ตีพิมพ์ครั้งแรก - ปี หาไม่ได้(อีกแล้ว)
หนังสือ จิตวิทยาการบริหารเล่มนี้ ผู้แต่ง ดร.พรรณราย ทรัพยะประภา อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องหลักสองเรื่องในเล่ม เรื่องแรกคือการฝึกพฤติกรรมที่เหมาะสมในการแสดงออก และเรื่องที่สองเรื่องจิตวิทยาการสัมภาษณ์คัดเลือกบุคคล เราได้อ่านจบแล้วเราจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องแรก ที่พิจารณาดูแล้วว่ามีความสำคัญในชีวิตประจำวันมากๆเลย
การแสดงออกที่เหมาะสมซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จะพบเจอได้ตลอดเวลานั้น ได้แก่
-การพูดแสดงความรู้สึก
-การพูดเกี่ยวกับตัวเอง
-การพูดทักทาย
-การยอมรับคำชมเชย
-การแสดงสีหน้าอย่างเหมาะสม
-การแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ
-การขอความกระจ่างแจ้ง
-การถามเหตุผล
-การแสดงความไม่เห็นด้วยในขณะนั้น
-การกล่าววาจารักษาสิทธิ
-การแสดงความมั่นคง
-การหลีกเลี่ยงที่จะต้องแสดงเหตุผลในทุกๆความเห็น
จากหัวข้อที่เห็นเราได้เห็นเลยว่าเราจะต้องเจอสถานการณ์เหล่านี้ตลอด บางทีก็ทำตัวไม่ถูก พูดไม่ออก พูดออกมาไม่ดีพอ ใช้คำพูดไม่ถูกต้อง และโดยเฉพาะสถานการณ์ Put-down(สถานการณ์ที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบ) โดยต้องพูดคุยกับ Downer(ผู้ที่เรามีความสัมพันธ์กับเรา โดยให้เรารู้สึกต่ำต้อย และด้อยค่ากว่า) เรื่องราวน่าสนใจมากๆเลย
โดยที่คนเราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และมีสิทธิที่จะปกป้องตนเอง เมื่อถูกดูถูก ถูกเหยียบย่ำ และในเมื่อทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน ก็ย่อมสามารถแสดงออกได้อย่างเป็นอิสระ และแสดงออกด้วยความมั่นใจ และนับถือตัวเอง
ในเล่มนี้ อ.พรรณราย ได้แบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 รูปแบบคือ
1.Passive Scene - เป็นสถาณการณ์ที่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าให้ความคิดเห็น ทำอะไรต้องขออนุญาติก่อน แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ซึ่งทำให้เห็นถึงความขลาดกลัว ผลที่ตามมาคือคนที่อยู่ในสถานการณ์ Passive Scene จะกดดัน และจะมีพฤติกรรมลงโทษอีกฝ่ายเงียบๆ เช่นแกล้งทำอาหารไม่อร่อย การแสดงความไม่สนใจ และถ้ามีการกระทำบ่อยๆ ก็จะลามเป็นการบึ้งตึง ร้องไห้ เรียกร้องความสนใจ
2.Aggreesive Scene - เป็นสถานะการที่มีความขัดแย้งและไม่มีใครยอมใคร เมื่อถูกปฏิเสธอย่างรุนแรง ก็จะมีการถกเถียงกัน เอาเรื่องเก่าๆมาพูดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด สุดท้ายอาจจะปฏิบัติกันด้วยความรุนแรง หรือถ้าเลือกทางหนีก็จะเป็นการพ่ายแพ้แก่ตัวเอง โดยเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งคู่จะเจ็บปวด สรุปว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ทั้งคู่
3.Assertive Scene - เป็นสถานะการที่แสดงออกมาอย่างเหมาะสม เน้นไปทางประนีประนอม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุผล โดยให้ออกมาในลักษณะที่ทั้งคู่เท่าเทียมกัน โดยทางออกนี้จะต้องครบถ้วนทั้ง ความมั่นใจในตัวเอง น้ำเสียง ท่าทาง ประโยค คำพูดต่างๆ พวกเราควรฝึกตนเองให้ได้ในสถานะนี้ เพื่อตัวเองจะไม่ถูกเอาเปรียบ และไม่แสดงสิ่งที่เป็นความรุนแรงแล้วทำให้ดูไม่ดี
เมื่อรู้ความหมายแล้ว บทถัดไปจะมีการประเมินตัวเอง ประเมินความคิดในสถานการณ์ต่างๆ และดูการตอบสนอง แยกแยะคำพูดในแบบต่างๆเพื่อแยก สถานการณ์ใน Scene ต่างให้ออก เพื่อนำไปใช้ได้ในสถานการณ์จริงๆ
เมื่อมีความรู้เรื่องการปฎิบัติตนอย่างเหมาะสมแล้ว ท้ายบทนี้ก็จะเป็นการนำการปฎิบัติตัวอย่างเหมาะสมไปจัดการสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง และรวมไปถึงการเจรจาต่อรองด้วย โดยที่การแสดงออกนั้น ต้องสมบูรณ์ด้วย คำพูด น้ำเสียง ท่าทาง สายตาและอารมณ์ เพื่อให้ผู้รับการสื่อสารเข้าใจความรู้สึกของเราอย่างแท้จริงด้วย
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับทุกๆคนเลย มันคือชีวิตจริงที่ทุกๆคนต้อง การแสดงออก และการใช้คำพูด อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน เราต้องแสดงออกไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเราและไม่แสดงออกก้าวร้าว การแสดงออกให้เหมาะสมนั้นควรจะเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ทุกๆคนต้องมี
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน อย่างที่บอกไปแล้วว่าการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก ตัวอย่างในเล่มนั้นเพียงพอที่จะทำความเข้าใจได้ และยังมีหลักปฎิบัติที่เข้าใจง่ายด้วย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ทำการปรับแนวคิดปรับพฤติกรรมที่ถูกต้อง เพื่อคนรอบตัวเราจะได้เข้าใจ และเข้าถึงความรู้สึกที่ถูกต้องในสิ่งที่เราสื่อสาร
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ พฤติกรรมการแสดงออกที่เหมาะสมนั้นเป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตที่สำคัญมาก แต่ยังคงเห็นว่าคนไทยเรามีศาสตร์ในเรื่องนี้น้อย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น