NO.133 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำ“เล็ก ๆ” ทีละน้อย ค่อย ๆ ทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้ : One Small Step Can Change Your Life (The Kaizen Way)
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 133 'ทำ“เล็ก ๆ” ทีละน้อย ค่อย ๆ ทำทีละนิด เปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตคุณได้ : One Small Step Can Change Your Life (The Kaizen Way)'
ผู้เขียน - Robert Maurer, Ph.D.
ผู้แปล - เสรี อู่ธาราสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ - Bee Media , สนพ.
จำนวนหน้า - 160 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2560 (ประเทศอเมริกา)
หนังสือเล็กพริกขี้หนูที่ทรงพลังอยากมาก เนื้อหาออกไปแนวเดียวกับหนังสือชื่อดัง Atomic Habbits แต่เล่มนี้สั้นกว่า กระชับกว่า เขียนโดยคุณหมอRobert Maurer ซึ่งคุณหมอเป็นผู้อำนวยการโครงการพฤติกรรมศาสตร์ด้านเวชศาสตร์ครอบครัวของศูนย์ การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และคุณหมอยังได้คิดค้นหลักสูตรมากกว่า 40 หลักสูตรเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ หนังสือเล่มนี้เขียนโดยใช้หลักไคเซ็นแบบญี่ปุ่น แล้วไคเซ็นคืออะไร ไคเซ็นก็คือการใช้วิธีการหรือขั้นตอนเล็กๆ ค่อยๆทำ เพื่อปรับปรุงอย่างให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ผลยั่งยืน
โครงสร้างของหนังสือ เริ่มจากบทนำเพื่อให้เข้าใจแนวทางของหนังสือ และตามด้วยบทย่อยๆของหนังสืออีก 7บท โดยบทนำบอกถึงความแตกต่างระหว่างนวัตกรรมกับไคเซ็น นวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงแบบยิ่งใหญ่ ฉับพลัน ได้ผลทันที ซึ่งวิธีการนี้ประสบความสำเร็จได้ยาก และอาจจะส่งผลให้เกิดความท้อแท้จากความล้มเหลว ส่วนไคเซ็นคือทำแบบหัวข้อเล็กๆ ย่อยๆ สั้นๆ ทำแบบง่ายๆ และยังฝากแนวคิดที่ผิดๆ เช่นเรื่องการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นถึงจะให้ผลที่ยิ่งใหญ่ และไคเซ็นที่ให้ผลช้าผลที่ได้สู้แบบการเปลี่ยนแปลงแบบนวัตกรรมไม่ได้
บทที่ 1 แนวคิดไคเซ็นแพร่หลายและได้ผล ไคเซ็นจะว่าไปแล้วกำเนิดจากประเทศอเมริกาในช่วงกำลังมีสงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกาเร่งผลิตอาวุธเพื่อเตรียมพร้อมในการรบ อเมริกาจึงได้คิดค้นระบบการเปลี่ยนแปลงในจุดเล็กๆ หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบสิ้น อเมริกาเข้าไปบริหารจัดการญี่ปุ่นและให้หลักการนี้แก่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นปรับปรุงการผลิตและเปลี่ยนแปลงประเทศโดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจนเป็นหลักการไคเซ็นขึ้นมา คุณหมอRobert Maurer ได้อธิบายหลักการของสมอง โดยสมองของมนุษย์เรานั้นส่วนที่เป็นส่วนใหญ่กินพื้นที่มากที่สุด และพัฒนามาภายหลังสุดคือส่วนที่เรียกว่า cortex ซึ่งเป็นสมองที่ใช้คิดคำนวณและซาบซึ้งในศิลปะ แต่ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์เพื่อเอาตัวรอด ซึ่งมีสมองส่วนกลางที่ชื่อว่าอะมิกดาลา ที่จะปิดกั้นข้อมูลไปสู่ Cortex เมื่อมีสิ่งที่เราต้องระวัง และทำการป้องกันตัว ทำให้ความคิดนี้ไม่ถึงส่วนของ Cortex ดังนั้นถ้าหากมีความเปลี่ยนแปลงหรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และทำได้ยาก ข้อมูลนี้จะถูกปิดกั้นไม่ให้ส่งถึง Cortex ดังนั้นการตั้งเป้าหมายให้เล็กเข้าไว้ ทำให้ สมองส่วน Cortex รับข้อมูลละนำไปประมวลผลต่อ
บทที่ 2 ตั้งคำถามเล็กๆไว้เพื่อขจัดความกลัว สมองนั้นไม่ชอบคำสั่งแต่ชอบคำถามมากกว่า คำถามที่ชวนให้ตอบแบบไม่ยากทำให้เกิดความสนใจและทำตาม
บทที่ 3 การจัดระเบียบจิตใจ การจัดระเบียบจิตใจคือการใช้จินตนาการเหมือนโดยการนอนนิ่ง โดยคิดให้ตัวเองเข้าไปสู่สถานะการณ์นั้นๆ ในทางที่ดี เมื่อคิดแล้ว และคิดว่าทำสำเร็จไปเรื่อยๆ พอเจอเหตุการณ์จริง ทำให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์นั้นได้
บทที่ 4 ลงมือทำสิ่งเล็กๆแล้วได้ผลดี คุณหมอRobert Maurer ให้คนไข้ที่มีน้ำหนักเกิน ให้เขาดูทีวีและขยับร่างกายไป เพียงวันละ 1 นาที การกินขนมที่ไม่มีประโยชน์โดยการกัดคำแรกแล้วคายทิ้ง ทุกวันในเดือนแรก และเพิ่มเป็น2คำในเดือนถัดไป การหัดเจรจาขอขึ้นเงินเดือน โดยให้พูดต่อหน้ากระจกวันละครั้ง
บทที่ 5 วิธีการแก้ปัญหาเล็กๆแต่ได้ผล ปัญหาหลายๆอย่างเกิดจากสิ่งเล็กๆ ให้สังเกตปัญหาที่เกิดขึ้นและแก้ไขตอนที่ยังเป็นปัญหาที่เล็กอยู่ เช่นการออกกำลังกายแล้วมีการเจ็บเข่า ควรไปให้หมอตรวจก่อนที่จะสายไป การแก้ไขปัญหาท้องร่วงในสมัยก่อน แก้ไขง่ายๆด้วยการล้างมือ
บทที่ 6 การมอบรางวัลเล็กๆ การมอบรางวัลเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้รับ แต่ไม่ควรเป็นรางวัลที่ใหญ่ การมอบรางวัลที่เล็กทำให้เขาภาคภูมิใจจากภายใน ถ้าเป็นการทำงานจึงเป็นการทำงานอย่างจริงใจและไม่หวังรางวัล
บทที่ 7 ใช้เวลาช่วงเล็กๆที่คนอื่นไม่สนใจ และบทที่ 8 การนำเอาไคเซ็นประยุคใช้งานจริง มีหลายคนที่เล็งเห็นสิ่งปกติเล็กๆน้อย แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องแล้วมีมูลค่ามาก เช่นมีแอร์โฮสเตสคนนึงเห็นลูกค้าไม่ยอมกินลูกมะกอกในสลัด เธอแจ้งผู้บริหาร ทางสายการบินจึงนำเอาผลไม้ชนิดอื่นมาแทน จนท้ายสุดทำให้สายการบินประหยัดเงินได้ถึง 500,000 เหรียญ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ที่อยู่ในเล่มมีหลายตัวอย่างจริงที่เป็นคนไข้ของคุณหมอRobert Maurer โดยคุณหมอช่วยแก้ปัญหาในชีวิตของคนไข้ ได้จริงด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน การเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้นดัวยวิธีการง่ายๆ น่าสนใจมากๆ
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้แต่งเป็นคุณหมอผู้ที่พัฒนาหลักสูตร ให้เปลี่ยนแปลงชีวิตดีขึ้น หนังสืออ่านง่ายตัวอย่างเยอะ และปฎิบัติได้จริง
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เชื่อในการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ ว่าจะทำให้สำเร็จได้ และคิดว่าเป็นวิธีที่ง่ายมากๆด้วย
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ การทำให้ เล็กๆ ง่ายๆ เข้าไว้ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้ผลยิ่งใหญ่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น