สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 184 'โลกนี้มีไว้ขาย : The World for Sale'
ผู้เขียน - Javier Blas (จาเวียร์ บลาส), Jack Farchy (แจ็ค ฟาร์ชีย์) ผู้แปล - อาริตา พงศ์ธรานนท์
สำนักพิมพ์ - แอร์โรว์ , สนพ.
จำนวนหน้า - 336 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2564 (ค.ศ.2021) ประเทศอเมริกา
หนังสือเล่มนี้เกิดจากนักข่าวสองท่าน ที่เป็นนักข่าวสายเศรษฐกิจที่เชี่ยวชาญเรื่องพลังงาน,สินค้าโภคภัณฑ์และทรัพยากรธรรมชาติ เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นเรื่องที่มีคนรู้น้อยมากๆ เป็นส่วนที่ถูกตรวจสอบน้อยมากๆเช่นกัน นี่เป็นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของนักค้า(เทรดเดอร์)สินค้าโภคภัณฑ์ แล้วสินค้าโภคภัณฑ์มีอะไรบ้าง คำตอบคือสินค้าที่เกี่ยวของกับพวกเราทุกๆที่ ทุกอย่างที่เรารับประทาน เราใช้งาน เช่นน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล โลหะ โลหะผสม แร่ธาตุต่างๆ เมล็ดพันธุ์ เมล็ดถั่ว ข้าวสาลี ข้าวเปลือก เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว และอื่นๆอีกมาก เล่มนี้จะเล่าถึงที่มาที่ไปของพวกเขาเหล่านั้น
โครงสร้างของหนังสือ แบ่งเป็น 13 บท เรียกได้ว่าไล่เรียงไปตามเวลาก็พอได้ แต่ละบททีความยาวพอสมควร ยาว20-30 หน้า โดยจะเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ เริ่มจากช่วงไหน โดยบริษัทอะไร มีนักค้าสินค้าโภคภัณฑ์เป็นใครบ้าง และแตกแยกออกมาเป็นบริษัทอะไรในปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นของนักค้าสินค้าโภคภัณฑ์รุ่นเก่ากับสมัยใหม่ เกิดขึ้นช่วงปี 1954 ก่อนอื่นจะเล่าถึงความแตกต่างระหว่างสองยุคนี้ก่อน นักค้าสินค้าโภคภัณฑ์รุ่นเก่าซึ่งมีมานานแล้วตั้งแต่ก่อนปี 1900 เสียอีก แต่พวกเขาเน้นค้าขายกันภายในประเทศเท่านั้น ส่วนนักค้าสินค้าโภคภัณฑ์รุ่นใหม่พวกเขาใช้ความแตกต่างระหว่างตำแหน่ง,ช่วงเวลา,ราคาในจุดต่างๆของโลก ที่มีความแตกต่างกันเพื่อให้พวกเขาสร้างกำไรจากการค้านี้ จุดเริ่มต้นของการค้านี้เป็นช่วงหลังสงครามโลกและเป็นช่วงสงครามเย็นระหว่างอเมริกากับสหภาพโซเวียตกำลังอยู่ในช่วงตึงเครียด มีอดีตทหารเยอรมันที่เคยถูกจับโดยกองทัพโซเวียตในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชือ ธีโอดอร์ เวสเซอร์ เข้าไปในโซเวียตเพื่อไปเจรจาซื้อขายน้ำมันกับโซเวียต โดยที่เขาต้องการค้าน้ำมันจากประเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับประเทศเสรีนิยม เพื่อที่จะทำกำไรให้กับตนเอง และเป็นการแจกจ่ายน้ำมันราคาถูกกว่า จากเจ้าตลาดรายใหญ่ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา บริษัทที่เริ่มต้นทำการค้าเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ คือ ฟิลิปป์ บราเธอร์ส ซึ่งหลังจากการค้าน้ำมัน พวกเขาทำการค้าโลหะที่เป็นที่นิยมมากๆในช่วงนั้นซึ่งก็คืออลูมิเนียม นักค้าสินค้าโภคภัณฑ์นอกจากทำการค้าเพื่อทำกำไรแล้ว เขายังจำเป็นต้องใช้วิธีซิกแซกในการได้มาซื้อสินค้าที่เป็นทรัพยากรของประเทศต่างๆ มีเรื่องเราว่าประเทศจาไมก้าซึ่งเป็นแหล่งแร่อลูมิเนียมที่สำคัญ มีช่วงหนึ่งประเทศไม่มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายค่าน้ำมันดีเซลที่กำลังจะมาส่งให้ โดยต้องกันเงินไว้จ่ายหนี้ IMF ถ้าหากจาไมก้าไม่มีน้ำแล้วละก็ประเทศจะไม่สามารถดำเดินงานได้เลย ผู้แทนการค้าของจาไมก้าโทรหาเทรดเดอร์คนหนึ่งแล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เทรดเดอร์คนนั้นโอนเงินให้ 5 ล้านดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าน้ำมันที่กำลังลงจากเรือให้ประเทศจาไมก้า ส่วนเทรดเดอร์ต้องการเพียงการได้สิทธิ์ในการซื้อแร่อลูมิเนียมเท่านั้นโดยไม่จำเป็นต้องทำสัญญาอะไรเลย
นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายกันนี้ที่ประเทศคิวบา , ประเทศอิหร่าน และในหลายประเทศในทวีปแอฟริกา เงินของเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ทำให้ประเทศบางประเทศ ผู้นำของประเทศนั้นๆ สามารถทำให้เปลี่ยนแปลงประเทศนั้นๆได้เลย บางประเทศมีการรบกันกับกบฎ ทหารของฝ่ายรัฐบาลขาดน้ำมันเพื่อเติมรถในการรบ ถ้าหากไม่มีน้ำมันมาเพิ่มเติมจากเทรดเดอร์แล้วฝ่ายรัฐบาลต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน และอีกปรากฎการหนึ่งหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ทั้งตัวรัสเซียที่และประเทศที่แตกออกมา มีช่องวางในการดำเนิการรวมถึงการความเกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องจากการผลิตสินค้าต่างๆ เกิดการหยุดชะงักซึ่งจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสหภาพโซเวียตเดิมเป็นอย่างมาก โดยที่รัสเซียใหม่ไม่สามารถทำอะไรได้ เลย และในจังหวะนั้น ในความไม่ปกตินี้ นักค้าสินค้าโภคภัณฑ์เห็นช่องว่างที่จะสามารถทำกำไรได้ แต่พวกเขายังช่วยให้เกิดการดำเนินการให้การผลิตที่ถูกตัดขาดออกเชื่อมโยงกัน โดยการทำหน้าที่เป็นตัวกลาง และสามารถทำตัวอยู่เหนือการเมืองได้
น่าจะเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ตีแผ่ ประวัติของเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ แนวคิด การทำการค้า การคิดอะไรที่เป็นความนอกกรอบมากๆ พวกเขายังช่วยหลายๆประเทศเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ และเป็นเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไม่น่าเชื่อ
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน คนที่สนใจเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาลึกมากๆ ไม่เคยได้อ่านจากที่ไหนมาก่อน อ่านสนุกจนวางไม่ลง
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว มีความสนใจตามหาบริษัทที่ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ และอยากรู้ผลประกอบการ
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ เบื้อหลังการเปลี่ยนแปลงโลกมีเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในนั้นด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น