สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
หนังสือเล่มนี้มีชื่อหนังสือที่น่าสนใจมากทั้งเชื่อภาษาอังกฤษและภาษาไทย คุณ Rolf ผู้แต่งเป็นนักเขียนแนวจิตวิทยาชื่อดังคนนึง เขาเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์เขาอยู่ในแวดวงนักเขียนในประเทศ หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่เขียนล่าสุด แต่เล่มนี้เป็นเล่มที่คุณRolf Dobelli เขียนไว้ล่าสุด สองเล่มก่อนหน้านี้มีรีวิวซึ่งทั้งสองเล่มไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ได้แก่ 52 วิธีคิดให้ได้อย่างเฉียบคม The Art of Thinking Clearly และ 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด : The Art of Thinking Clearly 2
เริ่มต้นเล่ม คุณ Rolf เล่าเรื่องได้สนุกดีซึ่งเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ประชุมคอลัมนิตส์ชื่อดังเป็นต้นกำเนิดของหนังสือเล่มนี้ เดิมทีเขากำลังจะออกหนังสือเล่มใหม่และคาดว่าคอลัมนิตส์ทุกคนคงจะได้ฟังเขาเล่าถึงเรื่องราวของหนังสือเล่มใหม่นี้ แต่ปรากฎว่าเจ้าของงานบอกกับเขาให้พูดเรื่องงานเขียนบทความหนึ่งที่เขาพึ่งได้ลงในเวปไซต์ส่วนตัวของ คุณ Rolf โดยเรื่องที่ว่านั้นคือเรื่องการไม่บริโภคข่าวของเขา คุณ Rolfตั้งสติแวบนึงแล้วก็พูดเรื่องที่เขาไม่อ่านข่าวมานานแล้วให้ผู้รับฟัง ฟังได้อย่างลื่นไหล และพูดติดตลกปิดท้ายว่า "ยอมรับความจริงเถอะครับว่าสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นี้เป็นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น"
เนื้อหาตอนแรก คุณ Rolf บอกเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกอ่านข่าวซึ่ง คุณ Rolf ก่อนที่เขียนหนังสือเล่มนี้เขาเลิกรับข่าวสารมาแล้วเป็น 10ปี ทั้งๆที่ตัวเขาอยู่ในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่ รับหนังสือพิมพ์ทุกเช้าและเป็นนักอ่านหนังสือพิมพ์ตัวยง แถมอยู่ในแวดวงข่าวสารโดยตลอดอีกด้วย สาเหตุหลักก็คือมือเริ่มติดตามข่าวทำให้คนที่รับข่าวเสียเวลาเป็นอย่างมาก คุณ Rolfได้คำนวนไว้ว่าถ้ามีการรับข่าวเราจะเสียเวลาไป 1เดือนจากเวลา 1ปีที่เราใช้ขีวิตอยู่ เวลาที่เสียไปนั้นถ้าได้เลือกอ่านสิ่งที่ดี มีประโยชน์เช่นหนังสือ บทความวิเคราะห์จากผู้รู้ นั่นได้ประโยชน์กว่ามากๆ เลย
คุณ Rolfยังชี้ให้เห็นอีกว่า ข่าวที่จากสำนักข่าวเสนอให้พวกเราได้รับนั้น แทบไม่มีประโยชน์ต่อตัวเราเลย แถมยังไกลตัวอีกมากๆ และตัวเราเองยังไม่ควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นข่าว เด็กมหัศจรรย์ ข่าวสัตว์ทำร้ายคน ข่าวเครื่องบินตก ข่าวคนกินฮอทดอกได้มากมาย ข่าวการฆ่าตัวตาย ข่าวการเมือง ข่าวคนทำร้ายการ ข่าวดารา ข่าวกีฬา ข่าวปล้นธนาคาร ข่าวสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ข่าวหุ้น ข่าวสงคราม และสารพัดข่าว ซึ่งดูแล้วน่าสนใจมากๆในการติดตาม แต่ไม่มีประโยชน์กับคนอ่านเลยแม้แต่น้อย แถมสมองของเรานั้นมีพื้นที่จำกัดเอามากๆ มีลักษณะเป็นคอขวด ถ้าข้อมูลข่าวสารมากก็จะถูกสมองกรองเอาส่วนที่ไม่อยากจำทิ้งไป แล้วก็เลือกเก็บแต่ส่วนที่เราอยากเก็บไว้ ข้อมูลข่าวสารที่มมากเกินไปไม่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นเลย
