สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
ก้าวเดิน เล่มนี้ เป็นหนังสือที่บอกทุกมุมมองเกี่ยวกับการเดินที่แฝงไปด้วยปรัชญาที่ลึกซึ้งจนเราคาดคิดไม่ถึง คุณ Erling Kagge เป็นคนแรกในโลกที่พิชิตสามขั้ว อันได้แก่ ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และยอดเขาเอเวอร์เรส ด้วยตัวคนเดียว นอกจากเค้าเป็นนักเดินทางแล้ว เค้ายังเป็นนักเขียนที่รอยปากกาของเขาไม่ธรรมดาเลย
ประโยคนึงที่โดนใจในเล่ม ที่อ้างจากหนังสือเป็นจดหมายของคุณ เคียร์กเคอกอร์ด เขียนถึงน้องสะใภ้ของเขาในปี 1847 มีประโยคหนึ่งเขียนไว้ว่า "ฉันไม่เคยเจอปัญหาอะไรที่หนักหนาเกินไปกว่าที่เราจะเดินหนีไปไม่ได้" นี่เป็นมิติหนึ่งในหลายๆมิติในความหมายของการเดินในเล่มนี้
เริ่มเนื้อหาในเล่มคุณ Erling Kagge ได้อธิบายถึงการเดิน เดินอย่างเดียว ไม่ใช่การวิ่งหรือการออกกำลังกาย การเดินได้ทำให้ผู้เดินสัมผัสกับทุกๆสิ่งในรอบตัว ไม่เพียงแต่การสัมผัสพื้นเท่านั้น การได้สังเกตธรรมชาติ ดูต้นไม้ต้นที่เราเดินผ่านทุกวัน เสียงบรรยากาศ แม้แต่การเดินไปทำงานเราจะเห็นผู้คนหลากหลาย ไม่ซ้ำหน้า หน้าตาของผู้คน เรื่องราวการพูดถึง เส้นทางที่พวกเขาจะไป เขาสามารถสัมผัสความรู้สึกต่างๆมากมาย ไม่ซ้ำกันเลย คุณ Erling Kagge ยังพูดถึงว่าชีวิตพวกเราปัจจุบันนี้รีบเร่งเกินไป เดินทางใช้ความรวดเร็วจนขาดอรรถรสในการเดินทาง ขาดการแลกเปลี่ยนกับธรรมชาติ
การเดินยังดีต่อสุขภาพ รวมถึงดีต่อความคิด คุณ Erling Kagge ได้ยกตัวอย่างนักคิดหลายๆคนตั้งแต่ โสคราติส ไปจนถึง สตีฟ จ็อบส์ ความรวดเร็วนั้นทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลง หลายๆนักคิดเมื่อคิดอะไรไม่ออกเค้าจะออกเดิน และมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
นอกจากนั้นเขายังเดินตามนวนิยาย ที่เขาเคยอ่านเขาเดินตามเส้นทางในเรื่อง โรบินสัน ครูโซ เดินไปอยู่ในจุดที่ โรบินสัน มองหาเรือ เขายังเดินตามนวนิยายอีกเรื่องที่เดินตามการเดินของตัวละครทุกตัวที่เดิน จนเขาได้รู้สึกถึงความรู้สึกและความเข้าใจในตัวละครมากขึ้น
ในความเห็นของเรา มีช่วงนึงที่น่าสนใจ คุณ Erling Kagge เดินหนีปัญหา คำว่าเดินหนีปัญหาไม่ใช่การทิ้งปัญหา แต่เป็นการออกมาจากอารมณ์สับสน อารมณ์โกรธ ได้เดินออกมาแล้ว ความทุกข์จากปัญหาลดลง แถมยังพอหาทางแก้ไขได้อีกด้วย การเดินออกจากจุดนั้นกลับเป็นผลดียิ่งกว่าการอยู่กับปัญหา คุณ Erling Kagge เคยเดินเพื่อแก้ไขความรู้สึกที่เขาต้องแยกทางกับครอบครัว ซึ่งได้ผลดีเลยทีเดียว
ในช่วงท้ายเป็นการเล่าถึงการเดินผจญภัยในจุดที่ยากลำบาก ทรหด และทรมาร แต่เขาบอกว่าการเดิน และการเดินทางนั้นให้ความสุขกับเขา เขามีความสุขจากการที่เขาได้เอาลิ้นแตะตวัดลูกเกด1เม็ด ที่หล่นบนหิมะ(เนื่องจากอาหารมีจำกัดมากในการเดินทางที่ขั้วโลก) เขาบอกว่ามันอร่อยมาก ซึ่งแตกต่างกับการมีทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน เล่มนี้น่าสนใจมากๆเลยหาอ่านมากันให้ได้นะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น