สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 76 'มหัศจรรย์ทางจิต 1'
มหัศจรรย์ทางจิต เล่มที่ 1 หลวงวิจิตรวาทการ ได้แต่งขึ้นมา เพื่อให้เห็นถึงศาสตร์แห่งจิต โดยแบ่งเป็นสองเล่ม เล่มที่ 1 เอ่ยถึง เรื่องมนต์คาถา การส่งกระแสจิต การจูงจิต การสะกดจิตและการสะกดจิตขั้นสูง เริ่มต้นด้วยการหาความหมายของคำว่ามหัศจรรย์ทางจิต ซึ่งหมายความว่า การใช้จิตทำสิ่งแปลกประหลาดเหนือความคิดทั่วไป ไม่สามารถพิสูจน์ได้ให้เห็นง่ายๆ แต่มีบางเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับปรากฎการณ์ทางจิตที่ไม่อาจปฎิเสธได้เช่นกัน หลวงวิจิตรวาทการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาไม่ได้คิดเอาเอง แต่เป็นการศึกษาจากตำราฝั่งตะวันตกที่เขียนออกมาเป็นเล่มๆ แล้วมาสรุปให้เรานักอ่านทั้งหลายได้รับรู้กัน
เรื่องมนต์คาถานั้น หลวงวิจิตรวาทการ ได้เล่าถึงพระอาจารย์ของท่านที่เคารพนับถือมากๆ พระอาจารย์ท่านนี้ไม่เคยมีความเชื่อในเรื่องมนต์คาถาเลย แต่หลังจากได้รับมอบหมายให้ชำระพระตรัยปิฎกซึ่งท่านได้ชำระส่วนอธิธรรมปิฎก หลังจากท่านชำระเสร็จแล้ว พระอาจารย์มีความเห็นเกี่ยวกับมนต์คาถาเปลี่ยนไป เริ่มจากการให้น้ำมนต์ซึ่งก่อนจะทำน้ำมันต์ต้องบริกรรมคาถาก่อน หลวงวิจิตรวาทการที่เป็นผู้ศึกษาพุทธศาสนาอยู่แล้วจึงทำการค้นคว้าและพบว่า แม้กระทั่งตัวพระพุทธเจ้าเองก็ยังถือมนต์คาถาและได้ใช้ด้วย เป็นคาถาที่เรียกว่า "โพชฌังคะปริต" โดยที่พระพุทธเจ้าใช้ตอนเสด็จเยี่ยมพระกัสสป ขณะที่อาพาธหนักอยู่ พระพุทธเจ้าสวดโพชฌังคะปริตแล้วหลังจากนั้นพระกัสสปก็หายป่วย และยังใช้อีกครั้งกับพระโมคคัลลาและหายป่วย รวมทั้งครั้งที่สามที่ใช้กับพระองค์เอง นอกจากนี้หลวงวิจิตรวาทการ ยังมีมนต์คาถา(บทสวด) อีกหลายบทพร้อมความหมายและวิธีใช้งาน
การส่งกระแสจิต ที่จริงแล้วการส่งกระแสจิตนั้นสำคัญ แต่ถ้าไม่มีผู้ที่รับกระแสจิตได้ก็ไม่มีความหมายอะไร กระแสจิตนั้นได้ถูกส่งออกมาจากทุกๆคนโดยตลอด เหมือนคลื่นวิทยุ ถ้าผู้ส่งมีกระแสจิตที่แรงและพุ่งตรง รวมถึงผู้รับที่จิตใจว่างเปล่าและมีสมาธิจึงสามารถรับกระแสจิตได้ กระแสจิตส่งผ่านได้หลายทางทั้งทางดวงตาและการสัมผัสกระแสจิตนั้นยังช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ตัวอย่างในตอนนี้เป็นตัวอย่างที่หลวงวิจิตรวาทการ ได้นำมาจากตัวอย่างทางผู้เชี่ยวชาญด้านจิตจากทางฝั่งตะวันตก
การจูงจิต ก็คือการที่เห็นคนทำอะไรคล้ายๆกัน การชุมนุม การต่อสู้ร่วมกันด้วยจุดประสงค์อะไรสักอย่าง ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวผู้นำเลย แต่สามารถทำตามที่ผู้นำจูงจิตให้ทำตามได้ ในบทตอนนี้มีตัวอย่างหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นจริงในยุโรปด้วย
การสะกดจิต คือการที่ผู้สะกดจิต สะกดผู้ที่ถูกสะกดจิต โดยผู้ถูกสะกดจิตนั้นต้องยินยอม และเป็นสิ่งที่ผู้ถูกสะกดจิตทำได้ รวมถึงไม่ได้ในสิ่งที่ผิด้วย การสะกดจิตจะใช้ิการได้กับคนที่ถูกสะกดจิตได้เท่านั้น ส่วนผลของการสะกดจิตนั้นไม่ได้เป็นผลร้อยเปอร์เซ็นต์ มีผลไม่สำเร็จพอสมควร หลังจากสะกดจิตแล้วต้องคลายการสะกดจิตใหักับผู้ถูกสะกดจิตด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น