ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.72 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...พุทธานุภาพกับจิตตานุภาพ

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 72 'พุทธานุภาพกับจิตตานุภาพ'


                    ISBN                      - พิมพ์ครั้งพิเศษ(หลังจากจัดพิมพ์ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ.2533) เมื่อปี พ.ศ. 2535 ไม่มีเลข
                    ผู้เขียน                  -  หลวงวิจิตรวาทการ
    สำนักพิมพ์             - สารมวลชน, สนพ.
                    จำนวนหน้า            -  111 หน้า 
                    พิมพ์ครั้งแรก         -  ปี พ.ศ. 2471-2472

            หนังสือเล่มนี้ มีอายุยาวนานกว่า 90 ปีแล้วเป็นหนังสือที่ปัจจุบันยังหาซื้อได้ในร้านหนังสืออยู่ เนื้อหาในเล่มประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนพุทธานุภาพ และอีกส่วนคือ จิตตานุภาพ ซื้อหนึ่งเล่มได้อ่านทั้งสองเรื่อง ซึ่งแต่เดิมการพิมพ์ครั้งแรกๆน่าจะแยกเป็นแต่ละเรื่องแยกจากกัน อ่านแล้วก็ไม่ได้เห็นเนื้อหาเกี่ยวโยงกัน คำนำก็แยกเป็นสองเล่มชัดเจน โดยที่พุทธานุภาพ พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2471 และได้ถูกส่งไปให้แก่บัณฑิตยสถานที่กรุงปารีส  ส่วนจิตตานุภาพนั้นเขียนจากหลักของ ปอล ซาโกต์ ศาสตาจารย์ทางจิตวิทยาชายฝรั่งเศษ พิมพ์เมื่อปี พ.ศ 2472
    
            ในเรื่อง พุทธานุภาพ หลวงวิจิตรวาทการได้นำเสนอในมุมมองของความเป็นจริงในยุคนั้น มุมมองของฝรั่งที่มีต่อพระพุทธเจ้า การวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ช่วงนั้น โดยที่สมัยก่อนที่จะมีศาสนาพุทธ เดิมแล้วยังมีลัทธิต่างๆ คำสอนต่างๆ มีคณะศรัทธาและมีนักบวชต่างๆอยู่ก่อนแล้ว และยังได้วิเคราะห์ตำราต่างๆที่มีหรือบอกเล่ากันต่อๆมาในช่วงนั้น 
             บทที่สองเป็นเรื่องทีว่าด้วยพุทธปาฏิหารย์ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประการ คือ อิทธิปาฏิหาริย์ (แสดงฤิทธิ์เดช) อาเทสนาปาฏิหาริย์ (ดักใจคน) และ อนุสาสนิปาฏิหาริย์ (คำสอนที่อัศจรรย์) ในข้อสองและข้อสามเป็นเรื่องที่เราๆรู้กันมา และไม่ต้องพิสูจน์อันใด ส่วนข้อแรกเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ นั้น หลวงวิจิตรวาทการ ได้ลำดับวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆออกมาได้อย่างน่าสนใจ และยกเนื้อหาในพระตรัยปิฎกมาเล่าขาน มีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้นที่พระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธิปาติหาริย์ เป็นช่วงไหนอย่างไรมีเฉลยในตอน
            บทที่สามพุทธนิวัตร เป็นเรื่องราวหลังจากพระพุทธเจ้าตัดสินใจปรินิพาน ซึ่งมีรายเอียดหลายตอนที่หลวงวิจิตรวาทการได้ยกมา อ่านแล้วให้ความรู้กับตัวเองมากขึ้่น บทที่สี่เป็นบทพุทธานุภาพ หลวงวิจิตรวาทการได้ให้คำนิยามของพุทธานุภาพนั้น คือสิ่งที่ดีคุ้มครองคนดี คิดดี ตั้งใจทำดี เมื่อมีศรัทธา ทำความดี และมีพุทธานุสติ(ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสมอ) ก็จะมีพุทธานุภาพคุ้มครอง

            ในเรื่อง จิตตานุภาพ หลวงวิจิตรวาทการได้นำหลักการจากอาจารย์ทางด้านจิตวิทยาชาวฝรั่งเศษมาเรียบเรียงใหม่ จิตตานุภาพหรือจะเรียกว่าพลังจิตก็ไม่น่าจะผิด หลวงวิจิตรวาทการบอกว่ามีกันอยู่ทุกคน มากบ้างน้อยบ้าง แต่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้เมื่อสร้างขึ้นมาแล้วจะมีติดตัวไปตลอดชีวิต
            บทที่หนึ่ง เป็นการปลุกจิตตานุภาพให้ตื่นขึ้น การสร้างจิตตานุภาพให้แข็งแรงขึ้นมีวิธีดังนี้ วางความคิดให้เป็นระเบียบ หัดหัวใจให้กล้าแข็ง บำรุงร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของลมหายใจ บำรุงเส้นประสาท หัดใจให้เป็นสมาธิ หัดใช้ความคิดประกอบสายตา และ เก็บรักษาจิตตานุภาพที่เกิดขึ้นมาแล้ว และเมื่อมีจิตตานุภาพอยู่กับตัวแล้ว ทำการบ้องกันสิ่งต่อไปนี้ที่จะทำลายจิตตานุภาพ ได้แก่ พยายามข่มความโกรธ ให้พูดแต่น้อย (พูดความลับและการโต้เถียงทำให้เสียพลังจิตมาก) ให้พยายามรักษาความสงบทางกาย (ไม่โยกตัว กระดิกเท้า เขย่าตัว) ทำความวิเวกซึ่งก็คือรักษาความสงบนั่นเอง
            บทที่สอง จิตตานุภาพบังคับตัวเอง การบังคับตัวเองนั้นสำคัญมาก ปกติแล้วความเสียหายอะไรที่จะเกิดขึ้นก็เกิดจากตัวเอง ทำเองบังคับตัวเองมีประโยชน์ต่อเรามากกว่า และถ้าจิตตานุภาพเราแข็งแรง เราสามารถป้องกันความประสงค์ร้ายจากผู้อื่นได้ จิตตานุภาพบังคับตัวเองได้แก่ บังคับความหลับตื่น ทำความคิดให้ว่องไว้ในเวลาตื่นขึ้น เปลี่ยนความคิดได้ตามต้องการ สงบใจแม่เมื่อตกอยู่ในอันตราย เปลี่ยนนิสัยความเคยชิน(ที่ไม่ดี)ของตัวเอง ตรวจสอบตัวเองเป็นครั้งคราว และปั้องกัรักษาตัวด้วยจิตตานุภาพ(รักษาตัวเองจากการป่วย) 
            บทที่สาม จิตตานุภาพบังคับผู้อื่น แบ่งเป็นจิตตานุภาพอย่างอ่อน ทำให้เขาคิดตาม เชื่อคำพูดของเรา มี 4ประการ สายตาเข็มมีอำนาจในตัว เสียงชัดเจนแจ่มใส ท่าทางสงบเสงี่ยมและเป็นสง่า รู้จักวิธีชักจูงหัวใจคน ให้เข้ามาหาความคิดของตัวเรา และจิตตานุภาพอย่างแรง ต้องฝึกขั้นสูงและฝึกต่อเนื่อง สามารถทำได้หลายอย่างเช่น ทำให้เขาเขียนจดหมายตอบเราทั้งๆที่อยู่ห่างกันมาก ให้คนเดินสวนทางเราเบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวาตามความคิดเราเป็นต้น
            บทที่สี่ จิตตานุภาพบังคับเคราะห์กรรม โดยมีเครื่องมือสองอย่าง คือ เครื่องมือที่จะชักนำเอาเคราะห์ดีเข้ามา โดยให้มีความมุ่งมั่นที่เข้มแข็งและไม่ให้นึกถึงเรื่องร้าย และเครื่องมือที่ขับไล่เคราะห์ร้ายออกไป เมื่อเจอเรื่องร้ายต้องสงบใจ ตั้งเป้าหมายให้แน่มุ่งไปในเส้นทางที่ถูกต้อง และใช้ความระมัดระวัง


   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับทุกๆคน ในเรื่องพุทธานุภาพเป็นหนังสือที่เป็นเรื่องพระพุทธศาสนาที่อธิบายได้ทันสมัย และในเรื่องจิตตานุภาพเป็นหนังสือ How to ที่มหัศจรรย์มาก
        2.Objective         -    เล่มนี้ควรอ่าน ภาษาที่ใช้ไม่ได้เป็นภาษาเก่าโบราณ แถมการเป็นนักเขียนของหลวงวิจิตรวาทการนั้น เรียบเรียงได้ดี อธิบายได้ชัดเจน ทันสมัย ไม่ได้อ่านยากอย่างที่คิด
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว จิตตานุภาพได้ถูกปลุกขึ้นแล้ว
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ จิตตานุภาพคือวิชาที่ทุกคนควรมี มีจิตตานุภาพจะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตและป้องกันสิ่งไม่ดีได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention