ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.81 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เสียดายแย่ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อ่าน The Book You Wish Your Parents Had Read: (And Your Children Will Be Glad That You Did)

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 81 'เสียดายแย่ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อ่าน The Book You Wish Your Parents Had Read: (And Your Children Will Be Glad That You Did)'

                    ISBN                      - 9786168221525 
                    ผู้เขียน                  -  Philippa Perry (ฟิลิปปา เพอร์รี)
                    ผู้แปล                    -  ดวงพร รุจิรวงศ์
    สำนักพิมพ์             -  บุ๊คสเคป, สนพ.
                    จำนวนหน้า            -  280 หน้า 
                    พิมพ์ครั้งแรก         -  ปี 2563 อเมริกา

                ชื่อเต็มของหนังสือ เสียดายแย่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้อ่าน เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่โปรเจกต์ แต่เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ตลอดชีวิต น่าสนใจมากๆเลยใช่มั้ย คุณPhilippa Perry ผู้แต่งเป็นนักจิตบำบัดประสบการณ์ 20ปี เป็นคอลัมนิตส์ นังเขียน และนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ รวมถึงเป็นเจ้าของหนังสือที่เขียนเองอีกหลายเล่ม ประสบการณ์การเป็นนักจิตบำบัดได้ทำให้หนังสือเล่มนี้ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกมีคุณค่ามากๆ มีมุมมองหลายอย่างที่คาดไม่ถึงและถ้าได้คิดตามแล้ว อยากจะกลับไปเปลี่ยนพฤิตกรรมที่เคยทำไว้กับลูกเลย แต่คุณPhilippa Perry เน้นอยู่ตลอดภายในเล่มว่า "ถ้าคุณอยากสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูก รอยร้าวที่เกิดขึ้นไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณซ่อมแซมมันอย่างไร" ทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่มีวันสายเลย ซ่อมแซมความรู้สึกให้กับลูกได้แน่นอน

                โครงสร้างหนังสือแต่ละบท มีเนื้อหาบรรยาย มีเคสตัวอย่างที่อธิบายได้ละเอียดชัดเจน มีแบบฝึกให้ให้ลองคิดตาม ในท้ายบทมีสรุปเป็นหัวข้อๆ สำหรับคนที่อ่านเนื้อหามาแล้ว อ่านตรงบทสรุปสามารถรื้อฟื้นเนื้อหาที่คุณPhilippa Perry ได้เขียนไว้ทันที

                เรื่องเรื่องแรกก็จี๊ดโดนใจเลย คุณPhilippa Perryบอกว่าพฤติกรรมที่เราทำไม่ดีกับลูกเป็นผลมาจากสิ่งที่เราถูกคุณพ่อคุณแม่ทำมาในอดีต เรื่องบางเรื่องเราไม่น่าโมโหลูกได้เลยบางทีเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่พอย้อนกลับไปในอดีตแล้วมันเป็นปมเฉพาะพ่อแม่ที่เคยถูกกระทำมาก่อน ดังนั้นถ้ามีปมเรื่องอะไรอยู่แก้ปมในใจนั้นให้ได้ก็จะแก้ปัญหาได้ถาวร หรือก่อนจะตัดสินใจดุหรือทำอะไรกับลูกให้ทำใจ 

                เรื่องสภาพแวดล้อมของลูก การเลี้ยงดูลูกนั้นสามารถเลี้ยงดูให้ดีได้ ไม่ว่าสภาพครอบครัวเป็นอย่างไร พ่อแม่แยกทางกัน พ่อแม่อยู่ด้วยกัน ครอบครัวทะเลาะกัน มีตัวอย่างหลายกรณีที่ไม่ว่าสภาพครอบครัวที่ดี หรือไม่ดีอย่างไร ลูกที่เกิดจากการเลี้ยงดูนั้นเป็นไปได้ทั้งไม่มีปัญหาและแบบที่ต้องคอยแก้ปัญหา การแสดงความรู้สึก ทั้งฝั่งพ่อแม่และลูกๆการให้ลูกรู้จักความรู้สึกและกล้าที่จะแสดงความรู้สึกก็เป็นเนื้อหาอีกบทนึงเต็มๆ

