ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.119 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ชีวประวัติของข้าพเจ้า : มหาตมา คานธี

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 119 'ชีวประวัติของข้าพเจ้า : มหาตมา คานธี' 



                     ISBN                        -  9786165360135
                     ผู้เขียน                     -  มหาตมา คานธี (Mahalma Gandhi 1869-1948)
                     ผู้แปล                      -  กรุณา กุศลาสัย
                     สำนักพิมพ์               -  บ้านพระอาทิตย์, สนพ.
                     จำนวนหน้า              -  386 หน้า 
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2464 (อินเดีย เป็นปีทีท่านคานธี หยุดเขียนชีวประวัติตนเอง) 
                    พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2512 ฉบับแปลภาษาไทยจากต้นฉบับภาษาฮินดี

                เดิมก่อนหยิบเรื่องนี้ตั้งใจจะอ่านภควัทคีตาก่อน แต่ตอนที่ไปค้นหนังสือภควัทคีตานั้นค้นเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ บังเอิญเจอเล่มนี้ก่อนเลยหยิบมาอ่าน(ภควัทคีตาหาเจอแล้วจะอ่านถัดจากเล่มนี้) สิ่งที่ไม่น่าเชื่อคือหลังจากอ่านเล่มชีวประวัติของข้าพเจ้าแล้ว ท่านคานธีได้ยึดหลักคำสอนของภควัทคีตาเป็นหลักประจำชีวิตตั้งแต่ยังเด็กจนใช้ในการต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง ช่างเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

                อ.กรุณา แปลหนังสือเล่มนี้ตอนถูกจับขังอยู่คุกในข้อหาเกี่ยวกับการเมือง โดยตัวท่านนั้นบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 13ปีและเข้าร่วมโครงการสามเณรใจสิงห์เพื่อนำภิกษุสามเณรจากไทยไปศึกษาที่อินเดีย ท่าอยู่ในอินเดีย 10ปีและศึกษาต่อจนสอบภาษาฮินดีได้ที่ 1ของอินเดีย แถมท่านยังได้เคยพบกับท่านคานธีด้วยตัวเอง ดังนั้นคงไม่มีใครที่เหมาะสมกับการแปลหนังสือเล่มนี้ไปมากกว่า อ.กรุณาอีกแล้ว และที่สำคัญถ้าหากใครต้องการจะศึกษาชีวประวัติของท่านคานธี ก็ไม่มีเล่มไหนที่จะถูกต้องเที่ยงแท้ไปกว่าเล่มนี้อีกเช่นกันเนื่องจากท่านคานธีได้ลงมือเขียนด้วยตัวเอง

                โครงสร้างของหนังเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้เขียนเป็นเนื้อหาบทความตอนสั้นๆ ไม่เกิน 5 หน้า โดยที่แต่ละบทไล่เรียงตามเส้นทางเวลาของท่านคานธี ตั้งแต่ท่านเด็กจนโตแต่ทว่าท่านหยุดเขียนชีวประวัติตัวท่านเองเมื่อท่านอายุ 50 ปี เป็นความน่าเสียดายที่เรื่องราวต่อจากนั้นไม่ได้ถูกถ่ายทอดจากท่าน แต่ตัวท่านเองได้เขียนยืนยันไว้ว่าชีวิตของท่านหลังจากนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษจนต้องเขียนลงในประวัติตัวเองแล้ว 

