สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 164 'เก่งด้วยศาสตร์ ชนะขาดด้วยศิลป์'
ผู้เขียน - Shu Yamaguchi (ยามางูจิ ชู)
ผู้แปล - ฉัตรขวัญ อดิศัย
สำนักพิมพ์ - บิงโก, สนพ.
จำนวนหน้า - 208 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2560 (ค.ศ.2017) ประเทศญี่ปุ่น
ตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้อ่านทุกคนเห็นความสำคัญของศิลป์ ในเรื่องธุรกิจและการดำเนินชีวิต ในเรื่องการตัดสินใจ และชี้ให้เห็นความสำคัญของการใช้ศิลป์ในวงการต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งควรจะใช้ศาสตร์ในการร่วมตัดสินใจด้วย
โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ แบ่งเป็น 7บทที่เนื้อหาเข้มข้นมากๆ จี้ไปที่จุดที่ต้องพิจารณา ซึ่งสำคัญมากๆ ทั้ง7 บท แต่ละบทมีเนื้อหาสั้นยาวไม่เท่ากัน แต่ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นนี้ จำนวนหน้าที่ไม่มาก หากตั้งใจอ่านจะได้อะไรมากมายที่เป็นประโยชน์
ตอนต้นของหนังสือได้ชี้ให้เห็นว่าโลกใบนี้เริ่มเห็นความสำคัญของศิลปะ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันมากขึ้นๆ การใช้ศาสตร์(ตรรกะ) ที่ใช้ข้อมูลเป็นตัวเลขในการตัดสินในเรื่องต่างๆ เริ่มมีปัญหาแล้ว เพราะการเข้าถึงข้อมูลนั้นทุกๆคนมีโอกาสเข้าขึ้นข้อมูลได้พอๆกัน และเมื่อมีข้อมูลที่เหมือนๆกัน การคิดการตัดสินใจด้วยศาสตร์นั้นคงออกมาไม่ต่างกัน ศิลป์มีความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะการออกแบบ รูปทรง ผิวสัมผัส ความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งถ้ามีความเฉพาะเจาะจงดูดี เป็นเหตุให้ยอดขายได้เปรียบคู่แข่งอย่างเช่น Apple ที่โดดเด่นทางด้านการออกแบบ ผู้นำที่มีความสามารถในศิลปะนอกจากจะได้เปรียบในเรื่องนี้แล้ว ยังได้เปรียบทางด้านการตัดสินใจด้วย อย่างเช่น Steve Jobs เป็นต้น
เมื่อความต้องการของตลาดที่ต้องการความแตกต่างนั้นทำให้ตลาดมีช่องว่างมหาศาลและสามารถเข้าไปเติบโตในจุดนั้นได้ และยังมีเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้วยทำให้การตัดสินใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จึงต้องใช้ศิลป์มาช่วยทั้งในการออกแบบและการตัดสินใจเข้ามามีส่วนอย่างมาก เพื่อให้เป็นผู้นำต่อไป
เมื่อความต้องการของตลาดที่ต้องการความแตกต่างนั้นทำให้ตลาดมีช่องว่างมหาศาลและสามารถเข้าไปเติบโตในจุดนั้นได้ และยังมีเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้วยทำให้การตัดสินใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จึงต้องใช้ศิลป์มาช่วยทั้งในการออกแบบและการตัดสินใจเข้ามามีส่วนอย่างมาก เพื่อให้เป็นผู้นำต่อไป
คุณยามางูจิ ชู แบ่งความถนัดของคนออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ ผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านศิลป์ , ศาสตร์ และคราฟท์ ทางด้านศิลป์ก็คือผู้ที่มีความโดดเด่นทางด้านศิลปะ ศาสตร์คือผู้ที่มีความโดดเด่นทางด้านการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และคราฟท์ คือผู้ที่มีความสามารถในการบริหารงาน
คุณยามางูจิ ชู เปรียบทั้งผู้คนสามแบบกับหัวหน้าในองค์กร ที่มีสามส่วนคือ CEO (ประธานเจ้าหนี้ที่บริหาร) , COO (ประธานเจ้าหนี้ที่ฝ่ายดำเนินงาน) และ CFO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี) โดยหลักแล้ว CEO ต้องเป็นผู้ที่มีความเป็นศิลป์ COO ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวด้านคราฟท์ และ CFO คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ ซึ่งส่วนผสมที่ดีที่สุดคือการให้ CEO ต้องมีความรู้เรื่องศาสตร์เพื่อเป็นผู้นำและ COO CFO มาช่วยเสริมข้อมูลให้ CEO บริหารต่อไป ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย เช่น ครอบครัว Walt Disney มีผู้น้องเป็นผู้ทำคอนเทนต์ส่วนผู้พี่เป็นคนดูแลเรื่องการเงินและกฎหมาย , คู่ผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้าและคู่สตีฟ จ็อปส์ กับจอนห็น สกัลลีย์ ในบริษัท Apple ในช่วง 1980 เป็นต้น
คุณยามางูจิ ชู ยังเน้นถึงศิลป์สำหรับผู้นำนั้น จะต้องมีศีลธรรมที่ดีจึงจะประสบความสำเร็จได้ และที่ขาดไม่ได้คือผู้นำไม่ควรเน้นไปทางศิลป์อย่างเดียวจำเป็นต้องมีศาสตร์ในตัวเองด้วยเพื่อจะพัฒนาตัวเองควบคู่กันไป และให้คอยระวังการตัดสินใจที่มีอารมณ์ , บรรยกาศ และอคติที่จะนำไปสู่การชักจูงการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้
สมัยนี้คนที่เก่งทางศาสตร์(คำนวน วิเคราะห์ข้อมูล) นั้นไม่เพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำแล้ว การตัดสินใจ การสร้างองค์กร การสร้างผลิตภัณฑ์ ต้องมีศิลปะในการร่วมออกแบบและตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายซึ่งก็ต้องพร้อมด้วยข้อมูลที่ถูกต้องด้วย ข้อเสียของผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลป์คือไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ทำให้บางทีต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ไป แต่ด้วยการที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้นี่แหละคือจุดแข็งที่จะสามารถถ่ายทอดไปถึงใจผู้รับจนเห็นภาพลักษณ์ขึ้นมาได้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้นำ และผู้ที่ฝักใฝ่เน้นความรู้ทางด้านศาสตร์มากเกินไป
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เป็นหนังสือที่จี้จุดสำคัญและตรงประเด็นมากๆ รวมถึงสั้นกระชับด้วย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ศิลปะสำคัญกว่าที่เคยคิดมาก ผู้แต่งนะนำให้อ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาด้วย
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ ผู้นำที่ดีนอกจากจะต้องเก่งทางด้านศาสตร์แบบหาตัวจับได้ยากแล้ว การมีศิลป์เข้ามาเป็นองค์ความรู้ด้วยทำให้ผู้นำคนนั้นมีความแตกต่างและสร้างความโดดเด่นในภาวะที่ยุ่งยากแบบเวลาเช่นนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น