คุณ Rolf สมมติว่าถ้าโลกเรามีพื้นที่ใหญ่ขึ้น ประชากรต่อพื้นที่เพิ่มมากขึ้นตามไป และรับรองต่อได้เลยเว่าข่าวสารต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นเท่ากับประชากรที่เพิ่มขึ้น แถมโลกอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ข่าวมาถึงตัวเรามากขึ้น ไม่ว่าจะมาในรูปแบบโซเชียลมีเดีย รูปแบบโฆษณาแฝง ซึ่งโดยปกติรับเรารับข่าวสารต่อวัน 90นาที ถ้าประชากรเพิ่มขึ้นข่าวสารก็จะมากขึ้น ต้องอ่านมากขึ้น ดูมากขึ้น เสียเวลามากขึ้นไปอีก
ช่วงกลางเล่ม คุณ Rolf ได้บอกถึงผลกระทบต่อผู้อ่านข่าวที่ทำให้เกิดผลกับคนอ่านข่าวหรือรับข่าวสารหลายรูปแบบพร้อมตัวอย่างที่เกิดขึ้น อย่างเช่น ทำให้เสียเวลา ประเมินความเสี่ยงผิด เพิ่มอคติ มีอันตรายต่อสุขภาพ ขัดขวางความคิด ทำให้เฉื่อยชา ทำให้คิดไปเอง ทำให้ถูกชักใย ทำลายความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เกิดภาพลวงตา ส่งเสริมการก่อการร้าย ทำลายความสงบ แต่ละตอนมีเนื้อหาไม่ยาวนักได้อ่านแล้วเข้าใจได้ดี
ทีเด็ดคือบทสุดท้าย คุณ Rolf ให้ลองใช้กระดาษ A4 ตามแนวตั้งแล้วแบ่งช่องออกเป็น 10 ช่อง เขียนปีย้อนหลังกลับไป 10 ปี เช่นถ้าปีนี้เป็นปี พ.ศ.2565 ก็เขียนปีที่หัวช่องตารางด้านบนย้อนกลับไป 2564 2563 .... 2555 รวมเป็น 10 ช่อง เสร็จแล้วพับครึ่ง ส่วนบนให้เราลองนึกข่าวสำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละปี โดยที่ไม่ให้ใช้ตัวช่วยในการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตเลย เหตุการณ์สำคัญๆ ที่เราพอจะนึกออกน่าจะเป็นปี 2563 โควิดระบาด ปี2559 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สวรรคต เหตุการณ์อื่นๆเลือนลางมากๆ ต้องใช้เวลานึกอยู่แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะจำปีได้ตรงหรือเปล่า พอเขียนลงไปเสร็จแล้วส่วนที่พับด้านล่างให้เราเขียนเหตุการณ์สำคัญๆในชีวิตเรา เช่นเกิดลูก ลูกเข้าโรงเรียน การเสียชีวิตของคนที่รู้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รถคันใหม่ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูก เปิดร้าน ทำธุรกิจ และการรวมตัวกันของเพื่อนๆเป็นต้น เราสามารถเขียนได้มากมายลื่นไหล เขียนได้เยอะมากๆ พอนำกระดาษมากางออกเทียบข้อมูลบน-ล่างแล้ว เราจะเห็นได้เลยว่าที่ผ่านมาข่าวที่เราจำได้มีน้อย และน้อยมากๆเสียด้วย ดังนั้นการรับข่าวของวันนี้ นึกถึงอนาคตอีก 10ปีข้างหน้าได้เลยว่ามันก็จะไม่อยู่ในสมองเรา และที่สำคัญมันไม่ได้มีผลต่อชีวิตเราเลยแม้แต่น้อย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น