ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.164 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เก่งด้วยศาสตร์ ชนะขาดด้วยศิลป์

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 164 'เก่งด้วยศาสตร์ ชนะขาดด้วยศิลป์'


                     ISBN                        -  9786168109328
                     ผู้เขียน                     -  Shu Yamaguchi (ยามางูจิ ชู)
                     ผู้แปล                      -  ฉัตรขวัญ อดิศัย
                     สำนักพิมพ์               -  บิงโก, สนพ.
                     จำนวนหน้า              -  208 หน้า  
                     พิมพ์ครั้งแรก           -  พ.ศ. 2560 (ค.ศ.2017) ประเทศญี่ปุ่น

                ตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้อ่านทุกคนเห็นความสำคัญของศิลป์ ในเรื่องธุรกิจและการดำเนินชีวิต ในเรื่องการตัดสินใจ และชี้ให้เห็นความสำคัญของการใช้ศิลป์ในวงการต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งควรจะใช้ศาสตร์ในการร่วมตัดสินใจด้วย

                โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้ แบ่งเป็น 7บทที่เนื้อหาเข้มข้นมากๆ จี้ไปที่จุดที่ต้องพิจารณา ซึ่งสำคัญมากๆ ทั้ง7 บท แต่ละบทมีเนื้อหาสั้นยาวไม่เท่ากัน แต่ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นนี้ จำนวนหน้าที่ไม่มาก หากตั้งใจอ่านจะได้อะไรมากมายที่เป็นประโยชน์

                ตอนต้นของหนังสือได้ชี้ให้เห็นว่าโลกใบนี้เริ่มเห็นความสำคัญของศิลปะ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันมากขึ้นๆ การใช้ศาสตร์(ตรรกะ) ที่ใช้ข้อมูลเป็นตัวเลขในการตัดสินในเรื่องต่างๆ เริ่มมีปัญหาแล้ว เพราะการเข้าถึงข้อมูลนั้นทุกๆคนมีโอกาสเข้าขึ้นข้อมูลได้พอๆกัน และเมื่อมีข้อมูลที่เหมือนๆกัน การคิดการตัดสินใจด้วยศาสตร์นั้นคงออกมาไม่ต่างกัน ศิลป์มีความสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะการออกแบบ รูปทรง ผิวสัมผัส ความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งถ้ามีความเฉพาะเจาะจงดูดี เป็นเหตุให้ยอดขายได้เปรียบคู่แข่งอย่างเช่น Apple ที่โดดเด่นทางด้านการออกแบบ ผู้นำที่มีความสามารถในศิลปะนอกจากจะได้เปรียบในเรื่องนี้แล้ว ยังได้เปรียบทางด้านการตัดสินใจด้วย อย่างเช่น Steve Jobs เป็นต้น

                เมื่อความต้องการของตลาดที่ต้องการความแตกต่างนั้นทำให้ตลาดมีช่องว่างมหาศาลและสามารถเข้าไปเติบโตในจุดนั้นได้ และยังมีเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้วยทำให้การตัดสินใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จึงต้องใช้ศิลป์มาช่วยทั้งในการออกแบบและการตัดสินใจเข้ามามีส่วนอย่างมาก เพื่อให้เป็นผู้นำต่อไป 

                คุณยามางูจิ ชู แบ่งความถนัดของคนออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ ผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านศิลป์ , ศาสตร์ และคราฟท์ ทางด้านศิลป์ก็คือผู้ที่มีความโดดเด่นทางด้านศิลปะ ศาสตร์คือผู้ที่มีความโดดเด่นทางด้านการใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และคราฟท์ คือผู้ที่มีความสามารถในการบริหารงาน 

                คุณยามางูจิ ชู เปรียบทั้งผู้คนสามแบบกับหัวหน้าในองค์กร ที่มีสามส่วนคือ CEO (ประธานเจ้าหนี้ที่บริหาร) , COO (ประธานเจ้าหนี้ที่ฝ่ายดำเนินงาน) และ CFO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี) โดยหลักแล้ว CEO ต้องเป็นผู้ที่มีความเป็นศิลป์ COO ต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวด้านคราฟท์ และ CFO คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ ซึ่งส่วนผสมที่ดีที่สุดคือการให้ CEO ต้องมีความรู้เรื่องศาสตร์เพื่อเป็นผู้นำและ COO CFO มาช่วยเสริมข้อมูลให้ CEO บริหารต่อไป ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย เช่น ครอบครัว Walt Disney มีผู้น้องเป็นผู้ทำคอนเทนต์ส่วนผู้พี่เป็นคนดูแลเรื่องการเงินและกฎหมาย , คู่ผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้าและคู่สตีฟ จ็อปส์ กับจอนห็น สกัลลีย์ ในบริษัท Apple ในช่วง 1980 เป็นต้น

                คุณยามางูจิ ชู ยังเน้นถึงศิลป์สำหรับผู้นำนั้น จะต้องมีศีลธรรมที่ดีจึงจะประสบความสำเร็จได้ และที่ขาดไม่ได้คือผู้นำไม่ควรเน้นไปทางศิลป์อย่างเดียวจำเป็นต้องมีศาสตร์ในตัวเองด้วยเพื่อจะพัฒนาตัวเองควบคู่กันไป และให้คอยระวังการตัดสินใจที่มีอารมณ์ , บรรยกาศ และอคติที่จะนำไปสู่การชักจูงการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้

                สมัยนี้คนที่เก่งทางศาสตร์(คำนวน วิเคราะห์ข้อมูล) นั้นไม่เพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำแล้ว การตัดสินใจ การสร้างองค์กร การสร้างผลิตภัณฑ์ ต้องมีศิลปะในการร่วมออกแบบและตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายซึ่งก็ต้องพร้อมด้วยข้อมูลที่ถูกต้องด้วย ข้อเสียของผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลป์คือไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ทำให้บางทีต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์ไป แต่ด้วยการที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้นี่แหละคือจุดแข็งที่จะสามารถถ่ายทอดไปถึงใจผู้รับจนเห็นภาพลักษณ์ขึ้นมาได้


   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้นำ และผู้ที่ฝักใฝ่เน้นความรู้ทางด้านศาสตร์มากเกินไป
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน เป็นหนังสือที่จี้จุดสำคัญและตรงประเด็นมากๆ รวมถึงสั้นกระชับด้วย
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ศิลปะสำคัญกว่าที่เคยคิดมาก ผู้แต่งนะนำให้อ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาด้วย
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ผู้นำที่ดีนอกจากจะต้องเก่งทางด้านศาสตร์แบบหาตัวจับได้ยากแล้ว การมีศิลป์เข้ามาเป็นองค์ความรู้ด้วยทำให้ผู้นำคนนั้นมีความแตกต่างและสร้างความโดดเด่นในภาวะที่ยุ่งยากแบบเวลาเช่นนี้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention