NO.176 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ ช่างแม่ง The Life-Changing Magic of Not Giving a F*ck
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 176 'ชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ด้วยการ ช่างแม่ง The Life-Changing Magic of Not Giving a F*ck : How to Stop Spending Time You Don't Have with People You Don't Like Doing Things You Don't Want to Do (A No F*cks Given Guide)'
ผู้เขียน - Sarah Knight
ผู้แปล - ฐานันดร วงศ์กิตติธร
สำนักพิมพ์ - บิงโก, สนพ.
จำนวนหน้า - 208 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) ประเทศอเมริกา
คุณSarah Knight บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคยทำงานอยู่ในวงการสำนักพิมพ์และเขียนบทความลงในนิตยสาร และเธอมีผลงานเขียนหนังสืออยู่หลายเล่ม เล่มนี้เป็นเล่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเธอเลย เธอประสบปัญหาการใช้ชีวิตที่จะต้องคอยเกรงใจ ต้องคล้อยตาม รวมถึงต้องทำตามบุคคลเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท เจ้านาย รวมถึงคนแปลกหน้า เธอตัดสินใจลาออกจากงานงานประจำ และผันตัวเองมาเป็นนักเขียนอิสระ และนี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิดช่างแม่ง ... เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้
โครงสร้างของหนังสือ แบ่งออกเป็นบทที่เรียกว่าก่อนเข้าเรื่อง และตามด้วยบทต่างๆ อีก 4 บท ที่ชื่อว่า บทที่1 ว่าด้วยการใส่ใจและการปล่อยผ่าน , บทที่2 ใส่ใจหรือปล่อยผ่าน? , บทที่3 เลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง , บทที่4 ช่างหัวมันเถอะ มนต์วิเศษพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ และปิดด้วยบทส่งท้าย
ก่อนอื่นคุณSarah Knight เล่าถึงชื่อหนังสือที่ว่า The life-changing magic of not giving f*ck ว่าคล้ายกับหนังสือของคุณมาริเอะ คอนโดะ ที่ชื่อว่า The life-changing magic of tidying up นอกจากจะชื่นชอบคุณมาริเอะเป็นพิเศษแล้ว จุดเริ่มต้นของการช่างแม่งนี้ก็เกิดจากการอ่านหนังสือเล่มนี้และทำการจัดบ้าน คุณSarah เล่าว่าเธอเริ่มจากการจัดถุงเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและทิ้งบางคู่ที่ไม่เคยแม้แต่จะหยิบมาดู หลังจากนั้นเธอและสามีเธอได้ร่วมกันจัดบ้านให้เป็นระเบียบ แล้วเธอก็คิดได้ว่านอกจากจัดบ้านแล้วมนุษย์เราต้องรู้จักวิธีการกำจัดขยะในจิตใจ
คุณSarah ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการที่เราต้องทำตามใจคนอื่น ทำให้เกิดความทุกข์ใจ เสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่อยากทำและไม่มีประโยชน์ เธอใช้เทคนิคที่เน้นแนวทางสุขใจ โดยตัดสินว่าเรื่องที่เข้ามาควรใส่ใจหรือปล่อยผ่านและเลิกสนใจเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย คุณSarahได้สอนในเราคัดเลือกว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่าน หรือไม่ต้องสนใจ โดยมีวิธีคัดเลือกตามหลักของเธอ เธอยังสอนวิธีรับมือกับคนที่รับมือง่ายที่สุดซึ่งก็คือคนแปลกหน้าเจอกันครั้งเดียว กับคนที่รับมือยากที่สุดคือญาติพี่น้อง เรื่องที่เป็นที่กวนใจของเธอ มีตั้งแต่การขอรับบริจาค,การไปปาร์ตี้,การไปแสดงความยินดีกับเด็กเกิดใหม่,การไปงานแต่งาน,การเลี้ยงรุ่น รวมถึงกิจกรรมในที่ทำงานเช่น การได้ชิ้นงานที่ไม่ตรงกับความถนัดหรือการประชุมที่มีมากมาย คุณSarahได้ชี้แนวทางในการพูด การพิจารณาความจำเป็นรอบด้าน รวมถึงการทำใจหลังจากตัดสินใจปฎิเสธเรื่องนั้นๆไปแล้ว
คุณSarah ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการที่เราต้องทำตามใจคนอื่น ทำให้เกิดความทุกข์ใจ เสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่อยากทำและไม่มีประโยชน์ เธอใช้เทคนิคที่เน้นแนวทางสุขใจ โดยตัดสินว่าเรื่องที่เข้ามาควรใส่ใจหรือปล่อยผ่านและเลิกสนใจเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย คุณSarahได้สอนในเราคัดเลือกว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่าน หรือไม่ต้องสนใจ โดยมีวิธีคัดเลือกตามหลักของเธอ เธอยังสอนวิธีรับมือกับคนที่รับมือง่ายที่สุดซึ่งก็คือคนแปลกหน้าเจอกันครั้งเดียว กับคนที่รับมือยากที่สุดคือญาติพี่น้อง เรื่องที่เป็นที่กวนใจของเธอ มีตั้งแต่การขอรับบริจาค,การไปปาร์ตี้,การไปแสดงความยินดีกับเด็กเกิดใหม่,การไปงานแต่งาน,การเลี้ยงรุ่น รวมถึงกิจกรรมในที่ทำงานเช่น การได้ชิ้นงานที่ไม่ตรงกับความถนัดหรือการประชุมที่มีมากมาย คุณSarahได้ชี้แนวทางในการพูด การพิจารณาความจำเป็นรอบด้าน รวมถึงการทำใจหลังจากตัดสินใจปฎิเสธเรื่องนั้นๆไปแล้ว
มีอยู่ช่วงหนึงที่คุณSarah ได้พูดถึงคำว่านโยบาย ซึ่งเราสามารถบอกกับคู่สนธนาได้ว่าเราไม่สามารถทำแบบนี้เพราะเรามีนโยบายประจำตัวแบบนี้ ซึ่งคำว่านโยบายนั้นสามารถเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ในอนาคต ช่วงท้ายเล่มมีตัวอย่างเคสต่างๆรวมถึงผลจากการทำแบบสอบถามที่เกี่ยวกับการปฎิเสธเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่มีความสุขต่อไป
ปัญหาที่พวกเราทุกคนต้องเจอกับการไม่กล้าปฎิเสธคำเชิญ หรือการบังคับให้อยู่ในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งที่ไม่มีความสุข หนังสือเล่มนี้แก้ปัญหานั้นได้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับทุกๆคน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกๆคนต้องเจอ
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน การเขียนหนังสือเล่มนี้ให้อารมณ์เหมือนมีเพื่อนมาเล่าสิ่งดีๆให้ฟัง ทำให้อ่านง่ายได้รับรู้ถึงอารมณ์ของผู้เขียน
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เริ่มใช้คำว่า นโยบายของฉันคือ....
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ บางเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ ถ้าตัดใจทิ้งไปโดยไม่แคร์ถึงความรู้สึกคนอื่นได้ ชีวิตจะกลับมามีความสุขเพิ่มขึ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น