NO.42 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...สิ่งที่ต้องมี...เมื่อคุณไม่มีแต้มต่อในชีวิต GRIT:THE POWER of PASSION and PERSEVERANCE
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
GRIT เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า ความอดทน ผู้แต่ซึ่งได้แก่คุณ Angela Duckworth เป็นอาจารย์สอนจิตวิทยาที่ มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับความอดทนหรือความทรหดมายาวนาน เน้นย้ำ และเจาะลึกโดยเฉพาะ เธอได้รวบรวมงานวิจัยทางด้านจิตวิทยา การทำแบบสอบถามและทำงานวิจัยเพิ่มเติมด้วยตัวเอง เธอได้พูดเรื่องความอดทนในเวที TED TALK ทำให้เป็นที่รู้จักเพิ่มเติม ด้วยการที่เธอมีคอนเน็กชั่นมากมาย เธอจึงเพิ่มเติมข้อมูลากการไปสัมภาษณ์ ไปดูเหตุการณ์จริง การทีคนต้องการคุยกับเธอเรื่องความทรหด หนังสือเล่มนี้หนา 368 หน้า เนื้อหาเข้มข้น จริงจัง ตรงประเด็นทั้งเล่ม ในความคิดเรา บอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่ดีเยี่ยมเล่มหนึ่งเลย
เริ่มต้นคุณ Angela Duckworth ได้เล่าเปรียบเทียบระหว่าง ความทรหดกับพรสวรรค์ จริงอยู่ที่คนเกิดมามีพรสวรรค์นั้นได้เปรียบผู้อื่นแต่จากการการเก็บข้อมูลของคุณ Angela คนที่มีความทรหดจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ต่อให้มีพรสวรรค์แต่ไม่มีความอดทน ไม่มีความพยายามที่จะฝึกฝนตัวเองให้พัฒนาต่อไปเรื่อยๆสุดท้ายคนที่มีความอดทนมุมานะ ก็จะพัฒนาแซงคนที่มีพรสวรรค์ไปได้ และข้อสำคัญอีกข้อก็คือคนที่มีพรสวรรค์จะติดกับดักตรงที่คิดว่าตัวเองเก่งอยู่แล้วไม่มีใครสู้เขาได้จนประมาทและไม่พัฒนาต่อเนื่อง
คุณ Angela กล่าวไว้ว่าความอดทนทำให้เกิดการพัฒนาแต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้นต้องอาศัยความหลงไหลในสิ่งที่ทำด้วย ถ้าสิ่งที่ได้ทำได้เพิ่มความหลงไหลเข้าไปการพัฒนาจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า มีงานวิจัยชิ้นนึงที่นำนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำมาเรียงคะแนนไอคิว ปรากฎว่ามีนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่โดดเด่นแต่ไอคิวกลับไม่สูงมาก ยิ่งถ้าย้อนกลับไปดูประวัติของเขาเหล่านั้นแล้วกลับพบว่าพวกเขามีความอดทนมาก นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่าคนที่มีไอคิวสูงอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากๆ
นอกจากนี้ความทรหดของมนุษย์เราเติบโตได้โดยเฉพาะยิ่งอายุมากขึ้นความอดทนก็จะสูงขึ้นซึ่งมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้การมองและการได้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆในระยะยาวขึ้น หลายครั้งขึ้นทำให้เราอดทนได้มากขึ้น ความอดทนที่เพิ่มขึ้นยังเกี่ยวกับการได้รับการสนับสนุนจากคนรอบตัว การให้โอกาส การยอมให้ได้รับความผิดพลาดบ้าง และเมื่อมีความทรหด การฝึกฝนก็จะทำได้มากกว่าคนที่มีความอดทนน้อยในระยะเวลาที่ผ่านไป คนที่มีความทรหดมากกว่าจะพัฒนาไปได้ไกลกว่า เบื้องหลังของผู้ประสบความสำเร็จในด้านต่างมาจากการที่พวกเขามีความอดทนมากกว่า ฝึกฝนมากกว่า เขียนมากกว่า หัดพูดมากกว่า
ความทรหดนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่ทิศทางเดียวแต่สามารถลดลงได้ คุณ Angela ได้แนะนำให้สร้างความคิดใหม่เพื่อให้ความทรหดอดทนยังคงเพิ่มขึ้นเสมอ นั่นก็คือการคิดเพื่อผู้อื่น เดิมนั้นความทรหดจะเพิ่มได้แค่ถึงจุดหนึ่งเมื่อความทรหดไปถึงจุดที่เรียกว่าเป็นความสุขส่วนตัว หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผลลัพธ์ของการอดทนนั้นได้ตอบความรู้สึกความสุขส่วนตัวของตัวเองไปแล้ว แต่มีบุคคลอีกลายคนเค้าไม่ได้มองความสุขของตัวเองเท่านั้นเค้ามองไปถึงความสุขของคนรอบตัว รวมไปถึงสังคมและประเทศชาติด้วย ดังนั้นเข้าจึงต้องเพิ่มความอดทนของเขาต่อเนื่องขึ้นไปอีก คุณ Angela ได้ยกตัวอย่างนิทานคนก่ออิฐ
ช่างก่ออิฐสามคนนี้มองงานที่ตัวเองทำคนละมุมมองเลย ดังนั้นแรงจูงใจที่เขาทำงานให้ได้อย่างมีความอดทนนั้นต่างกัน เห็นได้ว่าในโลกใบนี้มีความอดทน ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำมากกว่าคนอื่นเนื่องจากเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่เขาทำเพื่อคืนอื่นๆด้วย
ท้ายเล่มคุณ Angela ได้เพิ่มหัวข้อเรื่องการเลี้ยงดูลูกให้มีความอดทนมีตัวอย่างของคุณ สตีฟ ยัง ซึ่งเป็นควอเตอร์แบ็กระดับเอ็มวีพี ขณะที่เขาเรียนในมหาวิทยาลัย เขาเป็นนักอเมริกันฟุตบอลตัวสำรองอันดับที่ 8 จนก้าวมาประสบความสำเร็จนี้ได้ นอกจากความทรหดส่วนตัวแล้วเขายังมีครอบครัวที่เลี้ยงดูชีวิตและจิตใจเขามาเสริมให้เขาเป็นคนมีความทรหดอดทน โดยเป็นการเลี้ยงดูแบบทั้งส่งเสริมและเคี่ยวเข็ญไปทั้งสองอย่าง ความทรหดนั้นไม่ได้เกิดในส่วนตัวเท่านั้นถ้าองค์กรมีวัฒนธรรมในการสร้างความอดทนแล้วคนในองค์กรก็มีความอดทนตามไปด้วย และทั้งองค์กรจะประสบความสำเร็จ
สรุปท้ายเล่มคุณ Angela ได้บอกว่าความอดทนไม่ใช่คุณสมบัติเดียว และคุณสมบัติหลักที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จแต่เป็นส่วนเสริมเพิ่มเติมต่อยอดให้พัฒนาตัวเองไปได้อีก การมีความทรหดช่วยให้เพิ่มการควบคุมตัวเองไม่ให้ออกนอกเส้นทาง สุดท้ายมีงานวิจัยได้สรุปไว้ว่าความอดทนแปรผันไปตามความพอใจในชีวิต ถ้ามีความอดทนยิ่งมากพวกเขายิ่งพอใจในชีวิตมากมีความสุขกับชีวิตตัวเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น