NO.150 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...กลยุทธ์เลือกหุ้นที่ง่ายที่สุดในโลก : The World's Simplest Stock Picking Strategy
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 150 'กลยุทธ์เลือกหุ้นที่ง่ายที่สุดในโลก : The World's Simplest Stock Picking Strategy'
ผู้เขียน - Edward W. Ryan (เอ็ดเวิร์ด ดับเบิลยู ไรอัน)
ผู้แปล - สมสกุล เผ่าจินดามุข
สำนักพิมพ์ - เนชั่นบุ๊กส์ , สนพ.
จำนวนหน้า - 200 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2565 (ค.ศ.2022) ประเทศอังกฤษ
หนังสือเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยเร็วมาก คือพิพม์ที่อังกฤษปี พ.ศ.2565 แปลไทยและพิมพ์ขายในไทยปี พ.ศ.2565 เลย ทางเนชั่นคงเห็นความพิเศษอะไรสักอย่างในเล่มนี้จึงไม่รอ กระแสตอบรับของทางเมืองนอก ซื้อลิขสิทธิ์และนำมาแปล จนจัดจำหน่ายในประเทศไทยเลย ชื่อหนังสือน่าสนใจมาก ชื่อหนังสือว่า กลยุทธิ์การเลือกหุ้นที่ง่ายที่สุดในโลก หนังสือหนาประมาณ 200 หน้า ซึ่งไม่หนามาก น่าจะง่ายที่สุดอย่างที่ว่าจริงๆ
คุณEdward W. Ryan ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ มีประสบการณ์ในการขายหลักทรัพย์เป็นเทรดเดอร์ให้กองทุน เป็นผู้แนะนำการลงทุน และรับบริหารพอร์ตการลงทุนซึ่งให้ผลตอบแทนถึง 1,200% ซึ่งทำงานเป็นเวลารวมแล้วนับ 10ปี เนื้อหาในหนังสือเมื่อแจ้งว่าง่ายที่สุดแล้วย่อมต้องเข้าใจง่าย คือไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องเกี่ยวตัวเลขทางบัญชี , ไม่ต้องรู้งบการเงิน , ไม่จำเป็นมีข้อมูลยากๆเชิงเทคนิคของกราฟหุ้น , ไม่ต้องดูข่าว , ไม่ต้องติดตามมูลค่าหุ้น และไม่ต้องประเมินมูลค่าหุ้นด้วย ถ้าไม่ต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้แล้วเลือกหุ้นได้ก็เรียกว่าง่ายจริงๆ คุณEdward สอนให้ทำยังไง โดยข้อมูลของเขานั้นใช้ย้อนหลังไป 10ปี โดยเป็นหุ้นชุดที่เขาเลือกไว้
หนังสือชือว่าการเลือกหุ้นที่ง่ายที่สุด ดังนั้นต้องมาดูหลักการเลือกหุ้นของคุณEdward มี 5ขั้นตอนคือ ทำรายการกิจวัตรประจำวันของตัวเราและครอบครัว , จัดอันดับกิจกรรมว่าแต่ละอันดับว่าสิ่งไหน/กิจกรรมใดสำคัญขาดไม่ได้ หรือใช้อยู่ทดแทนได้ หรือยังไม่ได้ใช้แต่อยากมีไว้ใช้ แล้วเลือกหุ้นที่ตรงกับกิจกรรมที่เราใช้อยู่ เช่นคุณEdward ใช้ Iphone อยู่จำเป็นต้องใช้ทุกวันหรือคุณEdward เช็คอีเมลล์จาก Gmail ตลอดอันนี้ก็ขาดไม่ได้ , ต่อมาจึงแบ่งหุ้นออกเป็น 3 ตระกร้าตามที่แบ่งไว้ข้างต้น ตะกร้าสีเขียวคือหุ้นที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันขาดไม่ได้ ตะกร้างสีเหลืองคือหุ้นที่ใช้อยู่บ่อยแต่ไม่มีไม่เป็นไร ตะกร้าน้ำเงินเคยใช้แล้วแต่ไม่จำเป็นและหาอย่างอื่นทดแทนได้ง่าย , คุณEdward ให้ลงทุนในตะกร้าเขียว 85% และตระกร้าหลือง 15% โดยมีตัวอย่างการลงทุนในจำนวนเงินที่มากน้อยแตกต่างกัน และบางครั้งไม่สามารถลงทุนได้ทุกตัว คุณEdward มีทริกในการเลือกซื้อมาด้วย และขั้นตอนสุดท้ายคือการบริหารพอร์ตซึ่งไม่มีสินค้า/บริการใดอยู่ยืนยง คุณEdward ให้ทบทวนกิจกรรมทุกๆ 3 เดือนว่ามีหุ้นตัวไหนที่เปลี่ยนจากตะกร้าเขียวเป็นเหลืองไหม ถ้าเปลี่ยนเขาให้ขายไปครึ่งนึง หรือถ้ามีเคสหุ้นในตะกร้าเหลืองเกิดราคาขึ้นไปจนทำให้สัดส่วน 85/15 เปลี่ยนไป ก็ให้ขายหุ้นตัวนั้นที่อยู่ในตะกร้างเหลืองออกครึ่งนึงแล้วก็นำไปซื้อหุ้นตัวอื่นเพื่อรักษาอัตราส่วนคงเดิม ที่ 85/15
หลังจากได้ขั้นตอนการเลือกหุ้นซื้อหุ้นแล้ว ท้ายเล่มมีข้อเสนอแนะให้จับจังหวะเข้าซื้อหุ้นตอนราคาหุ้นปรับตัว , การใช้ ETF เพื่อป้องกันความเสี่ยง , บริหารพอร์ตการลงทุนด้วยการใช้สินทรัพย์อื่นด้วย แถมด้วยการสอนการบริหารเงินส่วนบุคคลให้ และมีกรณีศึกษาหุ้นที่คุณEdward ได้เคยซื้อไว้แล้วใช้หลักการที่กล่าวมาจัดการหุ้นเหล่านี้ยังไง ตอนท้ายสุดเพิ่มศัพท์
หุ้นที่ผู้อ่านควรรู้
เป็นหนังสือการลงทุนแบบวีไอ ที่เขียนเพื่อให้ผู้อ่านที่อยากลงทุนโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ประกอบที่ยุ่งยากมากมาย อาศัยความเคยชินและพฤติกรรมการใช้สินค้า/บริการของเรา ประเมินความแข็งแกร่งของบริษัทนั้นๆ และบริหารรวมถึงปรับสัดส่วนของพอร์ตให้สมดุลไปเรื่อยๆ เมื่อออมเงินได้หาจังหวะซื้อหุ้นที่ดีซื้อสะสมเพิ่มเติมไปตามหลักการเดิม
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน ที่อยากลงทุนแต่ไม่อยากศึกษาข้อมูลที่ซับซ้อน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาที่ง่ายสามารถทำได้เอง ผู้เขียนมีประสบการณ์ทางด้านการลงทุนมายาวนาน ทำให้ปฎิบัติตามได้ง่าย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้วิชาเลือกหุ้นเพื่อลงทุนในรูปแบบใหม่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ บางที่ความยุ่งยากซับซ้อนเกินไป ก็ไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าวิธีง่ายๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น