สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 163 'โจเซฟ นีดแฮม ผู้ชายที่หลงรักเมืองจีน : The Man Who Loved China'
ผู้เขียน - Simon Winchester (ไซมอน วินเชสเตอร์)
ผู้แปล - วิชัย สุวรรณบรรณ
สำนักพิมพ์ - มติชน, สนพ.
จำนวนหน้า - 408 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2551 (ค.ศ.2008) ประเทศอังกฤษ
คุณSimon Winchester รวบรวมเรื่องราวของ ดร.โจเซฟ นีดแฮม จนเรียกได้ว่าเป็นหนังสืออัตชีวประวัติของ ดร.โจเซฟ ได้เลย ข้อมูลที่คุณSimon รวบรวมได้ ไม่ได้มาจากไหนเป็นพิเศษ แต่เนื่องจาก ดร.โจเซฟ ซึ่งเป็นนักวิชาการของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อเขาเดินทางและออกทำงานเขาได้ทำทึกไว้อย่างละเอียด และในข้อเท็จจริงข้อมูลของ ดร.โจเซฟ เขียนไว้ละเอียดมากๆ บันทึกของเขาที่เขาทำงาน เขาไม่สามารถรวบรวมได้เสร็จจนกระทั่งเขาได้เสียชีวิตไป เอกสารที่เขาได้มาจากประเทศจีน บันทึกต่างๆ รวบรวมใส่ชั้นหนังสือได้เป็นห้องๆ ต้องยอมรับนับถือคุณSimon ที่ย่อยข้อมูลจนเป็นหนังสือให้เราได้อ่านกัน
โครงสร้างของหนังสือ เริ่มจากบทเกริ่นที่ว่า ดร.โจเซฟ ขึ้นเครื่องบินจากอินเดียไปที่จีนโดยคำสั่งจากกระทรวงต่างประเทศอังกฤษไปที่จีน ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังบุกถล่มจีนอย่างหนัก ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ดร.โจเซฟ ต้องเดินทางไปในเส้นทางพิเศษโดยการข้ามเทือกเขาหิมาลัยไป เนื่องจากต้องหลบเครื่องบินญี่ปุ่นที่อาจจะพบเจอกันและถูกยิงได้ สุดท้ายเขารอดมาได้และดำเนินตามคำสั่งของกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษได้เป็นที่เรียบร้อย หนังสือแบ่งออกเป็น 7บท และบทส่งท้าย เรื่องราวร้อยเรียงเป็นไปตามลำดับเวลาชีวิตของ ดร.โจเซฟ จนกระทั่งเขาเสียชีวิต
ดร.โจเซฟ เป็นลูกชายของคุณพ่อที่เป็นวิสัญญีแพทย์กับคุณแม่ที่เป็นนักเปียโน พอเป็นวัยรุ่นเขาสนใจแนวคิดคอมมิวนิตส์ของพรรคบอลเชวิกในรัสเซียเนื่อจากเห็นความสำคัญของความเท่าเทียมกันของมนุษย์ และยังพบว่ามีความสนใจทางวิทยาศาสตร์เขาจึงเข้าเรียนแพทย์เช่นเดียวกับคุณพ่อเขา เรียนแพทย์ได้ 1ปี เขาถูกเกณฑ์ทหารไปเป็นแนวหลังเป็นแพทย์ทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1 พอสงครามจบเขาจึงสมัครเรียนแพทย์ที่เคาบริดจ์ เรียนไปได้สักพักมีอาจารย์ชีวเคมีชักชวนเขาให้มาเรียนสาขานี้ เพราะเห็น ดร.โจเซฟ ไม่มีความสุขในการเรียนแพทย์ เขาเรียนจนจบและเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย งานอดิเรกของ ดร.โจเซฟคือเขาอยู่ชมรมเปลือยกาย เขาเข้าลัทธิเต้นรำบูชาเทพเจ้า ในปี 1924 ดร.โจเซฟ ได้แต่งงานกับโดโรธี ผู้ที่เป็นนักวิจัยที่เคมบริดจ์ โดยทั้งคู่มีข้อตกลงที่แปลกตรงที่ว่า ขณะที่เขาแต่งงานกันทั้งคู่สสามารถไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นได้อิสระ โดยพวกเขาต้องไปหาโบสถ์ที่ยอมรับเรื่องนี้
ชีวิตของ ดร.โจเซฟ ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ ในปี 1937 เมื่อมีนักศึกษาวิทยาศาสตร์ชาวจีน 3คน มาขอทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หนึ่งในนั้นคือ หลู่กุ้ยเจิน อายุ 31 ปี เธอประทับใจ ดร.โจเซฟ(ซึ่งขณะนั้นเขาโด่งดังในเรื่องชีวเคมีแล้ว)เป็นอย่างมาก และเมื่อได้ทำงานร่วมกัน ทั้งคู่จึงเป็นชู้รักกันซึ่งภรรยาของ ดร.โจเซฟรู้เรื่องนี้ดีและมีบางช่วงออกไปเที่ยวด้วยกัน 3คนเดียว หลู่กุ้ยเจินหลบนี้การถล่มเมืองบ้านเกิดของทหารญี่ปุ่น มีความคับแค้นใจญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ระหว่างนั้นหลู่กุ้ยเจินได้เล่าถึงความพิเศษของประเทศจีนให้ ดร.โจเซฟฟัง และเขาก็สนใจประเทศจีนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาศึกษาภาษาจีนทำให้เขาได้ทั้งพูด อ่านและเขียนได้ดีมาก
ช่วงปี 1942 ทางประเทศจีนประสบปัญหาจากการบุกเข้ามาทำลายของทหารญี่ปุ่นจนทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆของจีนเกิดความเสียหายเป็นอย่างประเมินค่าไม่ได้ ทางอังกฤษเห็นว่าถ้าหามีการฟื้นฟูวิทยาศาสตร์ให้มหาวิทยาลัยของจีนกลับมาได้ โดยทางอังกฤษจะส่งตำรา อุปกรณ์การทดลองต่างให้จีน โดยจำเป็นต้องหาคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่รู้ภาษาจีนเป็นอย่างดีเพื่อไปเป็นทูตทางวิทยาศาสตร์นั้น ทางรัฐบาลจีนตอนใต้มีผู้นำคือเจียงไคเช็คได้ตอบรับและอนุญาติ ทางกระทรวงต่างประเทศอังกฤษจึงตัดสินใจส่ง ดร.โจเซฟ ไปทำงานนี้
เมื่อ ดร.โจเซฟไปถึงประเทศจีน เขาตกตะลึงเรื่องวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของจีนเป็นอย่างมาก มีหลายเรื่องที่ได้ถูกยืนยันทางประวัติศาสตร์แล้วว่าคิดค้นและเกิดขึ้นในจีนเป็นที่แรกในโลก เช่นเข็มทิศ การตีเหล็ก การทำถ้วยเซรามิก การใช้ดินปืน รวมถึงสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ จีนเคยคิดค้นแก๊สพิษและเครื่องบินได้สำเร็จแล้ว(สองเคสนี้ถูกฮ่องเต้จัดการไปก่อนจึงไม่มีใช้อย่างแพร่หลาย) ดร.โจเซฟ ต้องผจญภัยในจีนเพื่อทั้งค้นหา รวบรวมตำราเรียน และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และยังสร้างคอนเน็กชั่นกับอาจารย์ชาวจีน และคนต่างประเทศที่อาศัยในจีน โดยใช้เวลาทั้งหมดถึง 4ปี ด้วยความยากลำบาก เอกสารที่เขาได้กลับไปที่อังกฤษมีคุณค่าอย่างมาก การผจญภัยครั้งนี้ยังต้องหลบการสู้รบของทหารญี่ปุ่นด้วย หลังจากกลับไปที่อังกฤษเขารวบรวมเอกสารและเขียนตำราออกมาหลายเล่ม แต่ด้วยข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลทำให้ ดร.โจเซฟ เขียนงานได้ไม่จบ เขาได้สร้างกองทุนสำหรับการจัดการเอกสารเหล่านี้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพื่อเป็นความรู้สืบต่อไป
บันทึกของ ดร.โจเซฟ นีดแฮม ละเอียดมากทำให้ผู้ที่นำเรื่องมาเขียน เอามาเขียนต่อได้อย่างละเอียดครบถ้วน สนุกสนาน น่าติดตาม ดร.โจเซฟได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจมากๆว่า ในเมื่อประเทศจีนมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไม่แพ้ยุโรป แต่ทำไมประเทศจีนจึงไม่พัฒนาจนเป็นมหาอำนาจของโลกได้ คำตอบมีอยู่ในเล่ม
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่อ่านอัตชีววิทยา และประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นช่วงที่น่าสนใจด้วยเป็นเหตุการณ์ในประเทศจีนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เป็นการเล่าโดยนักเขียนฝีมือดี ซึ่งมีข้อมูลของ ดร.โจเซฟ นีดแฮม ที่ละเอียดมากๆ เนื้อหาสนุกมาก
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เห็นประโยชน์จากการจดบันทึกมากๆ
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ การจดบันทึกที่ละเอียดทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ถูกลบเลือนไป / ทึ่งกับความคิดและวิทยาการของชาวจีนในอดีต
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น