สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 30 'วิชาธุรกิจ ที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน 2'
ผู้เขียน - ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์
สำนักพิมพ์ - อะไรเอ่ย, สนพ.
จำนวนหน้า - 288 หน้า
ตีพิมพ์ครั้งแรก - ปี 2564 ธันวาคม
หนังสือ วิชาธุรกิจ ที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน เล่มที่ 2 เป็นหนังสือขายดี และมีผู้รีวิวเยอะมาก เราได้ยืมจาก TK Read มาอ่าน อ่านแล้วก็ต้องทำรีวิวไว้เพื่อตัวเองและแบ่งปันผู้ที่จะได้เขามาอ่านภายหลัง ผู้แต่ง คุณธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ อดีตเคยเป็นนักการตลาดบริษัทใหญ่มาก่อน แล้วก็ผันตัวเองเป็นนักคิดนักเขียน เปิดคอร์สอบรมในเรื่องการตลาด การทำธุรกิจ และหลังจากนั้นก็ได้ตัดสินใจทำธุรกิจสำนักพิมพ์ของตัวเองขึ้นมา หนังสือเล่มนี้เกิดจากการรวบรวมบทความของคุณธรรศภาคย์ ที่เขียนไว้เป็นตอนๆ เอามาย่อ คัด เฟ้น กลั่นออกมาเป็นบทความที่สั้นๆ เข้าใจง่ายและที่สำคัญตรงประเด็นโดนใจสุดๆ เราคิดว่านี้เป็นหนังสือสำหรับคนที่อยากทำธุรกิจต้องได้อ่าน
เนื้อหาหนังสือแบ่งเป็น 4 ส่วนได้แก่ Mind Set, Skill Set, Startegy และ Action ด้วยประสบการณ์ของคุณธรรศภาคย์ ทั้งที่เริ่มทำธุรกิจเอง ให้คำปรึกษาทางธุรกิจมามากมาย ทำให้หนังสือเล่มนี้ เหมาะกับธุรกิจ SME เป็นอย่างมาก ในบทแรกที่เกี่ยวกับ Mind Set เป็นการเล่าถึงว่าแนวคิดที่จะทำธุรกิจมาจากอะไรบ้าง ต้องการอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็มีแนวคิดที่จะเลิกธุรกิจ เลิกเพราะอะไร
บทที่สอง เรื่อง Skill Set เน้นเรื่องการทำงานเป็นทีม เรื่องการฝึกตัวเองให้รอบรู้ บทที่ 3 เรื่อง Startegy ซึ่งคุณธรรศภาคย์ เน้นมากๆ ไม่ว่าจะทำอะไรเป้าหมายสำคัญมากที่สุด เป้าหมายหลักจะต้องมี ต้องตั้งเป้าไว้และทำให้เห็นทีละเล็กละน้อยทำการประเมิน เป้าหมายสำคัญมากๆ นอกจากตัวเจ้าของธุรกิจแล้วพนักงานที่มองเห็นเป้าหมาย มองเห็นการกระทำตามเป้าหมายของธุรกิจ พนักงานก็จะมีความมั่นใจบริษัททำงานอยู่กับบริษัทนานๆ
บทสุดท้าย Action ลงมือทำ ตั้งเป้าหมาแล้วต้องลงมือทำ ทำอย่างต่อเนื่องจริงจัง ทำอย่างมีระบบ ทำด้วยประชาสัมพันธ์ไปด้วย ในเล่มมีความรู้มากมายจนเราคิดว่า ควรมีติดตัวไว้หนึ่งเล่ม ตัวอย่างเรื่องที่โดนที่เราได้เห็นเช่น จดไอเดียต่างๆที่เกิดขึ้น จดแล้วก็แยกเป็นหมวดไว้ให้เป็นระบบ และต้องทำภายใน 2 วัน หลังจากนั้นจะลืมได้ แต่ถ้าจดแล้วแยกแล้ว ก็ลบความจำส่วนนี้ไว้ไปเก็บข้อมูลอื่นๆ, เมื่อสะสมความรู้ไว้มาก ถึงแม้มีความรู้มากการไม่ output ความรู้ออกมา ทำให้ความรู้ที่เรามีนั้นไม่เป็นประโยชน์ และเอามาใช้ได้ไม่เต็มที่ การ output ความรู้ทำให้เราเอาความรู้ที่มีมาผ่านกรรมวิธี (การผ่านความคิดเพื่อให้การ output เป็นการพัฒนาความรู้เพิ่มขึ้นไปอีก (ความคิดของเราเอง)) ทุกๆเรื่องที่ผ่านเข้ามา มีแง่มุมให้คิด เอามาเขียนเป็นความรู้ได้เสมอๆ ในเล่มยกตัวอย่าง การขับรถ, ลมยาง, นกหัวขวาน, Series Start up และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตการได้อ่านหนังสือเล่มนี้ใหม่อีกรอบก็จะได้ไอเดียใหม่ๆเพิ่มเติมแน่นอน
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่คิดจะทำธุรกิจ หรือทำธุรกิจอยู่ เพื่อต้องการจะขยาย ต้องการจะสร้าง ต้องการจะดูสภาวะของธุรกิจ ต้องการจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องการสร้างกำลังใจในการทำธุรกิจ ได้หมดเลย
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน หนังสืออัดแน่น เป็นคลังความรู้แบบเน้นๆ อ่านได้หลายๆรอบ
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว มีแง่มุมต่างๆมากมายที่จะเอามาปรับใช้กับธุรกิจของเรา
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ ทุกๆไอเดียมีความหมายควรจดไว้ และหาทาง output มันออกมา จะมีประโยชน์มาก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น