สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องในมุมมองผู้ที่เรียกพวกตนเองว่าฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายต่อต้านที่ว่าก็คือกลุ่มคน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1938-1945 ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของฮิตเลอร์ หลังจากเริ่มยึดทรัพย์สินและขับไล่ชาวยิวในเยอรมัน ให้ไปอยู่ที่ขอบชายแดนประเทศโปแลนด์ และได้ทำการโหดร้ายทารุณกับชาวยิว พวกเขาได้รบรวมผู้ที่เห็นด้วยในความคิดเดียวกันที่ว่า การลอบสังหารฮิตเลอร์เป็นทางออกที่ดีที่สุดก่อนเกิดหายนะ ซึ่งนอกจากฮิตเลอร์จะเข่นฆ่าชาวยิวแล้วกำลังจะมีแนวโน้มในการยึดส่วนหนึ่งของประเทศเชโกสโลวาเกีย และถ้าทำการรบยึดขยายอณาเขตไปแล้ว จะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเล่าเรื่องจึงเป็นมุมมองของฝ่ายต่อต้าน โดยข้อมูลที่ผู้แต่ง คุณDanny Orbach ได้มานั้นมาจากการรวบรวมทุกๆหลักฐานที่เท่าที่จะหามาได้ มากแค่ไหนนะเหรอ ก็ประมาณเกือบ 100 หน้าหนังสือเลยทีเดียว
การดำเนินหนังสือเริ่มจากการปูพื้นความเป็นมาของการเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของฮิตเลอร์ บทถัดมาเป็นการก่อตัวของฝ่ายต่อต้านซึ่งเริ่มต้นจากคน 3 คนได้แก่ โอสเทอร์หน่วยข่าวกรองทหารเยอรมัน, กีเซวิอุส เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ และดร.คาร์ล ฟรีดิช เกอร์เดอเลอร์ อดีตนายกเทศมนตรีนครไลพ์ซิช พวกเขามีความเห็นตรงกันที่จะต้องลอบสังหารฮิตเลอร์ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนาซีและการกระทำของฮิตเลอร์ ในเล่มได้เล่าเรื่องราวการก่อตัวของฝ่ายต่อต้าน จะมีสมาชิกมากมายและโดยเฉพาะในกองทหารเยอรมันนี
การลอบสังหารฮิตเลอร์ถ้านับจริงๆจังๆแล้ว จะมีอยู่ 3 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายต่อต้านเลย คนแรกที่ลอบสังหารฮิตเลอร์ก็คือ เกออร์ค เอลเซอร์ ช่างไม้คนนึงที่มีความศรัทธาในศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสเตนต์และไม่ชอบนโยบายศาสนาของนาซี เขาเตรียมการเกือบ 1ปีหลังจากทราบว่า ฮิตเลอร์จะมากล่าวปราศัยที่โรงเบียร์ในวันที่ 9 พ.ย. 1938 เขาแอบเข้าไปที่ห้องเก็บของในโรงเบียร์ ที่อยู่หลังเวทีทุกวันหลังร้านปิดและออกจากร้านในตอนเช้าก่อนพนักงานจะทำงาน เพื่อกระเทาะเสา 3 ต้น และฝังระเบิดเวลา เขาได้เตรียมพร้อมอย่างแม่นยำที่สุดและหนีออกไปสวิสเซอร์แลนด์ได้ แต่เขาก็ไม่ไว้วางใจจึงย้อนกลับไปในก่อนวันเกิดเหตุและถูกทหารจับความผิดปรกติได้ แต่เขาก็ออกจากโรงเบียร์มาได้ ฮิตเลอร์ได้ขึ้นปราศัยแต่เสร็จเร็วกว่าเวลาที่ตั้งไว้ 5 นาที หลังจากนั้นระเบิดทำงาน มีทหารเสียชีวิต 7 คนฮิตเลอร์โชคดี เขาได้ออกไปเสียก่อน สุดท้ายเขาถูกจับได้และถูกประหารชีวิตในที่สุด
การลอบสังหารครั้งที่สอง โดย ฟาบิอาน ฟอน ชลาเบรินดอร์ฟ ทนายชาติกำเนิดสูง ทหาร และเป็นสมาชิกฝ่ายต่อต้าน 13 มี.ค. 1943 เขาได้ประกอบระเบิดพลาสติก เทคโนโลยีของฝ่ายทหารลับอังกฤษ เพื่อนำไปไว้ในเครื่องบินลำที่ฮิตเลอร์ต้องใช้เดินทาง การตั้งเวลาและตำแหน่งในการวางระเบิดไม่มีปัญหา แต่ไม่ระเบิด "สภาพของระเบิดไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมทำการปลดชนวนอย่างระมัดระวัง หัวหน่วงเวลาทำงานปกติ ขวดกรดก็แตกตามต้องการ กรดกัดเส้นลวด เข็มแทงชนวนก็กระทบแล้ว แต่เชื่อปะทุกลับไม่ระเบิด" ข้อผิดพลาดนั้นเกิดจากอุณหภูมิในเครื่องบินต่ำเกินไป ฮิตเลอร์รอดเป็นรอบที่ 2
การลอบสังหารครั้งที่ 3 เป็นเหตุการณ์ปรากฎในภาพยนต์ เรื่อง Valkyrie (2008) นำแสดงโดย ทอม ครูซ ซึ่งแสดงเป็น เคานต์ เคลาส์ ฟอน ชเตรฟ์เฟินแบร์ค นายทหารคนเก่งในกองทัพนาซี ที่เขาต้องเสียมือขวา, นิ้วมือซ้าย 2นิ้ว และดวงตา1ข้าง จากการรบที่แนวรบทวีปแอฟริกา เขาตกลงปลงใจเข้ากับฝ่ายต่อต้านทันทีที่ถูกชักชวนในขณะที่เขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลังจากเหตุการณ์ที่แอฟริกา ในวันที่ 20 ก.ค. 1944 เขาเป็นผู้นำระเบิดไปไว้ใต้โต๊ะประชุมที่มีฮิตเลอร์และนายทหารระดับสูงประชุมกันอยู่ที่ รังหมาป่าที่ปรัสเซียตะวันออกซึ่งเป็นที่วางแผนการรบ มีการป้องกันอย่างหนาแน่น เมื่อวางระเบิดแล้วชเตรฟ์เฟินแบร์ครอจนให้เกิดระเบิด และคิดว่าฮิตเลอร์ต้องตายแน่ๆ เขากลับไปที่เบอร์ลินและหน่วยต่อต้านประการปฎิวัติรัฐบาลนาซี แต่ในความเป็นจริงแล้วการวางระเบิดในรอบนี้ ฮิตเลอร์บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และสุดท้ายฮิตเลอร์ไล่ล่า กวาดล้างฝ่ายต่อต้านจนแทบไม่เหลือเลยซักคน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น