สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
หนังสือเล่มนี้ปกแรก หมดไปอย่างรวดเร็วหาอ่านก็ยากมาก ตลาดมือสองก็ราคาโหดสุดๆ เล่มนึง 300+ อาจจะไปไกลถึง 500 บาท ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีความพยายามแย่งกันจองจนคิดว่าไม่มีโอกาสได้อ่านซะแล้ว และแล้วก็มีการพิมพ์ใหม่ปกใหม่ ทีแรกยังคิดว่าจะเป็นคนละเล่มแต่ดูจากซื้อผู้แต่งและชื่อผู้แปลแล้วเลยเบาใจไปได้ว่าเป็นเล่มเดียวกัน ในช่วงที่รอหนังสือเล่มนี้อยู่ก็ได้อ่าน อิคิไกอีกเล่ม ที่ชื่อว่า HOW TO IKIGAI ของคุณ Tim Tamashiro ไว้จะมารีวิวให้ภายหลังนะ เห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ IKIGAI เหมือนกันแต่เนื้อหากลับไม่เหมือนกันเลย เอาเป็นว่าลุยกันเล่ม The little book of IKIGAI เล่มนี้ก่อนเลย
เรื่องราวเกี่ยวกับ Ikigai สามารถตีความออกมาได้หลายแง่มุมมากๆ ทางคุณ Ken Mogi ผู้แต่งเล่มนี้ได้นำเสนอข้อมูลของ Ikigai ในเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ซึมซับอยู่ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น แล้วทุกๆสิ่งก็หลอมรวมกันเป็นชาวญี่ปุ่น โดยลักษณะพิเศษนี้ทาง คุณ Ken Mogi เรียกว่าเป็น Ikigai ของชาวญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นแล้วว่าวิถีชีวิต Ikigai ที่คุณ Ken Mogi ได้นำเสนอให้นั้นเป็นแบบไหน และพวกเรานักอ่านจะยอมรับความเป็น Ikigai ที่คุณ Ken Mogi นำเสนอมาหรือไม่ต้องลองอ่านดู
Ikigai เป็นภาษาญี่ปุ่น เกิดจากการรวมกันของคำว่า iki ซึ่งแปลว่า มีชีวิต และ gai ที่แปลว่ามีเหตุผล โดย Ikigai ของคุณ Ken Mogi ประกอบไปด้วย เสาหลัก 5ประการ ได้แก่
- การเริ่มต้นเล็กๆ
- การปลดปล่อยตัวเอง
- ความสอดคล้องและยั่งยืน
- ความสุขกับสิ่งเล็กๆ
- การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้
วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ที่พวกเขาสอดรับกับแนว Ikigia 5 ข้อนั้นมีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อดังกล่าว ร้านค้าปลาที่มีตำนานตื่นเช้าเพื่อไปเลือกปลาที่สดใหม่ให้ลูกค้า การเริ่มปลูกสตอรว์เบอรี่สายพันที่มีการค่อยๆพัฒนาให้เป็นสายพันที่สุดยอด การปลูกแตงมัสก์เมลอนที่ใส่ใจในรายละเอียดโดยมีราคาลูกละ 200 USD ทุกๆเรื่องเกิดจากเรื่องเล็กๆ
บางช่วงบางตอนในเล่มกล่าวถึงการกระทำที่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆสำหรับชาวญี่ปุ่น วงดนตรีประจำราชสำนักพวกเขาก่อตัังมา 1300ปีแล้วในงานเฉลิมฉลอง พวกเขาเล่นเพลงมาแบบนี้โดยไม่มีใครมาฟัง พวกเขาถือว่าพวกเขาเล่นให้อดีตจักรพรรดิองค์ก่อนๆฟัง ตัวอย่างความต่อเนื่องยังมีอีก ตระกูลคิเคโนโบะทำศิลปะการจัดดอกไม้มา 600 ปี ตะกูลเซ็น รักษาพิธีชงชา ต่อเนื่องมา 400ปี และตัวอย่างที่สุดของที่สุดที่เราได้อ่านมาคือ ศาลเจ้าอิเสะ ศาลเจ้านี้จะมีการรื้อถอนอย่างพิถีพิถัน และสร้างใหม่บนพื้นที่ใหม่โดยใช้วัสดุไม้ที่หามาใหม่ ทำให้เหมือนเดิมไม่ผิดเพีัยนทุกๆ 20ปี และรู้หรือไม่ว่าการรื้อและสร้างใหม่ของศาลเจ้าอิเสะนั้นทำต่อเนื่องมาแล้ว 1200 ปี อาจจะมีเว้นไปบ้างในช่วงสงคราม การที่พวกเขาต้องสร้างศาลเจ้าใหม่ทุกๆ 20ปี พวกเขาจะต้องวางแผนให้ดี โดยที่เขาต้องใช้ต้นสนฮิโนกิ ที่มีอายุมากว่า 200ปีเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาต้องเตรียมปลูกต้นสนฮิโนกิไว้ล่วงหน้าหลายทศวรรษ และยังเป็นการอนุรักษ์ต้นสนทั่วประเทศไปในตัวด้วย ความต่อเนื่องยั่งยืนแบบ Ikigai แบบนี้ที่จะยืนยาวได้มากกว่าใครๆ ไม่ว่าโลกจะหมุนไปหลายต่อหลายร้อยรอบก็ตาม รับรองได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็น Facebook Google ไม่มีทางที่จะอยู่ได้ยาวนานถึง 1200 ปีได้
วงการชีวิตของนักกีฬาซูโม่ก็เช่นกัน คนที่อยู่ในดิวิชั่นล่างๆ ถ้าพวกเขายังซ้อมอยู่ไม่ว่าพวกเขาจะแพ้กี่ครั้งหรือแม้แต่ชนะแค่ครั้งเดียว ถ้าพวกเขาไม่ยอมท้อถอย พวกเขาก็ยังคงอยู่ในวงการซูโม่ต่อไป แต่ผู้เล่นที่อยู่ในดิวิชั่นต่ำๆพวกเขามีหน้าที่ต้องทำงานหลายๆอย่างในศูนย์ฝึกและคอยดูแลผู้เล่นระดับท็อปด้วย แต่ถ้าหากเค้าเลิกเล่นทีมงานของศูนย์ฝึกซูโม่ก็จะช่วยนักซูโม่คนนั้นให้ได้งานทำ ความเป็น Ikigai ของซูโม่นั้น ขอให้นักกีฬายังซ้อมอยู่เขาก็ยังคงเป็นนักกีฬาซูโม่ต่อไปได้เรื่อยๆไม่เกี่ยงว่าคนนั้นจะเก่งหรือไม่เก่ง
การค้นพบ Ikigai ของคุณ Ken Mogi นั้นพวกเราสามารถค้นพบได้ง่ายๆจากเรื่องที่อยู่รอบตัวและทำให้มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ การที่มี Ikigai ที่ดีในประเทศย่อมทำให้ประเทศมีเสน่ห์ มีความเป็นเอกลักษณ์ พัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน แต่ทุกอย่างแล้วต้องเริ่มจากตัวเรา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น