สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 127 'เปิดปมชีวิต สู่วิธีคิดแบบ วอร์เรน บัฟเฟตต์ : THE SNOWBALL 1'
ISBN - 9786162870682
ผู้เขียน - Alice Schroeder
ผู้แปล - นรา สุภัคโรจน์
สำนักพิมพ์ - วีเลิร์น , สนพ.
จำนวนหน้า - 544 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2551 (ประเทศอเมริกา)
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณAlice Schroeder ป็นเล่มเดียวที่คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ อนุญาติให้เขียน เจ้าตัวยอมให้สัมภาษณ์เองด้วย และยินยอมให้นำเรื่องราวของคนในครอบครัว คนที่เกี่ยวข้องทั้งหุ้นส่วนและเพื่อนๆคุณวอร์เรน โดยใช้เวลารวบรวมและเรียบเรียงกว่าจะเป็นหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาได้ ใช้เวลายาวนานถึง 5 ปี คุณAlice เป็นนักการเงินและคอลัมนิสต์ชื่อดัง
โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ หนังสือแบ่งเป็น 4 ภาค ภาคที่1 ฟองสบู่ ภาคที่2 สิ่งชี้วัดภายใน ภาคที่3 ลงสนาม และ ภาคที่4 ซูซี่ร้องเพลง ยกเว้นตอนแรกที่เป็นเรื่องราวเกริ่นนำ แต่หลังจากบทที่สองเป็นต้นไป เนื้อหาไล่เรียงตามวันเวลาไล่ไปเรื่อยๆ จนจบเล่มหนึ่งที่ปี 1983
ภาคที่ 1 เนื้อหาเริ่มที่คุณAlice คุยกับคุณวอร์เรน ในเรื่องการเขียนหนังสือ หลังจากตอนต่อไปเป็นงานประชุมที่ซันวัลเลย์ ซึ่งเป็นงานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ ในปี 1999 เพื่อเป็นการประชุมพูดคุยกันเกี่ยวกับทิศทาง ทางเศรษฐกิจ การลงทุน รวมถึงการเสนอขอทุนด้วย ปิดท้ายภาคด้วยการพูดบนเวทีของคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเด็ดมากๆ
ภาคที่ 2 จะเรียกว่าเป็นภาคเด็กของคุณบัฟเฟตต์ก็ได้ ผู้แต่งร่ายยาวมาตั้งแต่การตั้งรกรากของตะกูลบัฟเฟตต์เลย ตั้งแต่สมัยปลายศตวรรษที่ 19 จนต่อมาถึงสมัยคุณปู่ทวด คุณปู่ คุณตาคุณยาย คุณบัฟเฟตต์มีพี่น้อง 3 คน ตัวเองเป็นคนกลางที่เป็นผู้ชาย เขาเป็นคนที่หัวสมองดีมากๆ แต่ออกจะชอบทำอะไรไม่เหมือนคนอื่น เขาหาเงินมาตั้งแต่เด็กๆหาของไปขาย จนกระทั่งที่ทำจริงๆจังๆคือ ส่งหนังสือพิมพ์ ส่งตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ตัวเขายังชอบการลงทุนด้วย เขาทำทุกอย่างที่ได้เงิน และตั้งความหวังว่าตอนอายุ 35 ปีจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน เขาเสียภาษีตั้งแต่อายุ 14 คุณบัฟเฟตต์มีนิสัยที่ชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับการลงทุน ถ้าเขาชอบเล่นไหนเขาจะอ่านหลายต่อหลายรอบ ชอบอ่านผลประกอบการของบริษัทที่เรียกว่ามูดีส์แมนนวล และเขาเป็นคนขี้เหนียวมากๆ ถ้าต้องซื้ออะไรเป็นชิ้นใหญ่เค้าจะเสียดาย เขาได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย เขาไปสัมภาษณ์ที่ฮาร์วาร์ด แต่อาจารย์ที่นั่นไม่รับ เพราะคุณบัฟเฟตต์เน้นแต่เรื่องทางการเงิน เขาจึงไปที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เขาได้เห็นป้ายชื่ออาจารย์สองท่านที่เขียนหนังสือ Inteligent Invester คืออาจารย์เกรแฮม และอาจาร์ดอดท์ หลังจากเรียนจบเขาตั้งกองทุนโดยรวบรวมเงินจากเพื่อนๆ และญาติก่อน หลังจากทำให้กองทุนได้กำไรแล้ว เขาก็เพิ่มกองทุนไปอีกหลายกองทุน โดยแต่ละกองทุนเงื่อนไขไม่เหมือนกัน หลังจากนั้นเค้าจึงได้เขาไปทำงานกับ อ.เกรแฮม
ภาคที่ 3 เป็นภาคที่เกี่ยวกับการลงทุนล้วนๆ โดยเป็นไปตามเส้นทางเวลาไล่เรียงไปแต่ละบท เขาเข้าซื้อหนังสือพิมพ์ ห้างสรรพสินค้า บริษัทประกัน หนังสือพิมพ์วอชินตันโพสต์ และอีกหลายต่อหลายบริษัท และเขาได้เจอเพื่อนซี้คนใหม่ ชาร์ลี มังเกอร์ แต่ถ้าอ่านในเล่มนี้จะเห็นได้ว่า คุณบัฟเฟตต์มีเพื่อนซี้หลายคน และบ้างเป็นเพื่อนเรียนด้วยกัน บ้างเคยทำงานด้วยกัน บ้างเป็นเจ้าของบริษัทที่คุณบัฟเฟตต์ไปซื้อ บ้างเป็นผู้บริหารน้ำดี คนที่คุณบัฟเฟตต์เรียกว่าเพื่อนนั้นมีมากมายเลย ในระหว่างบทจะมีเรื่องราวชีวิตของคุณบัฟเฟตต์ ตั้งแต่จีบสาว แต่งงาน มีลูก เลี้ยงลูก โดยงานหลักๆทางบ้านเป็นหน้าที่ของคุณซูซี่ แม่ของลูกคุณบัฟเฟตต์ 3 คน ลูกสาวคนโตลิตเติ้ลซูส ลูกชายยคนกลางฮาร์วี และลูกชายคนเล็กปีเตอร์ คุณบัฟเฟตต์แทบไม่ได้ช่วยทำงานบ้านและเลี้ยงลูกเลย เขาได้แต่ทำงานลงทุน อ่านหนังสือพิมพ์ ค้นหาหุ้น อ่านรายงานประจำปี สั่งซื้อขายหุ้น และสอนหนังสือบ้าง ส่วนคุณซูซี่เธอทำงานบ้านจนเหนื่อย และอยู่อย่างประหยัดในแบบที่คุณบัฟเฟตต์ต้องการ ถึงกระนั้นเธอก็ชอบออกงานสังคมและช่วยเหลือคนเชื้อชาติอื่นๆ ทั้งชาวยิวและชาวอเมริกันผิวดำ ซึ่งในขณะนั้นอเมริกาทางตอนเหนือยังไม่ยอมรับคนต่างเชื้อชาติ และมีการแยกกันอยู่ด้วย
ภาคที่ 4 เนื้อหายังคงเกี่ยวข้องกับการลงทุน แต่ในขณะนั้นลูกๆของคุณบัฟเฟตต์ แต่งงานแล้ว มีงานทำแล้ว และปีเตอร์เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คุณซูซี่เริ่มมีอิสระมากขึ้นเพราะไม่ต้องดูแลคุณบัฟเฟตต์ และแล้วคุณซูซี่จึงขออยู่ห่างๆกับคุณบัฟเฟตต์ ทั้งๆที่เธอก็เป็นห่วงคุณบัฟเฟตต์มาก เนื่องจากคุณบัฟเฟตต์แทบไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเองเลย คุณบัฟเฟตต์ได้เล่าว่าเขาร้องไห้ ไม่อยากอาหาร ปล่อยบ้านให้สกปรก คุณบัฟเฟตต์บอกว่านี่เป็นความผิดของเขาคนเดียวที่ไม่สนใจคุณซูซี่มาโดยตลอด จนกระทั่งคุณซูซี่ได้หาหญิงสาวที่ชื่อ แอสทริด เมงค์ส ซึ่งเป็นพนักงานร้านอาหาร และทำอาหารเป็น คุณแอสทริดเป็นเด็กกำพร้าต้องอยู่ในศูนย์เลี้ยงดูเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็ก และถูกส่งตัวให้ไปอยู่กับครอบครัวต่างๆ 3 ครอบครัว เมือเธอโตขึ้นเธอจึงตัดสินใจทำงานและอยู่คนเดียว คุณแอสทริด อายุน้อยกว่าคุณบัฟเฟตต์ 16 ปี ในตอนแรก คุณซูซี่ คะยั้นคะยอให้เธอไปอยู่กับคุณบัฟเฟตต์แรกๆเธอไม่ยอม ไปอยู่ทำอาหารให้บ้าง อาทิตยละครั้งสองครั้ง แต่หลังๆหลังจากทนคุณซูซี่รบเร้าไม่ไหวแอสทริด จึงเข้าไปอยู่กับคุณบัฟเฟตต์ โดยที่ความสัมพันธ์ของทั้งสามคน (คุณบัฟเฟตต์ คุณซูซี่และแอสทริด) ยังคลุมเครือ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร....จบเล่ม1
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากรู้ประวัติความเป็นมาแบบเต็มๆของคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาออกจากปากคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์เอง พร้อมกับคนใกล้ชิด รวมถึงคงได้อ่านตรวจสอบแล้ว ดังนั้นเรื่องราวเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว การอ่านประวัติสั้นๆของคนใดคนหนึ่งเช่นคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ การเล่าเรื่องสั้นๆนั้นดูเหมือนคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำอะไรก็ง่ายไปหมด แทบไม่มีอุปสรรค์เลย แต่ความจริงแล้ว ชีวิตของคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นนักสู้ตัวจริง
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ ทุกๆอย่างที่คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้มาในปัจจุบันนี้ ไม่ได้มาแบบง่ายๆเลย ต้องใช้สมอง การพูดคุยโน้มน้าว อาศัยจังหวะ และต้องใช้ความพยายามอย่างมาก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น