สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 29 'อัจฉริยะหุ้น คุณเป็นได้ YOU CAN BE A STOCK MARKET GENIUS'
ISBN -9786160842070
ผู้เขียน -Joel Greenblatt
ผู้แปล -ชัชวนันท์ สันธิเดช
สำนักพิมพ์ - ซีเอ็ดยูเคชั่น, สนพ.
จำนวนหน้า - 264 หน้า
ตีพิมพ์ครั้งแรก - ปี 2542 ประเทศอเมริกา
ตัวอย่างหนังสือ - https://images-se-ed.com/ws/Storage/PDF/978616/084/9786160844197PDF.pdf
คุณ Joel Greenblatt ผู้แต่หนังสือเล่มนี้ จริงๆแล้วเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่คนนึงเลยก็ว่าได้ โดยเขาบริหารกองทุน Gotham Capital ระหว่างปี 1985-1994 ประมาณ 10ปี โดยผลตอบแทนจากการลงทุนทบต้นตั้งแต่ก่อตั้ง +50% แต่คุณ Joel Greenblatt อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จัก เทียบเท่ากับ คุณ Warren Buffet หรือ คุณ Peter Lynch เนื่องจากทั่งสองท่านนี้ได้ทำผลตอบแทนที่ให้ผลตอบแทนสูงเช่นกันแต่ระยะเวลาต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานกว่า ถ้าหากคุณ Joel Greenblatt ที่สามารถทำผลตอบแทนได้สูง 50% ตลอด 10ปีต่อเนื่อง เขียนหนังสือซักเล่มที่เล่าเรื่องการลงทุนของเขา ย่อมเป็นหนังสือที่นักลงทุนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
หนังสืออัจฉริยะหุ้นคุณเป็นได้ คุณ Joel Greenblatt ได้เน้นหัวใจสำคัญว่า " Trade the bad ones, invest in the good ones" (เทรดหุ้นที่แย่ แต่ลงทุนในหุ้นที่ดี) ดังนั้นคุณ Joel Greenblatt จึงรู้ตัวเองว่าควรทำอย่างไรถ้าเขาจะลงทุน กรณีลงทุนหุ้นที่แย่พอเขาได้กำไร เขาก็ขายและออกจากการลงทุนนั้น ส่วนหุ้นที่ดีก็ถือยาวๆไป
ในเล่มบทแรกเป็นการปูพื้น คุณ Joel Greenblatt แนะนำให้เราเชื่อมั่นในตัวเอง ต้องหาข้อมูลเอง ให้มองขีดจำกัดของราคาหุ้นที่จะสามารถต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้(ในมุมมอวงของ อ. Benjamin Graham เรียกว่ามี Margin of Safety มากๆ) เป็นการจำกัดความเสี่ยงที่ดีมากและเปิดโอกาสที่จะได้กำไรสูง และข้อสุดท้ายคุณ Joel Greenblatt ได้บอกว่าแนวทางการลงทุนไม่ได้มีแนวทางเดียว ควรมองหลายๆช่องทาง ยกตัวอย่างเช่นแนวทางการของ คุณ Peter Lynch หรือ คุณ Warren Buffet ซึ่งแนวทางของทั้งสองท่านแตกต่างกันแต่ก็ให้ผลตอบแทนได้มากอย่างไม่น่าเชื่อได้
บทต่อๆมาเป็นการหาโอกาส ทำกำไรจากหุ้นที่มีเหตุการณ์พิเศษ ได้แก่ การแยกตัวของบริษัท (Spin off) โดยวิธีการนี้ คุณ Joel Greenblatt ค่อนข้างมีความมั่นใจว่าสามารถทำผลตอบแทนได้อย่างดี ในเล่มเขียนเรื่องนี้ไว้ประมาณ 30% ของเนื้อหามีตัวอย่างการทำผลตอบแทนที่ดีจากการ Spin off หลายตัวอย่าง อ่านแล้วเหมือนอ่านนิยายมีความสนุก สอดแทรกแนวคิดการลงทุนอย่างละเอียดในแต่ละตัวอย่าง บทต่อๆมาเป็นการยกตัวอย่างการ อาร์บิทราจความเสี่ยง , หุ้นที่มีการควบรวมกิจการ , การล้มละลาย ,การปรับโครงสร้างของบริษัท ซึ่งแต่แต่ละสถานการณ์นั้น ก็จะมีตัวอย่าง ข้อระวัง ผลของการเข้าไปลงทุนของคุณ Joel Greenblatt และบทสรุปตอนท้าย รวมถึงข้อมูลต่างๆที่ใช้ในการตัดสินใจ เหตุผลในการตัดสินใจ ซึ่งอ่านแล้วเห็นถึงความละเอียดรอบคอบ ไอเดียการเข้าลงทุน เท่าที่เราเคยอ่านหนังสือลงทุนมา ที่คล้ายๆเล่มนี้เห็นจะเป็น เล่ม 'วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ และศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น : Warren Buffett and the Art of Stock Arbitrage' แต่ที่คุณ Joel Greenblatt เขียนมีความละเอียดมากกว่า เนื่องจากคุณ Joel Greenblatt ลงทุนเอง เขียนเล่าประสบการณ์เอง ไม่เหมือนเล่มของ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ และศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น ที่เขียนผ่านการเล่าของอดีตลูกสะใภ้
ช่วงท้ายของเล่ม คุณ Joel Greenblatt ได้สอนในเรื่องการใช้อนุพันธ์หุ้นในการจำกัดความเสี่ยง และอธิบายเรื่องวอเรนต์นิดหน่อย แต่ก่อนที่คุณ Joel Greenblatt จะอธิบายได้ชี้แจงก่อนแล้วว่าสำหรับผู้ที่พอมีประสบการณ์แล้วเท่านั้น ในท้ายสุดของเล่มคุณ Joel Greenblatt ได้อธิบายว่าเขาหาข้อมูลมาจากไหน(หุ้นอเมริกา) และได้อธิบายเรื่องงบการเงินอีกเล็กน้อย ดังนั้นนักลงทุนไม่ว่าคุณจะเป็นแนวโมเมนตัม หรือแนว VI ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นนักลงทุนทุกคน เหตุการณ์ที่คุณ Joel Greenblatt ได้เล่ามาเป็นเหตุการณ์พิเศษที่เมื่อเกิดขึ้น และมีผลต่อหุ้นตัวนั้นๆอย่างแน่นอน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน การเล่าถึงประสบการณ์การลงทุนของนักลงทุนที่มีผลตอบแทน 50% ตลอดช่วงเวลา 10ปีนั้นมีค่าอย่างมาก แถมยังเล่าอย่างสนุก ไม่มีกั๊ก
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้การมองเห็นการลงทุนในแบบของคุณ Joel Greenblatt นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ทำให้ต้องหัดมองหาการลงทุนในแนวทางอื่นเพิ่มเติม
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ " Trade the bad ones, invest in the good ones" (เทรดหุ้นที่แย่ แต่ลงทุนในหุ้นที่ดี)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น