                บทต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ มีความเครียดความกังวลมากมายที่เกิดขึ้น บางเรื่องเป็นเรื่องที่ตัวเราไม่เคยคิดว่าจะเกิดปัญหา แต่ด้วยคุณPhilippa Perry มีประสบการณ์มากมายมีเคสตัวอย่างน่าสนใจ บางเคสแม่มีลูกแฝดลูกคนนึงต้องถูกให้ดูแลในโรงพยาบาลเป็นเดือนๆก่อนจะเจอคุณแม่ ปรากฎว่าคุณแม่รู้สึกว่าลูกแฝดคนที่อยู่โรงพยาบาลนั้นแม่เค้ามีความรู้สึกแต่งต่างไปกับลูกค้าไม่ต้องอยู่โรงพยาบาล โดยที่เธอคิดว่าไม่ใช้ลูกของเธอ กว่าจะปลดปมนี้ได้ใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียว

                สองบทท้ายเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ดี และเรื่องพฤติกรรม การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพจิตที่ดีคุณPhilippa Perry ให้เราไม่ขัดสมาธิของลูก ลูกเล่นอะไรอยู่ให้เขาได้เล่น ให้เขาได้กำหนดการเล่นของเขาเอง ยอมรับในจินตนาการของลูก ให้เขาได้เล่นกับคนหลายๆวัย ในเรื่องพฤติกรรม เป็นเรื่องสำคัญและคุณPhilippa Perryเน้นให้อยู่ในตอนท้ายสุด พฤติกรรมต่างๆของลูกคือการสื่อสาร โดยเน้นทักษะ 4 ข้อให้กับเด็กๆ คือการข่มความรู้สึกหงุดหงิด การยืดหยุ่น ทักษะการแก้ปัญหา และความสามารถในการมองเห็นและรู้สึกจากมุมมองผู้อื่น ฝึกทักษะแบบนี้ให้ลูก โดยไม่ต้องเร่งรีบ เมื่อเขาพร้อมเขาจะเป็นคนดีได้เอง เรื่องบางเรื่องก็พ่อแม่ก็ไม่ควรเข้มงวดมากเกินไป ยังมีหลายเคสที่แก้ปัญหาเรื่องการอาละวาด การร้องโวยวาย การโกหก(ทั้งของพ่อแม่และของลูก) สุดท้ายการแก้ปัญหาหลายอย่างเกิดจากการใช้คำพูด บางทีเด็กๆจะไม่ชอบให้เราใช้คำว่า เด็กๆเป็นคนไม่มีระเบียบเลยกลับบ้านดึก แบบนี้เด็กจะต่อต้าน แต่ถ้าพูดเป็นความรู้สึกของพ่อแม่แล้วจะพูดว่า แม่รู้สึกเป็นห่วงลูกมากๆเมื่อลูกกลับดึก แบบหลังเด็กๆจะเห็นด้วยและยอมทำตาม

                เรื่องสำคัญที่สุดที่คุณPhilippa Perry ได้เน้นคือให้พ่อแม่ ได้คิดกลับไปว่าถ้าเป็นเด็กเราจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเด็กกำลังเล่นสนุกอยู่พ่อแม่สั่งให้หยุด ถ้าเราเป็นเด็กเราก็จะหงุดหงิดเพราะถูกสั่งทันที ไม่ให้เตรียมตัว หรือการที่ปล่อยให้ลูกทำอะไรคนเดียวโดยไม่มีเราอยู่ ถ้าเราเป็นเด็กเราคงจะอ้างว้างเคว้งคว้างมากๆเลย ไม่ให้คิดว่าเขาโตแล้วคิดว่าเขาเป็นเด็กตัวเล็กๆเราจะเข้าใจเด็กๆมากขึ้น

   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ ไปจนเป็นวัยรุ่น หลักการเหล่านี้ใช้ได้ทั้งหมด
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน ผู้แต่งเป็นผู้มีประสบการณ์มาก เนื้อหาเป็นจุดตายของการดูแลเด็กเลย ซึ่งจะแก้ไขปัญหาได้ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ปรับเปลี่ยนมุมมองแนวคิดได้
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เป็นพ่อที่เข้าใจลูกมากขึ้นมากๆเลย
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ถ้าเราคิดสลับว่าเราเป็นเด็กเราจะสามารถเข้าใจเขาและดูแลเขาได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention