NO.197 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... เงินไม่ใช่พระเจ้า : What Money Can't Buy (The Moral Limits of Markets)
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 197 'เงินไม่ใช่พระเจ้า : What Money Can't Buy (The Moral Limits of Markets)'
ผู้เขียน - Michael J. Sandel (ไมเคิล เจ. แซนเดล)
ผู้แปล - สฤณี อาชวานันทกุล
สำนักพิมพ์ - Salt , สนพ.
จำนวนหน้า - 272 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2555 (ค.ศ.2012) ประเทศอเมริกา
คุณMichael เป็นนักปรัชญาการเมืองชาวอเมริกัน สอนปรัชญาการเมืองที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตั้งแต่ปี 1980 เขาเขียนหนังสือที่เป็นที่นิยมมากๆระดับโลก เล่มหนึ่งชื่อว่า Justice ที่แปลไทยเป็นชื่อว่า ความยุติธรรม ซึ่งเรายังไม่ได้อ่านเล่ม Justice แต่อยู่ในกองดองอยู่แล้วไว้คงค่อยหาคิวอ่าน หลังจากอ่านหนังสือเงินไม่ใช่พระเจ้าจบแล้ว ได้เห็นมุมมองเฉพาะของคุณMichael ที่เป็นมุมมองทางปรัชญาที่น่าสนใจมากๆ ทำให้อยากอ่านหนังสือเล่มอื่นๆของคุณMichael เพิ่มเติมด้วย
โครงสร้างของหนังสือ ประกอบด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น 5บท ได้แก่ บทที่ 1 ลัดคิว , บทที่ 2 แรงจูงใจ , บทที่ 3 ตลาดเบียดขับศีลธรรมอย่างไร , บทที่ 4 ตลาดความเป็นและความตาย , บทที่ 5 สิทธิการตั้งชื่อ ซึ่งแต่ละบทนำด้วยตัวอย่างซึ่งมาจากการตลาดที่บิดเบือนที่เป็นเรื่องจริงๆที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
เนื้อหาหนังสือจี้ไปที่การตลาดที่อ้างอิงหลักวิชาการทางเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเนื้อหาทางวิชาการเหล่านี้จะตีมูลค่าทุกสิ่งทุกอย่างออกมาเป็นตัวเลขจำนวนเงินออกมาให้ได้ ซึ่งในบางเรื่องมันย้อนแย้งกับศีลธรรม,วัฒนธรรมและวิถีปฎิบัติที่เคยมีมาในอดีตอย่างไม่น่าเชื่อ คุณMichael ผู้ซึ่งมีความคิดเชิงปรัชญาจึงนำเสนอเนื้อหาในสิ่งที่ผิดเพี้ยนจากเรื่องที่เป็นศีลธรรมเป็นการค้าการตลาดที่เกิดขึ้นจริงในโลก ความผิดเพี้ยนที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง เช่น การยอมให้มีการล่าแรดที่เป็นสัตว์สงวนของโลก โดยให้ผู้ต้องการล่าแรดจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าจ้างในการเลี้ยงดูแรดให้กับชาวบ้าน , การที่วอลมาร์ตแอบทำประกันชีวิตให้กับพนักงาน เมื่อพนักงานเสียชีวิตวอลมาร์ตได้รับเงินจากการเสียชีวิตของพนักงานโดยที่ครอบครัวไม่ได้อะไรเลย แถมวอลมาร์ตสามารนำเงินที่จ่ายเบี้ยประกันเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ส่วนเงินที่ได้จากสินไหมทดแทน เมื่อเข้าบริษัทแล้วไม่ต้องเสียภาษีด้วย , การนำประกันชีวิตของผู้สูงอายุที่ไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกัน โดยทำการเปลี่ยนสิทธิผู้รับผลประโยชน์เพื่อให้ผู้สนใจการลงทุนเกี่ยวกับการคาดการว่าผู้ทำประกันจะเสียชีวิตตอนไหน และรับผลประโยชน์หลังจากผู้สูงอายุคนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว และที่ยิ่งไปกว่านั้น มีบางโบรคเกอร์ตั้งใจจะรวบรวมสิ่งนี้เป็นกองทุนแล้วขายเป็นหน่วยลงทุนด้วย
ที่จริงคุณMichael ไม่ได้สนใจเฉพาะในเรื่องความขัดแย้งกันระหว่างสองแนวคิดคือเศรษฐศาสตร์กับศีลธรรมเท่านั้น คุณMichaelยังเห็นความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นด้วย โดยทางการตลาดแบบเศรษฐศาสตร์นั้น ทำให้คนรวยที่มีเงินมากสามารถเข้าถึง สินค้าหรือบริการที่พิเศษมากกว่า เช่นคงมีแต่คนรวยเท่านั้นที่จะล่าแรดได้ เป็นต้นเนื้อหาในเล่มยังมีเรื่องที่ย้อนแย้งแบบนี้อีกหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องคุณMichael ได้นำตัวอย่างที่ตรงประเด็นมาให้ได้ศึกษากัน และยังมีบ้างเรื่องที่เงินไม่สามารถซื้อได้อีกด้วย
เป็นหนังสือที่นอกจากการแสดงให้เห็นว่าหลักการทางการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ที่เป็นอยู่นั้นขัดแย้งกับศีลธรรมอันดีอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งมีกฎหมายรองรับด้วย และยังชี้ให้เห็นว่าการตลาดเหล่านั้นฉีกถ่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยให้ห่างมากขึ้นไปอีก
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะนักการตลาดที่อาจจะสร้างหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมาขัดแย้งกับความถูกต้องที่ควรจะเป็น
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาเข้มข้น ตัวอย่างชัดเจน มีเรื่องที่คาดไม่ถึงมากมายในเล่ม และยังแฝงความคิดเชิญปรัชญาให้วิเคราะห์กันด้วย
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ตกใจในหลายเรื่องที่มีอยู่ในเล่ม การอ่านหนังสือเล่มมนี้ทำให้มีความคิดลึกซึ้ง และอาจจะไม่ถูกชักจูงจากนักการตลาดที่สร้างโครงการแปลกๆขึ้นมา
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ เห็นได้ว่าเงินซื้ออะไรได้หลายอย่างและในบ้างเรื่องก็เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ แต่บางเรื่องเงินก็ซื้อไม่ได้เช่นกัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น