NO.151 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า กับชะตากรรมของสังคมมนุษย์ : Guns, Germs, and Steel The Fates of Human Societies
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 151 'ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า กับชะตากรรมของสังคมมนุษย์ : Guns, Germs, and Steel The Fates of Human Societies'
ผู้เขียน - Jared Diamond (จาเร็ด ไดมอนด์)
ผู้แปล - อรวรรณ คูหเจริญ นาวายุทธ
สำนักพิมพ์ - ยิ้ปซี , สนพ.
จำนวนหน้า - 739 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2540 (ค.ศ.1997) ประเทศอเมริกา และปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ.2560(ค.ศ.2017)
ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า เป็นหนังสือที่เป็นชุดไตรภาค ของคุณJared Diamond โดยอีกสองเล่มที่รอเราอ่านคือ ล่มสลาย(Collapse) และ การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ (Upheavals) คุณJared Diamond เป็นศาสตราจารย์ทางด้านภูมิศาสตร์และมีความรู้ด้านจิตวิทยา ชีววิทยาวิทยาการ และชีวภูมิศาสตร์ หนังสือแต่ละเล่มที่เขียนออกมา เขียนมาโดยองค์ความรู้ที่คุณJared Diamond มีมานั้น ทำให้หนังสือที่เขาเขียนมีความพิเศษ ทั้งทางด้านมุมมอง การเล่าเรื่อง การอ้างอิง การเชื่อมโยงของข้อมูล
โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้เปิดด้วยอรัมภบทที่ชื่อว่าคำถามของยาลี ซึ่งคุณยาลีเป็นชาวนิวกีนี ที่คุณJared Diamond ได้พูดคุยขณะเข้าไปทำการศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนิวกีนี โดยคำถามที่ว่าทำไมชีวิตชาวนิวกีนีถึงได้ต่างกับชาวยุโรป ซึ่งคำถามนี้ทำให้คุณJared Diamond ได้จุดประกายการเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เนื้อหาหลักแบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ จากอีเดนสู่กาฆามาร์กกา , จุดเริ่มต้นและการขยายตัวของการผลิตอาหาร , จากอาหาร...สู่ ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า และภาคที่สี่ สำรวจโลกใน 6 บท โดยแต่ละภาคจะมีบทย่อยๆ และบทย่อยๆนั้นมีเนื้อหาที่สนุกและมีความหนาหลายสิบหน้า
คุณJared Diamond เขียนหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้มาโดยวิธีการเล่าเรื่อง แบบไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านสนุกไปอีกแบบ แถมเนื้อหายังมีความเป็นวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก มีความเชื่อมโยง มีหลักฐานที่หนาแน่น โดยที่คุณJared Diamond พยายามค้นหาหลักฐานมาให้ได้มากถึงมากที่สุด ส่วนที่เป็นเรื่องการให้ความเห็นเขาจะยกสมมติฐานทางประวัติศาสตร์แจงมาเป็นหลายๆข้อ และยังให้ความเห็นให้แต่ละเรื่องเป็นประเด็นๆชัดเจน
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากเรารู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีร่างกายยืนตรงได้ราว 4 ล้านปีก่อน และต่อมา 2.5ล้านปีก่อนสมองเพิ่มขนาดมากขึ้น คุณJared Diamondได้นำเอาวิวัฒนาการของมนุษย์เราย้อนกลับไป 13,000ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นช่วงหลังยุคน้ำแข็ง แผ่นทวีปต่างๆที่เคยถูกเชื่อมโยงโดยน้ำแข็งได้ตัดขาดออกจากกันเป็นดังเช่นที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ ซึ่งเดิมบริเวณช่องแคบแบริ่งที่อยู่ระหว่างไซบีเรียกับอลาสก้า มีน้ำแข็งเชื่อมกันอยู่ ทำให้มนุษย์เดินเชื่อมต่อกันจนเป็นแผ่นดินใหญ่ผืนเดียวกัน แต่หลังจากนั้นทวีปเอเชียและทวีปอเมริกาเหนือได้ตัดขาดออกจากกัน
ปรากฎการณ์นี้ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างแผ่นดินยูเรชีย(ยุโรป+เอเชีย และอาจจะรวมส่วนบนของทวีปแอฟริกาด้วย) กับทวีปอเมริกา รวมถึงเกาะต่างๆเช่นทวีปออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาที่ถูกทำให้ตัดการเชื่อมต่อจากทะเลทรายซาฮา คุณJared มีหลักฐานให้เชื่อว่าจุดศูนย์กลางความเจริญของโลกหลังจากยุคน้ำแข็ง(13,000ปีก่อนคริสต์ศักราช) อยู่ที่ตรงพื้นที่พระจันทร์เสี้ยว ซึ่งอยู่ตรงทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนีย กินพื้นที่ของประเทศอิสราเอล ซีเรีย จอร์แดน ตุรกี และอิรัก ซึ่งเป็นที่ดินบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรติส (หรือเรียกว่าดินแดนเมโสโปเตเมีย) ซึ่งจุดนึ้เป็นจุดที่มีประชากรมาก และเป็นจุดที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นมา อากาศอบอุ่น มีแสงแดดที่ดีตลอดวัน เป็นจุดเปลี่ยนของการดำรงชีวิตของมนุษย์สมัยนั้น ซึ่งเปลี่ยนจากระบบหาของป่า ล่าสัตว์ เป็นระบบเกษตรกรรม
ในช่วงยุคเกษตรกรรมนั้นซึ่งเป็นช่วง 10,000ปีก่อนคริสต์ศักราช ของบริเวณดินแดนพระจันทร์เสี้ยว ได้เริ่มปลูกพืชที่มาจากป่าโดยการคัดเลือกสายพันธุ์ด้วยมนุษย์เอง ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก อ่านแล้วสนุกมากได้ความรู้ในมุมมองใหม่ โดยคัดเลือกจากพืชเป็นหลายร้อยชนิด เลือกมาปลูกมาปรับปรุงสายพันธุ์ และหลังจากปลูกพืชแล้วมนุษย์เราก็เปลี่ยนจากการย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ จนมาปักหลักปักฐานอยูกับที่ พืชที่ปลุกเป็นหลักเลยคือพวกธัญพืช ที่ให้แป้งและโปรตีน รวมถึงสามารถเก็บไว้ได้นาน และยังรวมไปถึงการคัดเลือกสัตว์นำมาเลี้ยงเพื่อรับประทานเพิ่มโปรตีน โดยสัตว์ที่ว่าต้องเป็นสัตว์ใหญ่ กินพืช โตวัย และยังต้องไม่ดุร้ายด้วย ที่จริงปัจจุบันนี้มีคำตอบแล้วว่าเป็นสัตว์จำพวกไหนบ้าง แต่การคัดเลือกสัตว์มาเลี้ยงนั้นมีรายละเอียดมากมายในเนื้อหาในเล่ม หลังจากนั้นการเกษตรกรรมจึงได้ย้ายไปยุโรปอีกหลายพันปีต่อมา และนี่เป็นเหตุให้ยุโรปเป็นมหาอำนาจสามารถยึดประเทศจากทวีปอื่นมาอย่างง่ายดาย เนื่องจากมีเสบียงที่พร้อมเพียง มีการพัฒนาทางด้านภาษาและการคิดค้นสิ่งใหม่ หรือก็คือปืน และอีกปัจจัยหนึงที่ทำให้ชาวยุโรปชนะชาติอื่นในทวีปอื่นได้ ซึ่งก็คือเชื้อโรค
เชื้อโรคเกิดจากการที่ตัวเชื้อโรคต้องการมีชีวิตอยู่ต่อเนื่องแพร่ไปได้เรื่อยๆ ซึ่งเชื้อโรคนั้นจะแพร่กระจายได้ก็ต่อเมื่อการอยู่เป็นชุมชน และเชื้อโรคที่กำเนิดขึ้นมานั้นเกิดจากการเลี้ยงสัตว์นั่นเอง โดยเชื้่อโรคร้ายที่เคยเกิดขึ้นมาในโลกนั้นมาจากโรคของสัตว์และมีการกลายพันธุ์จนติดกันได้ระหว่างมนุษย์ ในเรื่องเชื้อโรคนี้คุณ Jared ได้อธิบายได้ดีมากๆว่าเชื้อโรคมีวิวัฒนาการมาได้อย่างไร ติดต่อกันยังไง และชาวยุโรปได้เอาเชื้อโรคไปแพร่ให้กับมนุษย์ในทวีปอื่นได้อย่างไร มีสูญเสียชีวิตในฝั่งตรงข้ามมหาศาลขนาดไหน มีเฉลยในเล่ม
ปิดท้ายเล่มเป็นความเป็นมามนุษย์ที่อยู่แยกจากกลุ่มประเทศที่ช่วงแรกที่คุณ Jared ได้เขียนไว้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่อยู่ห่างไกลจากยูโรเชีย ซึ่งได้แก่การอธิบายของประเทศ จีน ญี่ปุ่น นิวกีนีและออสเตรเลีย และประเทศแอฟริกาที่อยู่ช่วงใต้ทะเลทรายซาฮารา
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือการเล่าประวัติศาสตร์ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เพื่อตอบคำถามของเพื่อนผู้เขียนที่เป็นชาวนิวกีนีว่า ทำไมตัวพวกเขากับพวกยุโรปถึงต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องวิวัฒนาการเทคโนโลยี ความก้าวหน้า การพัฒนาการทางด้านภาษา แนวทางการปกครอง อาวุธ ซึ่งถ้าใครอ่านจบจะสามารถบอกได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ยาวหน่อยนะ
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน เป็นหนังสือที่ให้ความรู้มากๆเลย
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาเป็นการเจาะประเด็นไปทีละจุด และมีจุดน่าสนใจหลายจุดมากๆ คุณJared อธิบายได้อย่างดีเยี่ยมเลย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้รู้ว่ามนุษย์สมัยใหม่นี้มีวิวัฒนการอย่างไร
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ การเอาตัวรอดของมนุษย์ทำให้วิถีชีวิตค่อยเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ รู้ตัวอีกทีก็ต่างไปจากเดิมมากแล้ว และปล่อยทิ้งมนุษย์ที่ไม่ได้ติดต่อกันไว้ข้างหลังจนมีความแตกต่างกันมากมาย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น