สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เราซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพราะชื่อหนังสือเลย อ.วิทยากร ได้เขียนเลือกเขียนเนื้อหาที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ในเล่มมีคำคมเกี่ยวกับประโยชน์ในการอ่านหนังสือมากมาย และต้องจดไว้เลย เนื้อหาภายในเล่มเริ่มจากความหมายของหนังสือคลาสสิกก่อน ซึ่งมีหลายคำนิยามมาก คำว่าหนังสือคลาสิกก็คือหนังสือเก่า แต่เก่าแค่ไหนถึงเรียกว่าคลาสิก เก่าเกินร้อยปี หรือเก่าเป็นตั้งแต่สมัยโรมัน นับรวมกันได้หมดหรือเปล่า แล้วหนังสือที่เขียนโดยภาษาอื่นๆจะเรียกว่าเป็นหนังสือคลาสสิกได้ไหม จริงๆแล้วก็มีหลายนิยามมาก ถ้าจะต้องเลือกหนังสือคลาสิกดีๆสักเล่ม คงต้องนิยามกำหนดกรอบความเข้าใจก่อนว่าจะเลือกแบบไหน ยุคไหน หลังจากนั้นก็คงต้องแยกประเภทว่าเป็น เรื่องแต่ง(Friction) เช่น บทกวี นวนิยาย ละคร ฯลฯ หรือที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง(Non Friction) เช่น ความเรียง ประวัติศาสตร์ ความทรงจำต่างๆ ชีวประวัติ รายงาน ฯลฯ
หนังสือคลาสิกนั้นไม่ใช่แค่เก่าเพียงอย่างเดียวต้องมีความยิ่งใหญ่ด้วย โดยมีกรอบคิดที่ว่า มีคนอ่านต่อเนื่องหลายร้อยปี พูดถึงปัญหาของมนุษย์ ไม่ล้าสมัย ให้ความคิดให้ความคมคายและความงดงาม แก้ไขปัญหาของมนุษย์
ครึ่งเล่มหลัง เป็นรายชื่อหนังสือตามการคัดเลือกขององค์กรต่างๆ และอ.วิทยากร ได้เสนอแนะว่าเป็นแหล่งอ้างอิงเพื่อจะค้นหาหนังสือเพื่ออ่านเพิ่มเติม รวมแล้วซ้ำกันบ้างไม่ซ้ำกันบ้าง น่าจะประมาณ 300 เล่มได้ หนังสือที่ได้รักการคัดเลือกจะมีคำอธิบายสั้นๆ หรือบางเล่มจะมีประโยคเด็ดๆในเล่มหนึ่งประโยค
ในบทที่5 เป็นการคัดเลือกหนังสือคลาสิกที่ดี จากหนังสือดีของโลกตะวันตก 100เล่ม โดย บก. Goodread หนังสือดีในรอบศตวรรษของคณะบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชนนิวยอร์กที่มีคนยืมหนังสือปีละ 12ล้านเล่ม แต่กฎเกณฑ์ของคณะบรรณารักษ์นี้จะไม่ให้มีชื่อผู้แต่งซ้ำกัน และมีหนังสือเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพสตรี และชาวอเมริกันผิวดำ ชุดนี้มี 172 เล่ม นวนิยายภาษาอังกฤษดีเด่น 100เรื่องในรอบศตวรรษของสำนักพิมพ์ Modern Libraly และปิดท้ายด้วยหนังสือแนวพัฒนาตนเองอีก 50 เล่ม
ปิดท้ายบทที่6 ด้วยหนังสือคลาสสิกของไทย ในรัชกาลที่ 5,รัชกาลที่ 6, และรัชกาลที่7 และท้ายสุดหนังสือจำนวน 100 ชื่อเรื่องที่คนไทยน่าจะได้อ่าน(งานวิจัย สตว. พ.ศ.2541) ซึ่งมีคณะผู้วิจัย และกรรมการชี้ทิศทางที่เป็นคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นช่วงตีพิมพ์ระหว่าง พ.ศ. 2408-2519
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น