สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 89 'กำเนิดสปีชีส์ The Origins Of Species By Means Of Natural Selection'
อันดับแรกต้องขอบคุณสำนักพิมพ์สารคดีที่ได้นำเอาหนังสือเล่มนี้มาแปลให้คนไทยเราได้อ่านกันซึ่งเป็นช่วงที่หลังจากครบรอบ 150 ปี ของหนังสือเล่มนี้ที่เคยพิมพ์ครั้งแรกย้อนกลับไปขณที่ที่คุณชาร์ลส์ ดาร์วิน ยังมีชีวิตอยู่ คุณชาร์ลส์ ดาร์วิน สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ธรรมชาติตั้งแต่สมัยยังเด็ก เขาจบปริญญาตรีสาขาเทววิทยา แต่เขาสนใจและมีความรู้ด้านสัตว์ พืช และธรณีวิทยา เขาจึงเดินทางไปกับเรือหลวงบีเกิล ในฐานะนักธรรมชาติชีววิทยาสำรวจไปรอบโลกและโดยเฉพาะอเมริกาใต้ เขารวบรวมข้อมูลร่วมกับนักวิทยาศาสตร์อีกหลายท่าน ในปี 1858 คุณชาร์ลส์ ดาร์วินและอัลเฟรด วอลเลซ ได้นำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการของสปีชีส์ ได้สำเร็จ และเขาเขียนตำราเรื่องนี้ออกเป็นรูปเล่มเมื่อปี 1859
หนังสือเล่มนี้เราใช้เวลาอ่านนานมาก เนื้อหาเยอะเป็นงานเขียนแนวบันทึกทางวิทยาศาสตร์ มีการเก็บข้อมูล โยงสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆได้ทำมาแล้ว เพื่อสนับสนุนแนวคิดของคุณชาร์ลส์ ดาร์วิน เนื้อหาและคำศัพท์ฟังดูยากนิดหน่อย อาจจะเป็นสาเหตุเนื่องจากการใช้ภาษาที่เป็นต้นฉบับเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยใช้พลังในการการเยอะพอสมควร เราได้เห็นถึงแนวทางปฎิบัติการบันทึก การสังเกตุ รวมไปถึงมีการทดลอง อธิบายอยู่ภายในเล่ม ความช่างสังเกตและความมานะพยายามของคุณชาร์ลส์ ดาร์วิน นั้นล้นเหลือมากมายกว่าจะสรุปเป็นบทสรุปได้ บทสรุปก็คือชีวิตไม่ว่าจะพืชหรือสัตว์ต้องอยู่และเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออยู่รอดจากธรรมชาติ แต่ธรรมชาตินั้นค่อยๆเปลี่ยนแปลง คุณชาร์ลส์ ดาร์วินอ้างถึงตั้งแต่ทวีปที่เคยอยู่เป็นแผ่นเดียวกันต่อเชื่อมกัน เมื่อ 225 ล้านปีก่อน และยังมีปรากฎการณ์ยุคธารน้ำแข็ง ที่มีความเย็นเกิดขึ้นที่ขั้วโลก และผลักดันความเย็นลงมาจนถึงเส้นศูนย์สูตร มีการเคลื่อนที่ของธารน้ำแข็ง และอีกปรากฎการณ์นึงที่คุณชาร์ลส์ ดาร์วิน อ้างถึงคือการยกตัวของผิวโลก ทุกๆปรากฎการณ์นี้ส่งผลถึงทฤษฎีวิวัฒนาการ โดยทฤษฎีที่ว่าคือ สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในโลกเกิดจากพ่อแม่คู่เดียวกัน สืบสายพันธุ์มากจากพ่อแม่เดียวกัน หลังจากนั้นมีการผสมพันธุ์ข้ามพันธุ์จนเกิดสายพานที่หลากหลาย สายพันธุ์ที่อยู่ตรงกลางไม่แตกต่างจากสองฝั่กหลักจะถูกทำให้สูญพันธุ์ไป สิ่งมีชีวิตจะต้องต่อสู้กับธรรมชาติและเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อการอยู่รอด ธรรมชาติทีว่าไม่ใช่แค่ลมฟ้าอากาศแผ่นดิน สภาพแวดล้อม แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตรอบๆด้วย ทั้งพืช สัตว์อื่น และต่อสู้กันเอง รวมถึงต้องเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เกิดมีการขยายพันธุ์ สืบพันธุ์ต่อไป
ดังนั้นในเล่มนี้ที่มี 14 บทนั้น เป็นการรวบรวมหลักฐานต่างๆเพื่อสนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการณ์นี้ ปรากฎการณ์ที่ว่าเช่น นกพิราบหลายๆสายพันธุ์ มีความแตกต่างกันบางตัวปากเล็ก บางตัวปากใหญ่ บางตัวมีสีที่ต่างกัน บางตัวแผงขนที่เท้ามีมากกว่า บางตัวมีแผงขนที่หางจำนวนต่างกัน และนกที่ว่านี้พบได้ทั้งฝั่งทวีปยุโรป และอเมริการ มีการพบพืชที่เป็นสปีชีส์คล้ายๆกัน อยู่ที่ทวีปยุโรปและที่นิวซีแลนด์ การผสมพันธุ์ต่างสปีชีส์ในชั้นแรกแล้วลูกออกมาเป็นหมัน แต่ชั้นถัดๆมาค่อยๆคลายการเป็นหมันได้ การที่เกาะต่างๆไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลย ยกเว้นค้างคาว บนเกาะต่างๆไม่มีสัตว์ประเภทกบ คางคกเลย การทดลองเอาเมล็ดพันธุ์แช่น้ำทะเลและเอามาปลูกได้ใหม่ มีข้อสงสัยมากมาย ซึ่งทางคุณชาร์ลส์ ดาร์วินได้หาคำตอบไว้ให้แล้วในหนังสือเล่มนี้
อ่านหนังสือเล่มนี้ได้เห็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ในช่วงนั้นที่ต้องการจะหาความรู้ เห็นความตั้งใจในการทดลอง การจดบันทึกและที่สำคัญคนที่วาดรูปออกมา(สมัยนั้นไม่มีกล้องถ่ายรูป) ออกมาได้เหมือนภาพวาดเลย พวกเขาทำงานได้เป็นระบบมากๆ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น