ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.103 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ซามูไรสิ้นลาย บทเรียนเศรษฐกิจฟองสบู่ The Bubble Economy The Japanese Economic Collapse

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 103 'ซามูไรสิ้นลาย บทเรียนเศรษฐกิจฟองสบู่ The Bubble Economy The Japanese Economic Collapse'




                      ISBN                        -  9748933105
                      ผู้เขียน                     -  Christopher Wood (คริสโตเฟอร์ วู้ด)
                      ผู้แปล                      -  อภัสสร ฤทธิ์แรงกล้า

                     สำนักพิมพ์               -  วัฎจักรบุ๊คส์, สนพ.
                     จำนวนหน้า              -  284 หน้า 
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2535 (อเมริกา)

                เราหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านเนื่องจากสถานการณ์ทางการเงิน การธนาคารของโลกช่วงนี้เริ่มแปลกๆ การล้มของ 3 ธนาคารสหรัฐ SVB, Sivergate และSignature รวมถึงปัญหาการเพิ่มทุนไม่ได้ของธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse) ในสวิตเซอร์แลนด์ และสุดท้ายไปจบที่ UBS เข้าซื้อกิจการ แต่ก็มีผลกระทบตามมา การได้รู้เรื่องราววิกฤติฟองสบู่ที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนน่าจะให้ประโยชน์กับเราบ้าง
                
                หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องโดยคุณChristopher เป็นการรวบรวมเหตุการณ์หลังวิกฤตฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก โดยจุดสูงสุดของฟองสบู่ ก่อนที่จะแตกเกิดขึ้นตอนปี 1989 ตลาดหุ้น ดัชนีตอนปลายปี 1989 อยู่ประมาณ 39,000 จุด จนช่วงต้นเดือน ต.ค. 1990 ดัชนีนิเคอิตกลงมาเหลืออยู่ที่ ประมาณ 20,000 จุด ลดลงมาเกือบ 50% สาเหตุเกิดจากราคาที่ดินที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นมากๆ ธนาคารก็ต้องการปล่อยกู้ เพื่อเพิ่มกำไร การค้ำประกันเงินกู้จากอสังหาริมทรัพย์ก็ทำได้ง่าย แถมยังให้ยอดกู้สูงมากๆ ตามราคาอสังหาริมทรัพย์ ถ้าจะเปรียบเทียบราคาที่สูงแบบฟองสบู่แล้วละก็ ว่ากันว่าราคาที่ดินในพื้นที่โตเกียวทั้งหมดสามารถซื้อที่ดินในสหรัฐอเมริกาได้ทั้งประเทศถ้าเทียบราคาประเมินกันในเวลานั้น

                นอกจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์แพงแล้ว ยังมีปัญหาการฉ้อโกงของนักการเมือง, ของเหล่าธนาคารต่างๆ และรวมถึงโบรคเกอร์ขายหุ้นด้วย ผลกระทบจึงมีปัญหาเป็นวงกว้าง จากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง ขุดค้นเรื่องไหนก็เจอปัญหา 

                ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธนาคาร เนื่องจากก่อนหน้านี้เศรษฐกิจดีมาก การปล่อยเงินกู้ทำได้ง่ายมาก แถมยังต้องทำให้มีผลประกอบการดี หลายๆธนาคารจึงปล่อยเงินกู้โดยให้กับลูกค้าที่แค่บัตรฝากเงินก็กู้ได้แล้ว จนถึงขั้นที่มีการใช้บัตรเงินสดปลอมเพื่อที่จะนำไปกู้ บางคนนำบัตรฝากเงินไปกู้ได้หลายๆที่ อีกสาเหตุหนึ่งคือธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้ให้บริษัทใหญ่ๆได้เนื่องจาก บริษัทเหล่านั้นสามารถออกหุ้นกู้เองได้จึงไม่ต้องพึ่งพาธนาคาร หลายๆธนาคารนอกจาะจะปล่อยกู้แบบเสี่ยงแล้ว ธนาคารต้องการให้ผลประกอบการดี จึงนำเงินไปลงทุนในหุ้น ช่วงก่อนปี 1989 ธนาคารเหล่านี้ได้กำไรจากการซื้อขายหุ้นมหาศาล จนเป็นสัดส่วนกำไรของธนาคาร มากกว่า 50% หลังจากเกิดวิกฤตธนาคารมีปัญหาจากสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าลดลงเป็นอย่างมาก ผู้กู้เงินไม่มีเงินใช้หนี้ สินทรัพย์จากมูลค่าหุ้นลดลงเป็นอย่างมาก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อเมริกาก็ขาดทุน จนเป็นผลทำให้ธนาคารขนาดเล็กๆต้องปรับโครงสร้าง ธนาคารขนาดกลางและใหญ่บางแห่งต้องควบรวมกิจการ

                บริษัทประกันชีวิตถูกกระทบเช่นกัน นอกจากปัญหาฟองสบู่ตลาดหุ้นแตกแล้ว บริษัทประกันที่ลงทุนในการซื้อขายหุ้นที่ราคาลดลงมากทำให้ผลประกอบการไม่ดี ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป อัตราการเกิดน้อยลง ประชากรที่อยู่ในวัยทำงานน้อยลง ทำให้การทำประกันชีวิตในวัยทำงานน้อยลงไปด้วย

                ภายในหนังสือมีเรื่องราวของข่าวทางเศรษฐกิจในช่วงนั้นของญี่ปุ่นมากมาย (ผู้เขียนเขียนหนังสือจนถึงปี 1992) เป็นเรื่องราวของการขุดคุ้ยสาเหตุต่างๆ หลังจากมีวิกฤตแล้ว  มีการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และมีการลาออกจากตำแหน่งหลายตำแหน่งจากการบริหารผิดพลาดหรือทำผิดเสียเอง การอ่านหนังสือเล่มนี้ควรมีพื้นฐาน ทางด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจพอสมควรจึงจะพอนึงภาพตามได้


สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้อ่านที่สนใจเหตุการณ์ ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี 1989-1992 และควรจะมีความรู้ทางตัวเลขทางเศรษฐกิจพอสมควร
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน เนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นจริง ได้รายละเอียดที่ชัดเจน และข้อมูลเยอะมากๆ
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ฟองสบู่แตกได้เสมอต้องเตรียมตัวไว้
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ก่อนฟองสบู่แต่มีความเหลวแหลกในระบบเศรษฐกิจอยู่ก่อนแล้ว ถ้ายิ่งมีการเก็งกำไรมากเท่าไหร่ ยิ่งน่ากลัว เราไม่มีทางรู้ก่อนได้เลยว่ารู้ว่าฟองสบู่จะแตก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention