สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 182 'พลังอีกหนึ่ง The Power of One More'
ผู้เขียน - Ed Mylett (เอ็ด ไมเล็ตต์)
ผู้แปล - ชลลดา ไพบูลย์สิน
สำนักพิมพ์ - แอร์โรว์ , สนพ.
จำนวนหน้า - 288 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2565 (ค.ศ.2022) ประเทศอเมริกา
คุณEd Mylett มีผลงานเล่มก่อนหน้านี้ออกมาแล้วเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Maxout Your Life ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควรเลย เขาเป็นนักพูด นักธุรกิจ เขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย และที่สำคัญเขาตั้งใจเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดแนวความคิดตลอดระยะเวลา 30ปีในชีวิตทำงานของเขา เพื่อให้ผู้อ่านได้มีแนวคิดที่ดี ได้ใช้ชีวิตที่ดี ได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ
โครงสร้างของหนังสือแบ่งออกเป็น 18บท แต่ละบทมีหัวข้อย่อยๆ แทรกอยู่ในบทนั้น ความยาวของแต่ละบทประมาณ 10-15 หน้า โดยแต่ละบทความนั้นเน้นแนวความคิดแปลกใหม่ ไม่เหมือนคนอื่น และเป็นแนวคิดที่ว่าเป็นอีกพลังชุดหนึ่งที่จะเพิ่มแนวคิดให้ผู้อ่านได้ประสบความสำเร็จได้
จะขอเล่าสองเรื่องที่น่าประทับใจในหนังสือเล่มนี้ เรื่องแรกคุณEd Mylett ได้เปรียบมาตรฐานชีวิตของเราเหมือนกับเทอร์โมสตัด (เทอร์โมสตัดคืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดอุณหภูมิและควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยที่ถูกตั้งค่าอุณหภูมินั้นๆให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละตัว โดยถูกตั้งค่าจากโรงงาน ตัวอย่างของเทอร์โมสตัดเช่น เตารีด ถ้าเราตั้งค่าไว้ค่าหนึ่งเมื่อความร้อนร้อนไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่ตั้งค่าไว้เทอร์โมสตัดจะสั่งตัดไฟฟ้าที่จ่ายให้แผงความร้อนของเตารีดเพื่อให้หยุดทำงาน ไม่ให้เตารีดร้อนต่อไปอีก และเมื่อตัวเตารีดเย็นลงเทอร์โมสตัดก็จะสั่งให้ไฟฟ้าเข้าไปจ่ายที่แผงความร้อนเพื่อให้เตารีดร้อนขึ้น) ซึ่งค่าเทอร์โมสตัดนี้จะถูกตั้งโดยความคิดหรือมาตรฐานการใช้ชีวิตเขาเราๆตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ซึ่งอาจจะได้รับรู้จากครูผู้สอน คุณพ่อคุณแม่ หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ที่เคยผ่านมา คุณEd Mylett ยกตัวอย่างว่าถ้าค่าเทอร์โมสตัดชีวิตของเราอยู่ที่ช่วง 25-75องศา เมื่อถึงจุดที่ชีวิตเราวัดได้ 75 องศาแล้วเราจะหยุดแล้วปล่อยให้มันเย็นลง ซึ่งจะเปรียบได้กับเมื่อเราพัฒนาตัวเองถึงจุดที่ 75 องศาแล้วเราจะคิดว่ามันมากเกินไปและเราจะหยุดพัฒนา คุณEd Mylett แนะนำให้ปรับค่าเทอร์โมสตัดของชีวิตเราให้สูงขึ้น สมมติว่าสูงเป็น 100 องศา ซึ่งจะทำให้เราเพิ่มขีดการพัฒนาตัวเองไปได้อีกจากที่เคยตั้งไว้ 75 องศา และเมื่อถึงจุดหนึ่งสมมติที่ 85 องศา แล้วเราล้มเหลว เราจะไม่เสียใจมากมายเกินไป เพราะเป็นการค่อยๆพัฒนาและเราสามารถล้มเหลวได้อยู่เพราะยังไม่ถึงเป้าหมายที่ 100 องศานั่นเอง ในหนังสือคุณEd Mylett อธิบายได้ดีมากๆ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือคุณEd Mylett เปรียบเทียบคนที่อยู่รอบๆตัวเราเหมือนดวงตาของวัว(ซึ่งกลมเหมือนลูกโลก) เนื้อภายนอกที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางก็เปรียบกับคนที่เดินผ่านกันหรือลูกค้าที่ได้คุยกัน แต่ในแกนของดวงตาซึ่งก็เปรียบเหมือนกับคนใกล้ชิด โดยคนใกล้ชิด(ในเล่มเรียกว่าคนที่อยู่วงใน)นี้มีอิทธิพลต่อเรามากเพราะตัวเรากับพวกเขาจะเจอกันบ่อย เจอกันทุกวัน คนใกล้ชิดที่ว่าอาจจะเป็นคนในครอบครัว,เพื่อนสนิท,เพื่อนร่วมงาน,หุ้นส่วนทางธุรกิจหรือแม้กระทั่งเลขา ซึ่งคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อความคิดของเราและรวมถึงเราก็มีอิทธิพลต่อความคิดของเขาด้วย คุณEd Mylett แนะนำให้คนที่อยู่วงในสุดนี้ต้องมีความคิดที่คล้ายกับเราและเป็นความคิดที่ดีช่วยกันพัฒนาไม่ดึงให้ตกต่ำ โดยจำนวนคนวงในนี้อาจจะมีจำนวนไม่ต้องมาก เพียง 4-5 คนก็เพียงพอ หรืออาจจะมากว่านี้ได้แต่ไม่ควรเกิน 20 คน ถ้ามีใครสักคนมีความคิดที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าเราจะรักเขามากหรือเขาจะรักเรามาก แต่เราก็ควรนำตัวเขาออกจากวงในสุดของเรา และไม่ลืมว่าควรหาคนที่มีความดีๆเข้ามาแทนที่ด้วย
เป็นอีกหนึ่งพลัง อีกหนึ่งแนวคิดเฉพาะตัวของผู้เขียนซึ่งได้ใช้ความรู้ที่สะสมมา 30ปี แล้วใช้แนวคิดนี้จนตัวเองประสบความสำเร็จมาแล้ว แนวคิดเหล่านี้เปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้อ่านได้ศึกษาและนำไปใช้จริงจนได้ผลที่ดี
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน คนที่ต้องการแนวคิดในความสำเร็จแบบที่เป็นแนวคิดไม่ซ้ำกับใคร
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาแปลกใหม่แต่ตรงประเด็น จี้จุดประเด็นสำคัญในอีกมุมมองหนึ่ง
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว บริหารแนวคิดที่เกี่ยวกับความสามารถ การเชื่อในความฝัน การตั้งเป้าหมายในความฝัน การบริหารอารมณ์ และการเลือกหาคนที่จะอยู่ในวงใน
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ เป้าหมายกับมาตรฐานต่างกัน โดยทั้งสองอย่างนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่มาตรฐานนั้นเราเป็นคนกำหนด และมาตรฐานนั้นๆได้เริ่มต้นแล้วและเมื่อเริ่มต้นมันไม่มีอะไรเป็นความล้มเหลวเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น