทุกข์ที่มี ยังได้รับความสุขจากความภูมิใจที่ทำสำเร็จและยังได้ทำงานเพื่อสังคมอีกด้วย ในท้ายเล่มยังมีการแนะนำให้จัดการเงินที่เหลือจากการออมว่าควรเอาไปทำอะไรเพื่อให้เงินงอกเงยขึ้นมา

             สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาทางด้านการเงิน รวมถึงคนที่ยังไม่มีปัญหาทางด้านการเงินด้วย คนที่มีปัญหาทางด้านการเงินในเล่มบอกวิธีแก้ไขปัญหาอย่างละเอียดพร้อมทั้งแนวคิดที่ถูกต้อง ส่วนคนที่ยังไม่มีปัญหานั้นอ่านไว้ก็จะยิ่งระวังป้องกันปัญหาทางด้านการเงินที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน เป็นหนังสือที่จี้จุดปัญหาทางด้านการเงินได้ตรงประเด็น การเรียงเนื้อเรื่องก็เข้าใจง่าย ที่ดูเป็นอุปสรรคซักหน่อยคือความหนาของหนังสือ
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เราเล็งเห็นความสำคัญของการมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งไม่เพียงแค่เรารู้สึกอุ่นใจทางการเงินเท่านั้น ความสุขเป็นสิ่งที่เป็นผลตอบแทนที่ประเมินค่าไม่ได้ในเรื่องอิสรภาพทางการเงิน
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention