ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.45 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...สิทธารถะ SIDDHARTHA

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 44 'สิทธารถะ SIDDHARTHA'


                    ISBN                    - 9786169110392 
                    ผู้เขียน                   - Hermann Hesse (เฮอร์มานน์ เฮสเส)
                    ผู้แปล                    -  วีรจิต กลัมพะสุต
    สำนักพิมพ์             -  ยูรีด, สนพ.
                    จำนวนหน้า            -  208 หน้า 
                    พิมพ์ครั้งแรก         -  เริ่มพิมพ์จัดจำหน่ายเป็นจำนวนมากเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2525

                คุณเฮอร์มานน์ เฮสเส เป็นนักเขียนรางวัลโนเบล ชาวเยอรมัน สาขาวรรณกรรม ในปี 1946 การได้ไปอินเดียเมื่อปี 1911 ทำให้คุณเฮอร์มานน์ศึกษาศาสนาตะวันออก  จนมีอิทธิพลต่องานเขียนของเเขา และเริ่มเขียน สิทธารถะ ก็ได้ถูกเขียนเมื่อปี 1919 ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

                แล้วสิทธารถะ กับ สิทธัตถะ เกี่ยวข้องกันอย่างไร ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า หนังสือเรื่อง สิทธารถะ เป็นนิยายที่เล่าถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วยังมีพระชนมายุอยู่ไปถึงช่วงเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว สิทธารถะคือตัวเอกของเรื่องที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่ 'ไม่มี' สิทธัตถะแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงออกบวชและได้เปลี่ยนเป็นพระโคตมพุทธเจ้า ดังนั้นในนิยายเล่มนี้จึงไม่บุคคลสองคน สิทธารถะกับสิทธัตถะได้เจอกัน แต่มีช่วงที่สิทธารถะได้พบปะพูดคุยกับโคตมพุทธเจ้า

                เริ่มเรื่องจากตัวเอกสิทธารถะ เกิดมาในวงศ์ตระกูลพราหมณ์ มีพ่อเป็นถึงหัวหน้าพราหมณ์แต่เนื่องจากสิทธารถะความฉลาดหลักแหลมเขาจึงไม่ได้เชื่อคำสอนของพราหมณ์ เขาฝึกฝนเรียนรู้แตกฉานวิชาของพราหมณ์เขาถามกลับถึงบรรดาพราหมณ์ที่สอนเขาว่าถ้าพวกท่านหลุดพ้นได้แล้ว ทำไมยังไม่เห็นใครหลุดพ้นได้เลย อาจารย์พราหมณ์บางท่านอายุ 70 80 บางท่าน 90ปี ก็ยังไม่มีใครหลุดพ้นได้ ในขณะนั้น ที่เมืองสาวัตถี สิทธารถะได้ข่าวถึงพระโคตรพุทธเจ้าได้ออกแสดงธรรม ได้มีพระจริยวัตรที่งดงาม คำสอนไม่เหมือนที่เคยมีใครได้สอน ตัวสิทธารถะกับเพื่อนที่ชื่อโควินทะจึงมีความตั้งใจจะออกไปศึกษาธรรมมะของพระพุทธเจ้า แต่กว่าจะได้ออกไปต้องทั้งขอร้อง ทั้งเจรจา ทั้งดื้อดึงจนได้ออกจากหมู่บ้าน

                และแล้วก็ได้พบโคตมพุทธเจ้าได้สนทนากับพระพุทธเจ้า ได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อนโควินทะได้ขอบวชเพื่อเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ส่วนสิทธารถะได้บอกกับพระพุทธเจ้าว่าเค้าไม่รับฟังเข้าใจ ยอมรับ คำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเต็มใจ และไม่สงสัย ไม่มีความข้องใจเลย เพียงแต่สิทธารถะต้องการค้นพบทางเดินสิ่งที่พระพุทธเจ้าผ่านมาจนได้ตรัสรู้ว่าต้องเจออะไรมาบ้างตัวเขาต้องการผ่านอุปสรรคต่างๆตามพระพุทธเจ้า

                หลังจากที่เขาออกจากเมืองสาวัตถีแล้วเขามุ่งหน้าไปเมืองใหญ่ เขาได้พบกับกมลา หญิงสาวแสนสวยของเศรษฐีในเมือง ตัวเขาคิดว่าเขาต้องการจะศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ทุกๆแขนง และเขายังขาดความรู้ในเรื่องความรัก เขาบอกกับกมลาว่าเขา เก่ง 3 เรื่องคือ เขาอดอาหารได้ เขาอ่านหนังสือได้ และเขามีความอดทน เขาไม่มีทรัพย์สมบัติไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ สุดท้ายกมลาให้เขาไปทำงานกับสามีของเธอ เขาทำงานเก่งเป็นผู้ช่วยของเศรษฐี เขาเริ่มสะสมทรัพย์ มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน จนกระทั่งเขาอายุสี่สิบ เขาทิ้งทุกอย่าง ทิ้งกมลา ที่ตั้งท้องลูกชายเขา และออกไปอยู่กับคนแจวเรือข้ามฟาก ตอนจบจะเป็นอย่างไรอยากให้ได้ลองอ่านดู ไม่เล่าต่อละนะ

                ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้เขียนด้วยชาวเยอรมันที่นับถือศาสนาคริสต์ จริงๆแล้วในรายละเอียดการเขียน คุณเฮอร์มานน์เขียนได้ลึกซื้ง เข้าถึงแก่นธรรมะของชาวพุทธ แต่ไม่ได้เขียนไปในทางพุทธแบบชัดเจน ทำให้คนศาสนาอื่นมาอ่านได้ด้วย 

                การเปรียบเทียบความจริงกับธรรมชาติที่คุณเฮอร์มานน์ ได้เปรียบเทียบนั้นลึกซึ้งอ่านแล้วต้องคิดตาม ยกตัวอย่างเช่นการเปรียบเทียบชีวิตกับสายน้ำ ที่ไหลไปตามความปรารถณา การโหยหาคร่ำครวญ การกระทบกระแทกของสายน้ำ และยังได้เปรียบเทียบสายน้ำกับเวลาซึ่งสายน้ำไม่มีอนาคต ไม่มีอดีต มีแต่ปัจจุบัน ซึ่งคนเราก็ควรอยู่กับปัจจุบันเช่นกัน


    สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ต้องการหาแก่แท้ของชีวิต อาจจะต้องเป็นวัยผู้ใหญ่ได้ทำงานแล้วจะอ่านได้เข้าใจมากขึ้น
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน ถึงแม้เป็นนิยาย แต่มีหลักปรัชญาลึกซึ้ง เนื้อหาไม่ได้เดาออกได้โดยง่าย มีการพลิกไปมาน่าตื่นเต้น
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ทำให้เกิดการคิดแบบช้าๆ คิดแบบละเอียด ได้ฟังเสียงธรรมชาติ 
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ เรื่องที่มีผู้รู้คิดค้นสำเร็จและพิสูจน์แล้ว อย่างน้อยเราควรปฎิบัติตามดูก่อนที่จะไปคิดว่าเขาคิดสิ่งนั้นมาได้อย่างไร ซึ่งการค้นหานั้นอาจจะทำให้เสียเวลาและมีผลเสียต่อผู้อื่นในการทดลองค้นคว้านั้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention