NO.185 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ถ้าคุณไม่เปลี่ยนโลก โลกก็จะเปลี่ยนคุณ Bold: How to Go Big, Create Wealth and Impact the World
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 185 'ถ้าคุณไม่เปลี่ยนโลก โลกก็จะเปลี่ยนคุณ Bold: How to Go Big, Create Wealth and Impact the World'
ISBN - 9786168109304
ผู้เขียน - Peter H. Diamandis, Steven Kotler)
ผู้แปล - บดินทร์ พรวิลาวัลย์
สำนักพิมพ์ - บิงโก , สนพ.
จำนวนหน้า - 320 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) ประเทศอเมริกา
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในชุด Exponential Technology ที่พวกเขาได้เขียนขึ้น ซึ่งถ้านับปัจจุบันนี้ชุด Exponential Technology ครบเป็นชุด 3 ชุดแล้ว เล่มแรกชื่อว่า Abundance ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีแปลไทยมาจำหน่าย เล่มล่าสุดที่ชื่อว่า the future is faster than you think ซึ่งก็น่าอ่านมากๆ ยังไม่มีแปลไทยเช่นกัน เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มนึงที่เนื้อหาอัดแน่นมากๆ ผู้แต่งรวบรวมและเขียนโดยใช้ข้อมูลจำนวนมาก อ้างอิงจากหลายเหตุการณ์นำมาเล่าอย่างสนุกสนาน แถมความรู้แน่นๆ
โครงสร้างของหนังสือ ประกอบไปด้วยสามส่วน ส่วนที่1 เทคโนโลยีแบบอาจหาญ ประกอบด้วยสามบทย่อย ส่วนที่2 ความคิดแบบอาจหาญ ประกอบด้วยสามบทย่อย และส่วนที่3 มวลชนที่อาจหาญ ประกอบด้วยสี่บทย่อย
ตามชื่อหนังสือ How to go big ,Create Wealth and Impact the World โดยพื้นฐานมาจากความคิดแบบกล้าหาญและกล้าเปลี่ยนแปลง โดยต้องอยู่ได้ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่รอใคร ผู้แต่งได้เขียนเล่าว่าโลกไม่ได้พึ่งเปลี่ยนแปลงหากแต่เปลี่ยนแปลมานานแล้ว และยังคงเปลียนแปลง แต่ที่แตกต่างกันคือการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นกว่าศตวรรษก่อนๆมากมาย เนื้อหาที่ทั้งสองเขียนขึ้นแสดงให้เห็นถึงผู้ที่กล้าเปลี่ยนแปลงและผู้พ่ายแพ้ต่อการเปลี่ยนแปลง เริ่มเปิดหัวโดยคุณ จอร์จ อีสต์แมน ในปี 1878 ผู้ที่คิดค้นฟิลม์และกล้องถ่ายรูปโกดัก ซึ่งตัวเขาเองเป็นผู้เปลี่ยนแปลงการถ่ายรูปในรูปแบบดั้งเดิมเป็นแบบใช้ฟิลม์ซึ่งผลิตภัณฑ์ของโกดักซึ่งครองตลาดฟิลม์ 90% และตลาดกล้อง 85% ในปี 1976 โกดักเคยมีพนักงาน 140,000 คน และมีมูลค่าทางตลาด 28,000ล้านดอลลาร์หลังจากนั้น 40ปี โกดักยื่นล้มละลายอย่างหมดท่า ทั้งๆที่ในปี 1973 มีวิศวกรของโกดักที่ผลิตกล้องถ่ายรูปดิจิตอลขึ้นมาได้แต่มัใหญ่กว่าเครื่องปิ้งขนมปัง หนัก 8.5ปอนด์ และมีความละเอียดเพียง 0.01 เมกะพิกเซลเท่านั้น เขาได้เสนอให้ทางโกดักพัฒนากล้องดิจิตอลแต่โกดักไม่ยอมพัฒนาส่วนนี้ เนื่องจากพวกเขาคิดว่าถ้ามีกล้องดิจิตอลขึ้นมาแล้วพวกเขาจะไม่ได้ขายฟิลม์และกล้องถ่ายรูปจากฟิลม์ จนบริษัทต้องยื่นล้มละลายในขณะที่มีกล้องดิจิตอลขายจนเลิกขาย จนขณะนั้นเป็นยุคสมาร์ทโฟนกำลังครองความยิ่งใหญ่ กล้องถ่ายรูปที่โกดักหวงนักหนากลายเป็นของที่ใช้กับฟรีในยุคนี้แล้ว นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่มีข้อมูลแน่ๆแบบนี้ และอ่านสนุกมากๆด้วย
ในส่วนที่สองเป็นเรื่องราวของบุคคลที่ผู้แต่งสองคนยกย่องถึงแนวคิดและความกล้าหาญในการสร้างธุรกิจ โดยเล่าถึงประวัติและความคิดของคน 4 คนที่เป็นตัวอย่างได้แก่ อิลอน มัสก์ , ริชาร์ด แบรนด์สัน , เจฟ เบซอส และลาร์รี่ เพจ ซึ่งเล่าออกมาได้สนุกมากๆ ในส่วนที่3 มวลชลอาจหาญ เป็นเรื่องราวทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับมวลชน ให้มวลชลสร้างกระแส ให้มวลชลให้ความเห็นและแก้ปัญหา รวมถึงการให้แนวทางการแข่งขันของมวลชลเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ
เป็นหนังสือเล่มนึงที่จำเป็นต้องมีติดบ้านไว้ เพื่อตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีเคสตัวอย่างมากมาย สามารถสร้างความตื่นตัวในการอ่านเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ และคิดว่าอ่านรอบเดียวไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบ
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันกับโลก มีประโยชน์มากๆกับคนรุ่นใหม่และนักธุรกิจ
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาแน่น เล่าเรื่องได้สนุกมากๆ อ่านแล้วว้าวทุกตอนเลย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง ต้องรวดเร็วและต้องเปิดใจให้กว้าง
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่มันเปลี่ยนเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น