                ท่านคานธีเกิดในช่วงที่อังกฤษยึดอินเดียได้เต็มรูปแบบแล้ว ท่านเกิดในครอบครัวธรรมดาโดยมีคุณแม่ที่เคร่งในหลักศาสนาฮินดูเป็นอย่างมาก ความเคร่งที่ว่านี้คือจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นอันขาด รวมถึงเมื่อถึงจาตุรมาสผู่เคร่งศาสนาฮินดูจะต้องรับปาะทานอาหารเพียง 1มื้อต่อวัน ในวัยเด็กท่านคานธีได้รับการแนะนำจากพราหมณ์ผู้คงแก่เรียนท่านหนึงให้ศึกษาคัมภีร์ภัควัทคีตา ซึ่งเป็นหลักคัมภีร์ทางด้านศาสนาฮินดูโดยที่ท่านคานธียึดหลักนี้ใช้ในการดำเนินชีวิต ช่วงอายุ 13 ท่านคานธีได้คบเพื่อนไม่ดี เพื่อนชักชวนให้รับทานเนื้อสัตว์โดยอ้างว่าคนอังกฤษรับประทานเนื้อสัตว์แล้วร่างกายสูงใหญ่ แข็งแรง ท่าคานธีได้ลองชิมไป 5-6 ครั้ง รับประทานแล้วก็อาเจียรออกมาทุกครั้ง นอกจากนั้นเพื่อนคนนี้ยังให้ท่านคานธีลองสูบบุหรี่ด้วย เมื่อเงินไม่พอซื้อบุหรี่ท่านคานธีได้แอบขโมยตัดข้อของกกำไรข้อมือของพี่ชายเอาไปขายเพื่อซื้อบุหรี่ หลังจากทำตัวไม่ดีอย่างมากมีบางช่วงเวลาท่านคานธีเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วยการกินเมล็ดลำโพง แต่ตอนนั้นกล้าๆกลัวๆ จึงกินไป 3 เมล็ด ซึ่งไม่ได้มีผลอะไร ช่วงนั้นท่านคานธีได้แต่งงานด้วยตามประเพณีของฮินดู เมื่อคิดได้แล้วท่านคานธีจึงตัดสินใจเขียนจดหมายสารภาพผิดในทุกๆเรื่องกับคุณพ่อ คุณพ่อท่านคานธีอ่านแล้วไม่พูดอะไรแต่น้ำตาท่านไหล

                เมื่ออายุ 18ปี ท่านคานธีได้รับการสนับสนุน คนในสกุลพรามหณ์ให้ไปเรียนเป็นทนายที่ประเทศอังกฤษโดยใช้เวลา 3ปี ก่อนท่านคานธีไปอังกฤษท่านได้สัญญากับแม่ว่าจะงด สุรา นารีลแะเนื้อสัตว์ แม่ของท่านจึงยอมให้ท่านได้ไปที่อังกฤษ ท่านได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางโดยเรือโดยที่ท่านนั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยและท่านยังไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย ท่านจึงเก็บตัวอยู่แต่ในเรือไม่พูดคุยกับใคร เมื่อถึงที่อังกฤษแล้วท่านได้พบกับผู้มีพระคุณอีกท่านที่ช่วยให้ท่านได้ไปอยู่กับครอบครัวชาวอังกฤษ ท่านต้องอยู่ที่อังกฤษด้วยความประหยัด ท่านอยู่กับครอบครัวอังกฤษได้สักพัก ท่านสู้ค่าเดินทางไม่ไหว ท่านเลยแยกออกมาเช่าบ้านขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ที่เรียน แล้วท่านใช้การเดินเท้าไปกลับท่านบอกว่าเป็นการออกกำลังการ รวมถึงการทำอาหารรับประทานเองด้วย ก่อนกลับอินเดียท่านสามารถสอบเนติบัณฑิตของอังกฤษได้

