NO.43 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...สำเร็จได้ ไม่เห็นต้องรีบ : Late Bloomers The Power of Patience in a World Obsessed with Early Achievement
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 43 'สำเร็จได้ ไม่เห็นต้องรีบ : Late Bloomers The Power of Patience in a World Obsessed with Early Achievement'
ผู้เขียน - Rich Karlgaard (ริช คาร์ลการ์ด)
ผู้แปล - อลิสา เฉลยจิตร์
สำนักพิมพ์ - เนชั่นบุ๊คส์, สนพ.
จำนวนหน้า - 320 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - 2562 อเมริกา
สำเร็จได้ไม่เห็นต้องรีบ โดยคุณ Rich Karlgaard นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ ผู้ซึ่งรวมเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ผสมจิตวิทยา มาเพื่ออธิบายปรากฎการณ์ทางสังคม ที่ดูเหมือนไม่ถูกต้องนัก แถมยืนยันด้วยหลักเหตุผลมาประกอบแบบนักวิทยาศาสตร์ เรื่องราวที่เป็นเรื่องค่าความนิยมในสังคมที่ชี้นำผิดทาง อันได้แก่ การยกยอ ชื่มชม สรรเสริญ คนหนุ่มสาวผู้มีสมอง มหัศจรรย์ สอบ SAT ได้คะแนนเต็ม เป็นยอดมนุษย์ ผู้ประสบความเสร็จตั้งแต่เรียนจบ หรือแม้แต่บางคนยังเรียนอยู่ด้วยซ้ำ
ในโลกนี้มีบุคคลตัวอย่าง ที่สอบ SAT ได้ 800 คะแนนเต็มเช่นคุณบิลล์ เกต, คุณมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค, คุณเจฟฟ์ เบโซส และอีกหลายคน เราได้เห็นว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม ชีวิตของพวกเขาได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ ในกลุ่มไอวีลีค ชีวิตพวกเขาดูสวยงาม ได้รับความสำเร็จจากความเป็นดาวเด่นของพวกเขา แต่สิ่งที่ตามมาก็คือความหลงผิดและเสียหายต่อสังคมมากมาย พ่อแม่ผู้ปกครองต้องแก่งแย่งให้ลูกได้เรียนโรงเรียนอนุบาลที่ดีจ่ายค่าเทอมสูงมาก ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังต้องเพิ่มการเรียน การติวในสถาบันกวดวิชาชั้นสูง ซึ่งราคาแพงมาก แพงแค่ในนะหรือในเล่มเล่าว่า 1,000 เหรียญต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อัตราการแข่งขันก็สูงมาก หลายๆมหาวิทยาลัยชั้นนำเคยรับนักศึกษาจากผู้เข้าสมัคร 20-30% เมื่อ 50ปีก่อนแต่ขณะนี้โอกาสได้เรียนมีอยู่แค่ 4-7% เท่านั้น การแข่งขันสูงมาก ทุกคนอย่างเป็นผู้สำเร็จตั้งแต่วันเด็ก
แต่ๆๆๆๆ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ต้องการพูดถึงคนเหล่านั้นเลย พวกเขาเป็นคนส่วนน้อย น้อยนิด น้อยที่สุด คนที่จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จตอนอายุน้อยแบบนั้นได้มีน้อยมาก แต่คนที่จะไม่ได้เป็นผู้ประสบความสำเร็จที่อายุยังน้อยมีมากมายเหลือสุดที่จะนับได้ คุณ Rich Karlgaard ได้ยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็น นักเขียน, โค้ชกีฬา, CEOบริษัทขนาดใหญ่, ผู้กำกับภาพยนตร์ พวกเขาหลายๆคนเป็นคนที่เรียกว่า 'ประสบความสำเร็จช้า' มีหลายคนกว่าจะโด่งดัง อายุปาเข้าไป 90 ปี, บางคน 70ปี, หลายๆคนเรียนมาในมหาวิทยาลัยธรรมดาบ้านนอก บางคนกว่าจะเริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็อายุเกือบ 30ปีแล้ว หนังสือเล่มนี้จะมาดูกันว่าทำไม่จึงไม่ต้องรีบประสบความสำเร็จ ซึ่งดาวรุ่งบางคนรุ่งได้เพียง 4-5ปี เค้าก็ร่วงเสียแล้ว
