สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 111 'อยากจำได้ ไม่อยากลืม(แต่อยากลืม กลับจำ) : The memory book'
ISBN - 9786160813131
ผู้เขียน - Judith Wiles (จูดิท วิลส์), Janet Wiles (เจเน็ต วิลส์)
ผู้แปล - น.พ. กมล แสงทองศรีกมล
สำนักพิมพ์ - ซีเอ็ดยูเคชั่น, สนพ.
จำนวนหน้า - 248 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2546 (ออสเตรเลีย)
พิมพ์ครั้งที่สอง - พ.ศ. 2553 (ออสเตรเลีย) เป็นเนื้อหาเพิ่มเติมและเป็นเนื้อหาของเล่มนี้ด้วย
หนังสือเล่มนี้เป็นวิชาการที่ตีแผ่เรื่องราวของระบบความจำและระบบสมองของมนุษย์เรา ผู้แต่งคุณJudith Wiles ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมอง ของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนส์ ประเทศออสเตรเลีย จากการพิมพ์ครั้งแรก พอล่วงเลยมาอีก 6 ปี มาเป็นครั้งที่่สองข้อมูลที่เป็นงานวิจัยต่างๆเพิ่มเติมขึ้นอีกมาก เนื้อหาในการพิมพ์ครั้งที่ 2 จึงน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
โครงสร้างของหนังสือ ประกอบด้วยเนื้อหา 9 บทซึ่งเป็นบทที่เกี่ยวข้องกับความจำแบบเน้นๆเลย หนังสือช่วงแรกเป็นเรื่องที่เราๆกังวลกันว่า เรื่องง่ายแบบนี้ทำไมถึงเกิดกับเราได้เช่น ทำไมเราถึงนึกชื่อเขาไม่ออก ทำไมเราเข้าไปในห้องแล้วเราลืมว่าเราจะเข้าไปหยิบอะไร ปัญหาที่เกิดขึ้นยิ่งหนักขึ้นไปอีกเมื่อเกิดกับผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปี บางคนกลับกังวลว่าจะเป็นอัลไซเมอร์อีกด้วย
คุณJudith ชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เราจะลืมได้ และไม่ต้องเป็นกังวลว่าเหตุนี้จะเป็นเหตุตั้งต้นที่จะทำให้เป็นอัลไซเมอร์ ที่จริงแล้วมันเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน สิ่งที่ทำให้เราจำเหตุการณ์นั้นๆ ได้ชัดเจนมากขึ้นคืออารมณ์ร่วม เช่นความเจ็บปวด หรือมีเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้ทำให้เราจำเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการที่เราต้องการจะจำอะไรให้แม่น เราต้องมีความเชื่อมโยงกับสิ่งอื่นๆ ความจำสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ หลักการของสมองในการสร้างความจำขึ้นมา มีกระบวนการ 3 กระบวนการ คือ การรับรู้และการบันทึกข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล และการเรียกข้อมูลกลับคืน ความจำนั้นจะขาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปไม่ได้ ถ้าขาดไปความจำของเราก็จะขาดหาย
ในเรื่องของการรับรู้ เราต้องโฟกัสในสิ่งที่เห็น ที่ต้องการจะจำ ส่วนการบันทึกข้อมูลเป็นเรื่องของสมอง แต่เราสามารถช่วงสมองได้ด้วยการเพิ่มการเชื่อมโยงเรื่องต่างๆให้ต่อเนื่องการ และขั้นตอนสุดท้ายคือการนำออกมาใช้ ขั้นตอนสุดท้ายนี้ ถ้าต้องการรื้อฟื้นความจำเราต้องนำออกมาใช้บ่อยๆ สิ่งนั้นๆก็จะไม่เลือนหายไป แต่ถ้าไม่ได้เอาออกมาคิดเอาออกมาใช้ ความจำนั้นก็จะลืนลาง และถูกบันทึกด้วยความจำใหม่ๆที่เข้ามา
เราสามารถเพิ่มความจำให้ตัวเองได้ ด้วยการจัดการกับความหลงลืม วิธีมีหลายวิธีเช่น การจดบันทึก การคิดถึงอนาคตที่เราจะต้องเจอกับเหตุการณ์ข้างหน้าใกล้ๆนี้ การวางแผนแบบนี้ทำให้เราสามารถทบทวนความจำขึ้นมาได้ และต่อด้วยการพัฒนาความจำ การพัฒนาความจำนั้นเราต้องสร้างสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อความจำ เช่นการจัดหมวดหมู่สิ่งของ การวางของไว้ในที่เดิมเป็นประจำ การใช้คำสัมผัสคล้องจอง การนึกตัวเลขเป็นรูปภาพ การจำตัวเลขให้เป็นทีละคู่ๆ
บทต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่เป็นบทที่เรียกว่าความแก่ชราและภาวะความหลงลืมตามวัย บทนี้คุณJudith ได้วิเคราะห์ว่าการลืมบางอย่างเป็นไปตามวัย ทักษะที่เคยทำมาก่อนเช่นการขับรถ การเล่นเปียโน การเล่นกีฬานั้นยังคงอยู่ แต่จะมีความช้าลงไปบ้าง และไม่สามารถทำหลายๆอย่างพร้อมกันได้ การตัดสินใจอาจจะช้าลง
อัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกี่ยวกับสมอง แต่โอกาสที่เกิดขึ้นได้ในก่อนวัยชราจะเป็น 1ใน100 ถ้าอายุ 65 ปีขึ้นไปมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 10 แต่ถ้าอายุเกิน 90 แล้ว ไม่มีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ อาการหลงๆลืมๆนิดๆหน่อยๆไม่ใช่อัลไซเมอร์ อัลไซเมอร์นั้นจะมีความทรงจำ ปกติที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่จะมีขั้นตอนหนึ่งที่มันขาดหายไป บางทีเราจะเป็นผู้ป่วยใส่เสื้อซ้ำกันหลายตัว หรือขับรถเส้นทางเดิมๆเป็นประจำแต่จำทางกลับบ้านไม่ได้ ที่สำคัญเป็นข่าวดีชาวเอเชียเรานั้นเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์น้อยกว่าชาวตะวันตก
บทท้ายๆเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบำรุงรักษาสมอง การรับประทานอาหาร การพักผ่อน และเป็นบทเกี่ยวกับการทำงานของสมอง และบทความที่ทำให้เห็นว่าเซลสมองของผู้ใหญ่ไม่สามารถงอกออกเพิ่มเติมได้ แต่สร้างตัวเองขึ้นมาใหม่หลังจากเสียหายได้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะทุกคน ที่เคยเจอปัญหาหลงๆลืม
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ทีมผู้เขียนเป็นผู้มีความรู้ทางด้านสมองเป็นอย่างดี อธิบายปรากฎการเกี่ยวกับความจำได้ดีมาก
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว มีเทคนิคในการจำเรื่องราวต่างๆได้ดีขึ้น
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ การพัฒนาความรู้ สามารถพัฒนาความจำได้ด้วย การพักผ่อนก็สำคัญมากๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น