                เมื่อกลับมาถึงอินเดีย ท่านคานธีได้เจอกับเหตุการณ์วุ่นวายเกี่ยวกับการเมืองของรัฐต่างๆ และเมื่อกลับมาแล้วงานว่าความของท่านกลับมีไม่มาก จนกระทั่งมีเศรษฐีชาวอินเดียที่ไปตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศแอฟริกาใต้กำลังเกิดปัญหากับหน่วยงานราชาการ จึงได้ว่าจ้างท่านคานธีไปช่วยในจำนวนเงินที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ ขณะที่เดินทางไปอยู่ที่แอฟริกใต้ท่านคานธีอายุได้ 24 ปี ขณะที่อยู่แอฟริกาใต้ท่านต้องเจอสงครามสองครั้ง และต้องติดขังคุกอยู่หลายรอบ เนื่องจากชาวอินเดียไม่ได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายที่ออกจากทางรัฐ ท่านได้สร้างกลุ่ม Phoenix และต่อมาได้พัฒนาเป็นกลุ่มสัตยาเคราะห์ในภายหลัง หลักการของกลุ่มก็คือต่อสู้ด้วยความสงบ อยู่กันอย่างประหยัด ทำงานทุกอย่างด้วยตัวเอง เดินทางด้วยการเดินเท้าเป็นหลัก ใช้ชีวิตด้วยการยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่มีการแบ่งชนชั้นและศาสนา เนื้อหาในส่วนการใช้ชีวิตอยู่ที่แอฟริกานั้นมีรายละเอียดมาก ใช้พื้นที่ประมาณครึ่งเล่มเห็นจะได้ เราจะไม่เล่ารายละเอียดนะ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่แอฟริกา ท่านคานธีได้ชนะกฎหมายที่ไม่ยุติธรรมได้แก่ ยกเลิกภาษีรัชชูปการ 6ปอนด์ ให้การสมรสของชาวอินเดียวถูกต้องและรับรองตามกฎหมาย ให้คนอินเดียที่มีบัตรสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ไม่จำกัด เมื่อชนะแล้วท่านคานธีจึงได้เวลากลับอินเดียเสียที ท่านคานธีได้ใช้เวลาต่อสู้กับความอยุติธรรมในแอฟริกาใต้ถึง 21 ปี

                  เมื่อออกจากแอฟริกาใต้ท่านคานธีได้เดินทางไปที่อังกฤษก่อนเพื่อพบกับผู้นำชาวอินเดียท่านหนึ่ง และเป็นจังหวะเดียวกันกับการอุบัติของสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านป่วยและติดอยู่ในอังกฤษหลายเดือนและได้เดินทางกลับอินเดีย เมื่อกลับมาประเทศมาตุภูมิ หลังจากท่านได้ก่อตั้งอาศรมสัตยาเคราะห์แล้ว ท่านได้ต่อสู้กับสัญญาทาสที่ให้คนอินเดียไปทำงานที่แอฟริกาใต้โดยต้องทำสัญญาถึง 5ปี และในระหว่างนั้นเขาจะกลับอินเดียหรือเปลี่ยนนายจ้างไม่ได้ ท่านคานธีต่อสู้จนสำเร็จ หลังจากนั้นท่านได้เข้าไปแก้ไขสัญญาแบ่งผลประโยชน์จากการเพาะปลูกต้นคราม ซึ่งแบ่งกันอย่างไม่เป็นธรรมและเจ้าของที่เดิมเป็นชาวอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ การต่อสู้นี้เกิดการลุกฮือของชาวอินเดียจำนวนมาก รวมทั้งมีการปราบปรามการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน แต่ในที่สุดท่านคานธีสามารถต่อสู้จนได้รับความยุติธรรมมาได้

                    หลักจากนั้นท่านคานธีได้ยุติการเขียนชีวประวัติของตัวเองลง ตอนท่านอายุ 50 ปี เรื่องราวต่อไปนี้คงต้องไปหาอ่านจากหนังสือเล่มอื่น ซึ่งน่าเสียดายมากๆ

   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการทราบชีวประวัติของท่านคานธี ที่เขียนโดยตัวท่านเอง
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน ผู้แต่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในเรื่องการต่อสู้แบบสันติ และเขียนชีวประวัติของตัวเอง นอกจากนั้นท่านยังเขียนหนังสือได้ดีมากๆเสียด้วย
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ท่านคานธีเป็นคนที่มีหลัการแน่วแน่ พูดคำไหนคำนั้น เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้องและต่อสู้อย่างสันติ ชนะได้แน่นอน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention