ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.218 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี The End of Jobs

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 218 'ถ้าบอกกันก่อนเรียนจบ คงไม่ตกขบวนเศรษฐี The End of Jobs'



                     ISBN                        - 9786168109007
                     ผู้เขียน                     - Taylor Pearson
                     ผู้แปล                      -  วีรจิต กลัมพะสุต
                     สำนักพิมพ์               - บิงโก , สนพ.
                     จำนวนหน้า              - 242 หน้า  
                     พิมพ์ครั้งแรก           - พ.ศ. 2558 (ค.ศ.2015) ประเทศอเมริกา

                หนังสือเล่มนี้คุณTaylor Pearson นักธุรกิจชื่อดังที่ทำธุรกิจไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย เขาได้เขียนออกมาในแนวการวางตัวเองและวางแผนชีวิต ในอนาคตที่จะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันแบบตั้งตัวไม่ติด รวมถึงการวางแนวทางเลือกเพื่อที่จะออกจากงานประจำเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะอะไรหลายๆอย่างเพื่อความพร้อมที่จะเป็นผู้ประกอบการ

                หนังสือแบ่งออกเป็น 5ส่วน แต่ละส่วนแบ่งเป็นบทย่อยๆ ทั้งหมด 13บท ชื่อของแต่ละส่วนประกอบด้วย ส่วนที่1 โลกนี้จะไม่มีงานให้ทำแล้วเหรอเนี่ย? , ส่วนที่2 ทำไมงานถึงหายไปหมดเอาตอนนี้? , ส่วนที่3 ความเสี่ยงที่คุณมองไม่เห็น , ส่วนที่4 การลตาดแบบลองเทล ทำไมเด็กที่ชอบนั่งหลังห้องถึงร่ำรวย? , ส่วนที่5 โอกาสทำกำไรที่คุณหาไม่ได้มาก่อน และปิดท้ายด้วยบทสรุปที่ชื่อว่างานแห่งอนาคต

                เนื้อหาของหนังสือเริ่มต้นด้วยสถิติที่น่าตกใจ คือจำนวนคนที่จบปริญญาที่ประเทศอเมริกามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นกว่าปริมาณงานที่มีอยู่ ด้วยความเชื่อเดิมๆหลายๆสิบปีก่อนที่ว่าคนที่ได้ทำงานที่ดีและมั่นคงคือคนที่จบปริญญานั่นเอง แต่ด้วยการที่มีอินเตอร์เน็ตการสื่อสารที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก คนที่อยู่อีกรัฐหนึ่งทางฝั่งตะวันตกของอเมริการสามารถสมัครงานและทำงานผ่านออนไลน์ กับบริษัทที่อยู่ทางรัฐฝั่งตะวันออกได้ และรวมถึงการเชื่อมต่อกันทั่วโลกได้อีกด้วย การทำงานที่มีตัวช่วยมากขึ้นทั้งซอฟท์แวร์ เครื่องจักรที่ทันสมัยทำให้ต้องการแรงงานหรือผู้ทำงานจำนวนน้อยลง และบริษัทเหล่านั้นยิ่งต้องการคนเก่งไม่เพียงแต่เชื้อชาติเดียวกัน อาจจะหมายถึงคนที่อยู่ต่างทวีปด้วย มีสถิติหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ในช่วงปี 1948-2000 ที่ประเทศอเมริกามีจำนวนงานเติบโตเร็วกว่าจำนวนประชากร 1.7เท่า แต่หลังปี 2000 ไปแล้วปรากฎว่าจำนวนประชากรกลับเติบโตเร็วกว่างานถึง 2.4 เท่า 

                ยิ่งเรื่องทางความก้าวหน้าทางเทคโนโลี และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ ธุรกิจที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบเก่าต้องล้มหายตายจากไป และถูกแทนที่ด้วยธุรกิจที่เป็นเศรษฐกิจแบบใหม่ ซึ่งเน้นใช้คนที่จำนวนน้อยลงใช้เทคโนโลยีมาช่วย นี่ยังไม่นับรวมที่ว่าธุรกิจแบบใหม่นี้ยังขยายไปต่างประเทศซึ่งใช้จำนวนคนจำนวนน้อยควบคุมสั่งการจากประเทศหลัก และใช้คนดำเนินการที่ต่างประเทศจำนวนไม่มายิ่งทำให้จำนวนงานยังคงลดลงเรื่อยๆ

                แล้วพวกเราจะทำอย่างไร? คุณTaylor Pearson เขียนในเนื้อหาแนะนำให้พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เลือกทำงานในสิ่งที่เราชอบ ใช้ที่ทำงานให้เป็นประโยชน์ในการหาความรู้ และถ้าหากมีความรู้พอสมควรแล้วให้นำความรู้ไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ข้อเสียของการเป็นพนักงานประจำคุณTaylor Pearson นำคำเปรียบเปรยของคุณนาสซิม ทาเลป เกี่ยวกับชีวิตไก่งวงที่ว่า เจ้าของฟาร์มพวกเขาจะดูแลไก่งวงเป็นอย่างดี ให้น้ำให้อาหารไม่ให้ขาด ให้กินอิ่มนอนหลับ เป็นเวลา1พันวัน จนใหล้ถึงวันขอบคุณพระเจ้า... 
    
                ซึ่งคุณTaylor Pearson เปรียบเทียบว่าการเป็นพนักงานประจำ ได้เงินเดือนดีมาก พนักงานคนนั้นทำงานทุ่มเทให้กับบริษัทอย่างเต็มที่ เงินเดือนได้รับการปรับขึ้นตามมาตรฐาน แต่แล้วทำงานไป 10ปี-20ปี ทางฝ่ายบุคคลก็ส่งจดหมายเชิญให้พนักงานคนนั้นออก เนื่องจากบริษัทรับพนักงานจากประเทศฟิลิปปินส์ มาในค่าจ้างที่ถูกกว่าถึง 5เท่า พนักงานคนนั้นก็เปรียบเหมือนไก่งวงที่ต้องสังเวยชีวิตในวันขอบคุณพระเจ้านั่นเอง คุณTaylor Pearson ได้สอนให้ทุกๆคนไม่เป็นไก่งวงซึ่งก็คือไม่ควรยึดงานงานเดียวไว้ ควรหาความรู้ พัฒนาตัวเอง หาอาชีพเสริม รวมถึงค้นหาตัวเอง ค้นหางานที่ทำให้เรามีความสุขและเพิ่มศักยภาพในตัวเองไปในตัวด้วย ในส่วนหลังบทที่เกี่ยวกับหลักทฤษฎี Longtail ก็อ่านสนุกมากๆ หาอ่านเพิ่มความรู้กันต่อได้เลย

                The End of Jobs เล่มนี้เป็นเล่มที่บอกเล่าถึงความจำเป็นในการปรับตัวที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น วิธีการและความคิดเดิมๆที่ใช้กันมาหลายสิบปีใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว คุณTaylor Pearson ได้แนะนำว่าเราไม่ควรอยู่เฉยนิ่งดูดาย แต่ควรจะต้องพัฒนาตัวเอง ซึ่งเนื้อหาในหนังสือมีแนะแนวไว้น่าสนใจมาก

            
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคน ทุกคนในตอนนี้ที่พวกเราไม่สามารถหนีพ้นความเปลี่ยนแปลงได้
        2.Objective         -   ล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนเป็นนักธุรกิจที่ทำธุรกิจไปทั่วโลก เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ เนื้อหาที่เขาเขียนช่วยให้เราก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงนี้ได้
        3.Output             -   เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ใด้แรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตัวเองและไม่อยู่เฉย การถูก Disrupt เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราจะฝ่าฟันมันไปได้อย่างไร
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้คือ ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่แน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องทำให้ได้คือจะอยู่รอดกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างไร

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention