สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
คุณเฮอร์มานน์ เฮสเส เป็นนักเขียนรางวัลโนเบล ชาวเยอรมัน สาขาวรรณกรรม ในปี 1946 การได้ไปอินเดียเมื่อปี 1911 ทำให้คุณเฮอร์มานน์ศึกษาศาสนาตะวันออก จนมีอิทธิพลต่องานเขียนของเเขา และเริ่มเขียน สิทธารถะ ก็ได้ถูกเขียนเมื่อปี 1919 ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
แล้วสิทธารถะ กับ สิทธัตถะ เกี่ยวข้องกันอย่างไร ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า หนังสือเรื่อง สิทธารถะ เป็นนิยายที่เล่าถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วยังมีพระชนมายุอยู่ไปถึงช่วงเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว สิทธารถะคือตัวเอกของเรื่องที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่ 'ไม่มี' สิทธัตถะแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงออกบวชและได้เปลี่ยนเป็นพระโคตมพุทธเจ้า ดังนั้นในนิยายเล่มนี้จึงไม่บุคคลสองคน สิทธารถะกับสิทธัตถะได้เจอกัน แต่มีช่วงที่สิทธารถะได้พบปะพูดคุยกับโคตมพุทธเจ้า
เริ่มเรื่องจากตัวเอกสิทธารถะ เกิดมาในวงศ์ตระกูลพราหมณ์ มีพ่อเป็นถึงหัวหน้าพราหมณ์แต่เนื่องจากสิทธารถะความฉลาดหลักแหลมเขาจึงไม่ได้เชื่อคำสอนของพราหมณ์ เขาฝึกฝนเรียนรู้แตกฉานวิชาของพราหมณ์เขาถามกลับถึงบรรดาพราหมณ์ที่สอนเขาว่าถ้าพวกท่านหลุดพ้นได้แล้ว ทำไมยังไม่เห็นใครหลุดพ้นได้เลย อาจารย์พราหมณ์บางท่านอายุ 70 80 บางท่าน 90ปี ก็ยังไม่มีใครหลุดพ้นได้ ในขณะนั้น ที่เมืองสาวัตถี สิทธารถะได้ข่าวถึงพระโคตรพุทธเจ้าได้ออกแสดงธรรม ได้มีพระจริยวัตรที่งดงาม คำสอนไม่เหมือนที่เคยมีใครได้สอน ตัวสิทธารถะกับเพื่อนที่ชื่อโควินทะจึงมีความตั้งใจจะออกไปศึกษาธรรมมะของพระพุทธเจ้า แต่กว่าจะได้ออกไปต้องทั้งขอร้อง ทั้งเจรจา ทั้งดื้อดึงจนได้ออกจากหมู่บ้าน
และแล้วก็ได้พบโคตมพุทธเจ้าได้สนทนากับพระพุทธเจ้า ได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อนโควินทะได้ขอบวชเพื่อเป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ส่วนสิทธารถะได้บอกกับพระพุทธเจ้าว่าเค้าไม่รับฟังเข้าใจ ยอมรับ คำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเต็มใจ และไม่สงสัย ไม่มีความข้องใจเลย เพียงแต่สิทธารถะต้องการค้นพบทางเดินสิ่งที่พระพุทธเจ้าผ่านมาจนได้ตรัสรู้ว่าต้องเจออะไรมาบ้างตัวเขาต้องการผ่านอุปสรรคต่างๆตามพระพุทธเจ้า
หลังจากที่เขาออกจากเมืองสาวัตถีแล้วเขามุ่งหน้าไปเมืองใหญ่ เขาได้พบกับกมลา หญิงสาวแสนสวยของเศรษฐีในเมือง ตัวเขาคิดว่าเขาต้องการจะศึกษาหาความรู้ในศาสตร์ทุกๆแขนง และเขายังขาดความรู้ในเรื่องความรัก เขาบอกกับกมลาว่าเขา เก่ง 3 เรื่องคือ เขาอดอาหารได้ เขาอ่านหนังสือได้ และเขามีความอดทน เขาไม่มีทรัพย์สมบัติไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ สุดท้ายกมลาให้เขาไปทำงานกับสามีของเธอ เขาทำงานเก่งเป็นผู้ช่วยของเศรษฐี เขาเริ่มสะสมทรัพย์ มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน จนกระทั่งเขาอายุสี่สิบ เขาทิ้งทุกอย่าง ทิ้งกมลา ที่ตั้งท้องลูกชายเขา และออกไปอยู่กับคนแจวเรือข้ามฟาก ตอนจบจะเป็นอย่างไรอยากให้ได้ลองอ่านดู ไม่เล่าต่อละนะ
ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้เขียนด้วยชาวเยอรมันที่นับถือศาสนาคริสต์ จริงๆแล้วในรายละเอียดการเขียน คุณเฮอร์มานน์เขียนได้ลึกซื้ง เข้าถึงแก่นธรรมะของชาวพุทธ แต่ไม่ได้เขียนไปในทางพุทธแบบชัดเจน ทำให้คนศาสนาอื่นมาอ่านได้ด้วย
การเปรียบเทียบความจริงกับธรรมชาติที่คุณเฮอร์มานน์ ได้เปรียบเทียบนั้นลึกซึ้งอ่านแล้วต้องคิดตาม ยกตัวอย่างเช่นการเปรียบเทียบชีวิตกับสายน้ำ ที่ไหลไปตามความปรารถณา การโหยหาคร่ำครวญ การกระทบกระแทกของสายน้ำ และยังได้เปรียบเทียบสายน้ำกับเวลาซึ่งสายน้ำไม่มีอนาคต ไม่มีอดีต มีแต่ปัจจุบัน ซึ่งคนเราก็ควรอยู่กับปัจจุบันเช่นกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น