แล้วทำไมการที่ไม่ต้องรีบประสบความสำเร็จ หรือประสบความสำเร็จช้า แล้วยังมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ บางคนเรียนจบมาแล้วยังตั้งตัวไม่ได้สักที เรื่องแรกที่จะมาไขสาเหตุก็คือ สมองส่วนหน้าที่ดูแลการเชื่อมโยงความรับผิดชอบ บางคนกว่าจะเติบโตเต็มที่อาจจะมีช่วงถึง 25-30ปีเลย หลังจากนั้นพวกเขาก็จะเปลี่ยนตัวเองให้มีความรับผิดชอบสูงขึ้น เหมือนกับคุณ Rich Karlgaard ที่ยกตัวอย่างชิวิตตัวเอง เค้าบ่นกับตัวเองขณะที่เค้าอายุ 25ปีซึ่งทำหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์อยู่ เค้าคิดว่าตอน อายุ 25 สตีฟจ็อป เอาบริษัท Apple เข้าตลาดหุ้นได้แล้ว แต่เมื่อเค้าอายุใกล้ 30ปี ความคิดเค้าก็เปลี่ยน ขณะที่เรียนมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้สนใจวิชาที่เขาเรียนเลย เขาไปห้องสมุดกับเพื่อเขา ซึ่งขยันเรียนและสอบได้เกรดสูงสุดของภาควิชา แต่ตัวเขาทำอะไรนะเหรอ เขาอ่านนิตยสาร Sports Illustrated อ่านย้อนหลังไปเป็นสิบๆปี อ่านเอาจริงเอาจังทุกเล่ม เมื่อชีวิตเขาเริ่มเข้าที่เขาก็ทำงาน แล้วก็ย้ายงานไปเรื่อยๆ แต่งงานมีลูก การงานก็ก้าวหน้าไปตามลำดับ จนกระทั่งเขาได้เปิดบริษัทที่ซิลิคอนวาเลย์ เป็นบริษัททำนิตยสาร เขาได้ใช้หลักการของนิตยสาร Sports Illustrated มาเขียนนิตยสารในแวดวงธุรกิจในซิลิคอนวาเลย์ หลังจากนั้นนิตยสารของเขาก็โด่งดังขายดี เขาบอกเองว่า ตัวเขาทำตัวเสียเวลาไปมากมายกับการอ่านนิตยสารกีฬา แต่ที่ไหนได้มันไม่ได้สูญเปล่าเลย มันสะสมและใช้ต่อยอดทางความรู้ได้
คนที่ประสบความสำเร็จช้าต้องอยู่ในสังคมและครอบครัวที่กดดันมาก เนื่องจากค่านิยมที่ผิด เกี่ยวกับการประสบความสำเร็จเร็ว ในเล่มได้สอนการวางตัว การตั้งแนวคิด การจัดการความคิด และวิธีการที่แยบยล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีมากๆๆๆ เลย อยากให้ทุกคนได้อ่านและซึมซับการประสบความสำเร็จช้านี้ ซึ่งมันทำให้เราทุกคนเห็นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าเราจะผ่านชีวิตมาแล้วนานเท่าไหร่ เรามีโอกาสประสบความสำเร็จได้ ไม่อยากเล่าเยอะแต่อยากให้ได้อ่านกัน หามาอ่านให้ได้นะ
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่คิดว่าชีวิตหมดไฟ คิดว่าเราคงไม่ประสบความสำเร็จแล้ว คิดว่าช่วงเวลาที่ดีในชีวิตมันได้ผ่านไปแล้ว แต่จริงๆแล้วมันอาจจะกำลังเริ่มต้นก็เป็นได้ ผู้ใหญ่ควรอ่านมากๆ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ควรอ่านเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีให้กับลูก คนที่ประสบความสำเร็จเร็วมีส่วนน้อยมากๆ พวกเรานี่แหละที่เป็นส่วนใหญ่
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เป็นเรื่องจริงและจริงที่สุด เป็นความจริงที่ต้องแก้ไข และเป็นการจุดไฟในตัวให้ลุกโชนเพื่อทำความสำเร็จต่อไป
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว มีความตั้งใจเพิ่มขึ้น มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ที่เรายังมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ ความสำเร็จยังรอเราอยู่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ คุณลักษณะของคนที่ประสบความสำเร็จช้าจะมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้นและเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เรายังประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้อีก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น