NO.168 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...จากบริษัทดีสู่ความเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ Good to Great : Why Some Companies Make the Leap...And Others Don't
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 168 'จากบริษัทดีสู่ความเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ Good to Great : Why Some Companies Make the Leap...And Others Don't '
ผู้เขียน - Jim Collins
ผู้แปล - ขุนทอง ลอเสรีวานิช
สำนักพิมพ์ - ผู้จัดการ , สนพ.
จำนวนหน้า - 253 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2544 (ค.ศ.2001) ประเทศประเทศอเมริกา
หนังสือเล่มนี้ถูกพาดพิงหลายตอนในหนังสือ Mindset ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ โดยคุณ Carol ผู้เขียนหนังสือ Mindset ได้อ้างหนังหนังสือเล่มนี้หลายต่อหลายช่วงมาก แสดงว่าต้องมีอะไรดีมากๆแน่นอน อ.Jim Collins ได้เขียนหนังสือที่ดีมาแล้วเล่มหนึ่งที่ชื่อว่าองค์กรอมตะ Build to Last โดยหนังสือทั้งสองเล่้ม Build to Last กับ Good to Great นั้นมีการตังคำถามและหาข้อมูลมาสนับสนุนการเขียนในแนวทางเดียวกัน กล่าวคือ ใน Build to Last เริ่มจากคำถามว่าทำไมบริษัทบางบริษัทมีอายุยาวนานได้เป็นร้อยปีและบางบริษัทไม่สามารถทำได้ และก็เช่นเดียวกันกับหนังสือเล่มนี้ Good to Great ที่อ.Jim Collins ได้ตั้งคำถามว่าทำไมบางบริษัทสามารถเปลี่ยนจากบริษัที่ดี เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้แต่อีกหลายๆบริษัททำไม่ได้
โครงสร้างของหนังสือประกอบด้วยเนื้อหา 10 บท บทแรกเป็นบทเกี่ยวกับความเป็นมา หลักการเลือกบริษัท กฎเกณฑ์ต่างๆ และวิธีนำเข้ามาซึ่งข้อมูลเพื่อนำพิจารณาเลือกบริษัทที่ดีที่สามารถเปลี่ยนเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ๋ได้ กับบริษัทที่นำมาเปรียบเทียบที่มีความคล้ายคลึงกันแต่เป็นได้เพียงบริษัทที่ดีเท่านั้น หลังจากตั้งกฎเกณฑ์แล้วอ.Jim Collins ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างบริษัททั้งสองแบบว่ามีสิ่งใดแตกต่างกันบ้าง โดยแบ่งเนื้อหาไปตามบท
ที่เรียงไว้ ได้แก่ ผู้นำระดับที่5 ใครทำมาก่อนและทำอะไร เผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย ความคิดแบบตัวเม่น วัฒนธรรมแห่งวินัย เทคโนโลยในฐานะตัวเร่งแรงเฉื่อย ทฤษฎีล้อเฟือง และจากกู๊ดทูเกรทถึงองค์กรอมตะ และบทส่งท้าย
จากความสงสัยของอ.Jim Collins ด้วยคำถามที่ว่าทำไมบางบริษัทสามารถเปลี่ยนจากบริษัที่ดี เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้แต่อีกหลายๆบริษัททำไม่ได้ ทำให้อ.Jim Collins ตัดสินใจที่รวมรวมข้อมูลและเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เขาใช้เวลาถึง 5ปี และเอกสารจำนวนมากถึงห้าพันกว่าชิ้น ในการรวบรวมข้อมูลกลั่นกรองและเขียนหนังสือนี้ออกมา ใช้ทีมนักวิจัยถึง 21 คน ใช้ข้อมูลย้อนหลังถึง 15ปี โดยที่ข้อมูลที่ย้อนหลัง 15ปีเพียงพอที่จะไม่มีความเก่งโดยบังเอิญของผู้บริหารนั้นๆ และคัดเลือกบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เนื่องจากมีข้อมูลเปิดเผยสู่สาธารณะ และมีราคาตลาดที่เปรียบได้ โดยต้องมีผลตอบแทนเป็นการเติบโตของมูลค่าหุ้นในตลาดหุ้นของอเมริกาอย่างน้อย 3 เท่า ซึ่งท้ายที่สุดได้บริษัทที่เข้าข่าย 11 บริษัทซึ่งได้แก่ Abbot , Circuit City , Fannie Ma , Gillette , Kimberly-Clark , Kroger , Nucor , Philip Morris , Pitney Bowes , Walgreens และ Wells Fargo
หลังจากนั้น อ.Jim ได้หาบริษัทที่มีกิจการคล้ายคลึงกันมามาเป็นบริษัทเพื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่เปลี่ยนเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ เมื่อได้หลักการแล้ว อ.Jim จึงได้วิเคราะห์หาสาเหตุของความแตกต่างระหว่างบริษัที่เปลี่ยนไปเป็นบริษัที่ยิ่งใหญ่กับบริษัทเปรียบเทียบ หลังจากวิเคราะห์แล้วจึงได้สรุปได้ว่า ตามหัวข้อที่แยกออกมาเป็นบทๆ เนื้อหานั้นจะมีการเปรียบกันระหว่างบริษัททั้งสองแบบ ตามหัวข้อเช่น หัวข้อผู้นำระดับ 5 ก็จะมีการเปรียบเทียบกันระหว่างผู้นำ บริษัทเปรียบเทียบจะมีผู้นำระดับที่ 4 เท่านั้น และบริษัทที่เปลี่ยนเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้มีผู้นำระดับ 5 ช่วยกอบกู้จากบริษัทที่อยู่ในช่วงวิกฤติจนเจริญรุ่งเรือง โดยที่ความแตกต่างระหว่างผู้นำระดับ 5 กับระดับ 4 คือ การสร้างความสุดยอดที่ยั่งยืน แต่ส่วนตัวกลับเป็นคนอ่อนน้อมถ่มตน มีความเป็นมืออาชีพและทำเพื่อส่วนรวม มีหัวข้อและตัวอย่างในลักษณะแบบนี้มามายในเล่มอธิบายไว้มากมาย เนื้อหา ข้อมูลมีแบบเน้นๆ ชี้ให้เห็นตัวอย่างชัดเจน และไม่ได้มีเพียงหัวข้อเดียวมีหลายหัวข้อที่น่าสนใจมากๆ
ข้อเปรียบเทียบระหว่างบริษัทที่ดี กับ บริษัทที่ดีที่เปลี่ยนไปเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้ นั้นมีจุดสั่งเกตหลายจุด ซึ่งเนื้อหาในเล่มชี้ให้เห็นได้อย่้างชัดเจน ซึ่งจะชี้ให้เราได้มีข้อสังเกตบางอย่างเพื่อที่จะแยกบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้ชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นข้อสังเกตนึงที่เราจะเลือกลงทุนบริษัทเหล่านั้นได้อย่างมั่นใจ
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้บริหาร นักศึกษาที่เรียนเกี่ยวข้องกับการบริหารงาน และรวมถึงเจ้าของกิจการด้วย
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ใช้ทรัพยากรมนุษย์ และวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลสำหรับการเขียนหนังสือเล่มนี้ ประกอบกับผู้เขียนเป็นอาจารย์จึงมีทั้งข้อมูล และการเรียบเรียงที่ดีมากๆ
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้วิธีสังเกตบริษัทที่ยิ่งใหญ่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้สร้างจากคำถามง่ายๆ แต่จากการลงมือทำอย่างเต็มที่ของคณะผู้เขียน จึงได้หนังสือที่ยอดเยี่ยมเล่มนี้ัมา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น