ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.136 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 : How Learning works (7 Research-Based Principles for Smart Teaching)

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 136 'การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 : How Learning works (7 Research-Based Principles for Smart Teaching)'



                     ISBN                        - 9786169159766 
                     ผู้เขียน                     - Susan A. Ambrose (ซูซาน เอ. แอมโบรส),Michael W. Bridges (ไมเคิล ดับเบิลยู. บริดจิส),Michele DiPrtro (มิเคเล ดิปีเอโตร),Marsha C. Lovett (มาร์ชา ซี. โลเว็ตต์),Marie K. Norman (มารี เค. นอร์แมน)
                     ผู้แปล                      -  วันวิสาข์ เคน
                     สำนักพิมพ์               -  Openworld, สนพ.
                     จำนวนหน้า              -  360 หน้า  
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2553 (ประเทศอเมริกา)

            ฉบับปรับปรุงใหม่ ที่อเมริกาพึ่งออกพิมพ์ปีนี้(2023) ซึ่งเพิ่มจาก 7 หลักการเป็น 8 หลักการแล้ว เวอร์ชั่นใหม่ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย อ่านฉบับนี้ไปก่อนละกัน ทีมผู้แต่งเป็นระดับคณาจารย์ดีกรีจบปริญญาเอกและได้ทำงานในมหาวิทยาลัยชื่อดังของอเมริกา ทีมผู้แต่งหนังสือเล่มนี้มีความตั้งใจอย่างสูงที่ต้องการปรับปรุงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตามที่เหล่าอาจารย์ต้องการ โดยแบ่งเป็นหลักการ 7 ข้อ ที่ส่วนใหญ่มุ่งไปที่การปรับปรุงความคิด วิธีการสอน การวางตัว การโต้ตอบ การให้งาน ในชั้นเรียนของอาจารย์ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์และนำไปใช้ได้ถูกต้อง

                โครงสร้างของหนังสือ แบ่งเป็น 7 บท แต่ละบทขึ้นต้นด้วยเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนสองเรื่อง ถัดมาทีมผู้แต่งหนังสือได้จัดการวิเคราะห์เหตุการณ์ในชั้นเรียนที่เกิดขึ้น และ  อธิบายปรากฎการณ์เห่านั้น โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยแยกเป็นประเด็นย่อยๆของเหตุการณ์นั้นและรวมไปถึงเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ถัดไปเป็นการแก้ปัญหาประเด็นต่างๆ แนะแนวทางการแก้ปัญหา ปิดท้ายด้วยบทสรุป ช่วงท้ายเล่มมีแบบฝึกหัดที่ถูกใช้อ้างอิงในแต่ละหัวข้อเพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในบริบทนั้นๆมากขึ้น

                หลักการ 7 ข้อมีอะไรบ้าง?

            บทที่ 1 ความรู้เดิมของนักศึกษา ส่งผลกระทบต่อการเรียนอย่างไร? - ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากอาจารย์ไม่ได้สนใจความรู้เดิมของผู้เรียน โดยคิดว่าผู้เรียนได้เรียนรู้มาแล้ว หรือประเมินความรู้ของผู้เรียนผิด เมื่อผู้สอน สอนโดยคิดว่าผู้เรียนมีความรู้มากพอ ทำให้ผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้ไม่พอไม่อยากเรียน การเรียนไม่ประสบผล

            บทที่ 2 วิธีจัดระเบียบความรู้ของนักศึกษา มีผลต่อการเรียนรู้อย่างไร? - การจัดระเบียบความรู้ หรือก็คือการดึงและเลือกเอาความรู้ที่สะสมมาใช้ได้ แต่ถ้าผู้เรียนมีปัญหาเรื่องการจัดการข้อมูล ผู้สอนควรแนะนำขอบเขตความรุ้ที่ผู้เรียนมีให้นำมาใช้ได้สอดคล้อง

            บทที่ 3 ปัจจัยใดจูงใจให้นักศึกษาเรียน? - การสร้างแรงจูงใจทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในการเรียนเต็มที่และยังสร้างการเรียนรู้ต่อเนื่องไปอีก
            บทที่ 4 นักศึกษาพัฒนาความสันทัดได้อย่างไร? - ความสันทัดคือความรู้จริงจังในขอบข่ายความรู้นั้นๆ และถ้าหากต้องมีความรู้จริงจังผู้เรียนจำเป็นต้องรู้ทุกๆส่วนในขอบข่ายการเรียนนั้น โดยผู้สอนคอยแนะนำว่าส่วนไหนที่ขาดไป และต้องฝึกส่วนไหนเพิ่มเติม

            บทที่ 5 การฝึกฝนและผลป้อนกลับชนิดใดบ้างเสริมส่งการเรียน? - การให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน และการให้แบบทดสอบหรืองานของผู้สอนที่ดีแล้ว หลังจากผู้สอนได้รับงานคืนผู้สอนจำเป็นต้องแนะนำ(ป้อนกลับ) ส่วนที่ขาดหายไปให้กับผู้เรียน

            บทที่ 6 ทำไมพัฒนาการของนักศึกษาและบรรยากาศการเรียนจึงสำคัญต่อการเรียนรู้ - บรรยกาศซึ่งไม่ได้มีแค่ห้องเรียนเท่านั้น บรรยากาศในที่นี้หมายถึงผู้ร่วมเรียน การวางตัวของผู้สอน การให้ความยุติธรรม การควบคุมการเรียนการสอน ไม่สร้างบรรยากาศที่ขัดแย้งซึ่งทำให้ตัวผู้เรียนต่อต้าน

            บทที่ 7 นักศึกษากลายเป็นผู้เรียนที่กำกับตนเองได้อย่างไรามรู้เดิมของนัก - เป็นการสร้างผู้เรียนให้เป็นผู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ใฝ่หาความรู้เข้าตัวตลอดเวลา

                หนังสือเล่มนี้มีความเป็นหนังสือวิชาการ โดยเนื้อหาหนังสือเกี่ยวกับหลักการ 7 ข้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสอนและการเรียนระดับอุดมศึกษา โดยมีงานวิจัยจำนวนมากอ้างอิง ซึ่งเหมาะกับคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และอยู่ที่ผู้อ่านว่าจะประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน หรือให้เข้ากับการเรียนที่เป็นระดับมัธยม หรือประถมศึกษาได้มากน้อยเท่าไหร่ 

   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับครูบาอาจารย์ ของทุกระดับชั้น 
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นจริง มีวิธีแก้ไข โดยยึดจากงานวิจัยจำนวนมาก เนื้อหาตรงประเด็น
        3.Output             -   เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ทำให้เห็นอิทธิพลของผู้สอนที่มีต่อผู้เรียนอย่างมาก เราสามารใช้หลักการนี้กับการสอนได้ทุกๆประเภท
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ การลดอคติ ทำมุมมองให้เป็นกลาง ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ทำให้การดำเนินกิจกรรมราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention