ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.158 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...TOYOTA มหาอำนาจยานยนต์ หมายเลข 1 : How TOYOTA Became #1

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 158 'TOYOTA มหาอำนาจยานยนต์ หมายเลข 1 : How TOYOTA Became #1'


                     ISBN                        - 9789743077968 
                     ผู้เขียน                     - David Magee
                     ผู้แปล                      - วิรัช เลิศพัฒนา
                     สำนักพิมพ์               - ยูเรก้า , สนพ.
                     จำนวนหน้า              - 254 หน้า  
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2550 (ค.ศ.2007) ประเทศอเมริกา

                ต้นเรื่องของหนังสือเล่มนี้ เกิดมาจากการพูดคุยระหว่างคุณDavid Magee กับคุณJim Press กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Toyota Motor North America และ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการอาวุโส ของ Toyota Motor Corporation (ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว) แต่หลังจากหนังสือเล่มนี้ออกวางขาวคุณ Jim ได้ลาออกจาก Toyota ไปแล้ว ซึ่งนับเวลาที่เขาได้ทำงานที่ Toyota ตั้งแต่ปี 1970 จนกระทั่งลาออกจาก Toyota ในปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลายาวนานถึง 36ปี ดังนั้นคุณJim จึงเข้าใจหลักการและวัฒนธรรมของ Toyota(โดยเฉพาะที่อเมริกา)เป็นอย่างดี หลังจากการพูดคุยกับคุณJim ทำให้คุณDavid Magee ตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา

                โครงสร้างของหนังสือ คงต้องบอกก่อนว่าเนื้อหลักอ้างอิงจาก Toyota ที่เข้ามาก่อร่างสร้างตัวที่ประเทศอเมริกาแล้ว แต่อาจจะมีส่วนของประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นมาของ Toyota ในประเทศอเมริกา ประกอบด้วยเนื้อหาบทที่ย่อยๆ 15 บทซึ่งแต่ละบทไม่ได้ต่อเนื่องเป็นเรื่องราว แต่เป็นหัวข้อที่เป็นจุดเด่นของ Toyota แต่ละหัวข้อที่คุณDavid Magee คัดเลือกมา แล้วจึงนำเรื่องราวต่างๆ จากคำพูดของผู้บริหารของโตโยต้าที่โดดเด่นที่มาบริหารในอเมริกา ซึ่งจะว่าไปแล้วหลักการเหล่านี้คือวัฒนธรรมที่มาจากต้นตำหรับของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง เนื้อหาแต่ละบทมีความยาวปานกลางประมาณ สิบกว่าหน้าต่อบท ท้ายเล่มมีภาคผนวก 4 ภาค ภาคผนวก ก. เป็นหักการและแนวปฎิบัติของ Toyota ภาคผนวก ข. วิถี Toyota ภาคผนวก ค. ศัพท์ญี่ปุ่นที่ใช้ในบริษัท Toyota และภาคผนวก ง. ความสำเร็จของ Toyota

                เริ่มต้นมาคุณDavid Magee ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของ Toyota ซึ่งถือกำเนิดจากลูกชายกรรมกรช่างไม้ ที่ชื่อว่า Sakichi Toyoda (1867-1930) เขาเห็นปัญหาของชุมชนที่ทอผ้าด้วยหูกทอผ้าที่ใช้มือซึ่งเหน็ดเหนื่อยและใช้เวลาในการทำงานนาน Sakichi จึงผลิตเครื่องทอผ้าขึ้นมาด้วยไม้ โดยจดสิทธิบัตรเมื่อปี 1890 หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยุโรปเพื่อดูงานการผลิตเครื่องทอผ้าให้ทันสมัยขึ้น จนเขาสามารถประดิษฐ์เครื่องทอผ้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับทางยุโรป ต่อมาเขาส่งต่องานเครื่องจักรทอผ้าให้กับลูกชาย Kiichiro Toyoda (1894-1952) ก่อนปี 1923 Kiichiro เดินทางไปอเมริกาเห็นที่อเมริกามีรถยนต์ใช้มากมาย โดยเฉพาะช่วงนั้น รถยนต์ของ Ford แพร่หลายมากเนื่องจากใช้งานได้ดีและราคาไม่แพง เหตุการณ์ในปี 1923 ที่มีแผ่นเดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นทำให้เส้นทางรถไฟเสียหายและส่งผลกระทบอย่างมาก Kiichiro จึงตัดสินใจผลิตรถยนต์และขายสิทธิบัตรเครื่องทอผ้าไปให้กับบริษัทที่ยุโรป ปี 1935 เขาได้ทำรถต้นแบบสำเร็จ และผลิตจริงในปี 1936 โดยรถรุ่นแรกมีหน้าตาคล้ายกับรถยนต์ Chrysler และในช่วงนั้นเขาได้เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Toyoda Autometic Loom Works เป็น Toyota Motor Company ซึ่งการเปลี่ยนจาก Toyoda เป็น Toyota นั้นเพื่อการออกเสียงที่ง่ายกว่า ปี 1957 Toyota ส่งรถยนต์มาขายที่อเมริกา ปี 1986 Toyota สร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกที่อเมริกา 

                หัวใจสำคัญของ Toyota คือ TPS ซึ่งมีความหมายว่า กระบวนการที่เป็นมาตรฐานที่กระตุ้นการสนับสนุนของบุคลากรต่อเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน โดยพื้นฐานมาจากหลักการของ Kaizen (กระบวนการปรับปรุงต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน) และกำจัดการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์(Toyota เรียกว่า muda) ในสถานที่ทำงาน หลัก TPS นำมาใช้โดยตลอดทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา อุปสรรคที่กว่าจะมาเป็นอันดับ1 ในวงการรถยนต์นั้นมีมากมาย พวกเขาฝ่าฟันมาได้ด้วยหลักการนี้ ในช่วงแรก Toyota เข้ามาสร้างโรงงานที่อเมริกาโดยร่วมมือกับ General Motors โดยที่ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความรู้ โดยทาง GM ต้องการได้เคล็ดลับระบบการผลิตที่ทรงคุณภาพ ส่วนทาง Toyota ต้องการหาแนวทางวิธีปฎิบัติและกฎหมาย ในการผลิตรถยนต์ในประเทศอเมริกา และยังต้องปรับเปลี่ยนความคิดของชาวอเมริกันเพื่อให้เข้ากันได้กับวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น หลักการของ Toyota ที่แทรกอยู่ในเนื้อหาหนังสือมีมากมายหลายข้อ แต่จะขอยกตัวอย่างข้อหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ

                หลักการคือในสายการผลิตถ้าเกิดมีปัญหาให้หยุดสายพานการผลิตทันที โดยจะมีเชือกที่ผูกกับป้ายไฟขนาดใหญ่ ที่เชื่อมกับหลอดไฟทั้งสองข้างของสายพานการผลิต ถ้ามีพนักงานตรวจพบเจอปัญหาเขาจะกระตุกเชือกเพื่อให้ไฟที่ป้ายติด และสายพานการผลิตจะหยุดขึ้นทันที โรงงาน Toyota ที่จอร์จทาวน์ ซึ่งวันๆหนึ่งมีคนดึงเชือกถึง 50,000 ครั้ง ซึ่งก็หมายความว่าสายพานการผลิตนั้นหยุด 50,000 ครั้งเลยทีเดียว ซึ่งการหยุดแต่ละครั้งนั่นหมายถึงการสูญเสียเป็นมูลค่าสูง แต่ทาง Toyota ยินดีที่จะให้พนักงานดึงเชือก โดย Toyota ระบุว่าพนักงานที่ดึงเชือกเป็นพนักงานที่ดี และคอยสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติแล้วพนักงานเพิกเฉยปล่อยต่อไป ถ้าหากประกอบเป็นรถยนต์แล้วจะเกิดความเสียหายต่อบริษัทมหาศาลเลยทีเดียว และถึงแม้จะมีระบบดึงเชือกเมื่อเกิดปัญหาแล้ว Toyota ยังคงประสบปัญหาจากการเรียกคือรถสูงสุดในประวัติการณ์เมื่อปี 2005

                กว่า Toyota จะขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ได้นั้น เกิดจากการยึดมั่นในหลักการที่ดี เข้มงวด และสืบสานต่อเนื่องกันมา ความที่ตัวบริษัทมุ่งมั่นที่จะคิดถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญซึ่งส่งผลทำให้ Toyota ไม่เคยมีผลการดำเนินการที่ขาดทุนต่อเนื่องมามากว่า 50 ปีแล้ว หนังสือเล่มนี้มีหลักการและแนวทางของ Toyota อัดแน่นจากแนวคิดผู้บริหารหลายคนใน Toyota
                

สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้ที่ทำงานในส่วนของสายงานการผลิต
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน มีหลักการเน้นๆของ Toyota อยู่เต็มไปหมด
        3.Output             -   เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เห็นความสำคัญของการสังเกตสิ่งเล็กๆน้อยๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นเรื่องใหญ่ได้
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ หลักการของ Toyota ทีใช้มานานหลายสิบปี ที่เป็นหลักการที่ดีและได้ยืนหยัดใช้หลักการนั้น สามารถทำให้ Toyota ฝ่าวิกฤติต่างๆมาได้และทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องมายาวนาน ที่สำคัญหลักการนี้ใช้ได้กับทั้งชาวญี่ปุ่นเองรวมถึงใช้ได้ดีในอเมริกาด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention