สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 217 'รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง '
ISBN - 9747891972
ผู้เขียน - พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)
ผู้แปล - X
สำนักพิมพ์ - วัดญาณเวศกวัน , สนพ.
จำนวนหน้า - 88 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) ประเทศไทย
สืบเนื่องจากรีวิวหนังสือเล่มนี้ พระไตรปิฏก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ อ.วีระ แนะนำผู้ที่โทรเข้ามาคุยกว่าให้ลองอ่านหนังสือสามเล่ม ของท่าน ป.อ.ปยุตโต ที่เขียนเกี่ยวกับพระไตรปิฎกให้ทดลองอ่านก่อนที่จะศึกษาพระไตรปิฎกแบบจริงจัง มีหนังสือแนะนำ 3 เล่มดังนี้ พระไตรปิฏก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ , รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัดให้ตรง และรู้จักบ้านของตัว เที่ยวทั่วพระไตรปิฎก ซึ่งทั้งสามเล่มนี้สามารถหาดาวน์โหลดได้จากเวปไซต์ของ วัดญาณเวศกวัน ทั้งสามเล่มได้เลย
หนังสือมีจำนวน 88 หน้า แบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ เขียนต่อๆกันโดยไม่ได้แบ่งเป็นบทๆ โดยมีทั้งหมด 16 ตอนย่อย โดยที่หนังสือเล่มนี้เขียนเอาไว้แต่ต้นว่าเป็นกรณีพระคึกฤทธิ์ ซึ่งเป็นต้นเรื่องของหนังสือเล่มนี้เลย เหตุเกิดจากเมื่อกลางปี พ.ศ.2552 พระคึกฤทธิ์ โสตถิผโล ได้นำพระในวัดของท่านสวดปาติโมกข์ลดจาก 227ข้อ เหลือ 150 ข้อมา 8ปีแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นหลักดั้งเดิมที่ควรจะเป็น ที่จำนวน 227 ข้อ โดยพระคึกฤทธิ์ได้อ้างว่า ท่านได้อ่านพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ แล้วได้เนื้อความมาตีความหมายออกมาเป็นแบบนี้
ปัญหาเกิดจากพระคึกฤทธิ์อ้างพระไตรปิฏกฉบับแปลไทยจาก พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ(ที่เป็นภาษาบาลี) และที่สำคัญคือท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ได้เน้นย้ำว่าพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐไม่มีฉบับภาษาไทย และมีแต่พระไตรปิฎกที่นำเอาฉบับสยามรัฐที่เป็นภาษาบาลีมาแปล ซึ่งพระคึกฤทธิ์อ้างผิด แล้วจุดที่เข้าใจผิดอยู่ที่ตรงไหน? พระไตรปิฎกฉบับแปล ซึ่งแปลมาตั้งแต่ พ.ศ.2500 มีคำแปลที่เขียนไว้ว่า "สิขาบท 150 ถ้วนนี้" บางฉบับแปลว่า "สิกขาบทที่สำคัญ 150 นี้" และบางฉบับแปลว่า "150 สิขาบท ที่สำเร็จเป็นประโยชน์นี้" ซึ่งเป็นจุดที่พระคึกฤทธิ์อ้าง ซึ่งมาจากคำที่แปลออกมาแตกต่างกันที่ว่า ถ้วน,สำคัญและที่สำเร็จเป็นประโยชน์นี้ เมื่อกลับไปค้นที่พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐซึ่งเป็นภาษาบาลี แล้วจึงได้คำต้นตอมาเป็นคำว่า "สาธิกํ" ซึ่งเป็นคำทั่วๆไป ดังนั้นในภาษาบาลีจึงไม่ค่อยมีคำอธิบาย ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ได้ขยายความว่า คำว่า "สาธิกํ" แปลว่า พร้อมด้วยส่วนที่เกิน มีข้อมากขึ้นไปหรือมีเศษ ดังนั้นถ้าจะแปลประโยคที่มีปัญหาให้ถูกต้องต้องแปลได้ว่า "สิกขาบท 150 มีเศษนี้" ดังนั้นสิขาบทที่ว่า ต้องไม่ใช่เพียงแค่ 150 บท แต่ต้องเป็น 150 กว่าๆ
สาเหตุเกิดจากการอ้างอิงพระไตรปิฎกฉบับแปลภาษาไทยซึ่งแปลกันมานานแล้ว และมีจำนวนหน้ากระดาษที่มากถึงสองหมื่นกว่าหน้านั้น การแปลพระไตรปิฎกจึงแปลจากการนำไปแยกส่วนให้หลายๆคณะสงฆ์แปล ซึ่งอาจจะมีผิดพลาดจากการไม่เชี่ยวชาญภาษาบาลีบ้าง หรือว่ารีบร้อนแปลบ้าง รวมถึงอาจจะมีการเข้าใจผิดบ้าง ดังนั้นท่านพระพรหมคุณาภรณ์จึงบอกว่าพระไตรปิฎกฉบับแปลนั้นยังคงไม่ถูกต้อง 100% และยังต้องแก้ไขให้ถูกต้องไปเรื่อยๆ ซึ่งความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ได้ยกตัวอย่างคำศัพท์ขึ้นมาหนึ่งคำ แล้วท่านยกตัวอย่างการแปลในสองส่วนที่ใช้คำบาลีคำเดียวกันแต่แปลออกมาคนละความหมายเลย ทำให้เห็นว่าจากการแปลหลายๆคณะสามารถทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้ ที่จริงยังมีเรื่องที่พระคึกฤทธิ์ได้เขียนหนังเรื่องพุทธวจนะ อีกเล่มซึ่งเป็นอีกกรณีศึกษา(ไม่ขอเล่าอยากให้โหลดมาอ่านกัน) ไม่ว่ามีปัญหาเกี่ยวพระไตรปิฎกอย่างไร ท่านพระพรหมคุณาภรณ์เน้นย้ำว่าให้ยึดตามพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ซึ่งมีการจัดทำอย่างเป็นระบบเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศผ่านการสังคายนาดังที่มีในรายละเอียดจากหนังสือพระไตรปิฏก สิ่งที่ชาวพุทธต้องรู้ มาแล้ว
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็คือ หลักคิดของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ในการกล่าวถึงทุกเรื่องราว ทุกหัวข้อที่เกิดขึ้นพระไตรปิฎกควรยึดหลักจากพระไตรปิฎกที่เป็นฉบับดั้งเดิมภาษาบาลี เนื่องจากฉบับแปลไทยยังคงมีความผิดพลาด ซึ่งวิธีการคิดแบบนี้สามารถใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตได้
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนควรได้อ่าน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้เห็นหลักการแก้ไขปัญหา และการอ้างอิงในเรื่องของพระไตรปิฎกอย่างเป็นระบบ
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ เป็นการคิดของท่านพระพรหมคุณาภรณ์แบบเป็นระบบและและใช้หลักการอ้างอิงที่ชัดเจน ทำให้หมดประเด็นโต้แย้ง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น