NO.232 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ชีวิตคือของขวัญ THE GIFT : 14 บทเรียนที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของชีวิตเสมอ
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 232 'ชีวิตคือของขวัญ THE GIFT : 14 บทเรียนที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของชีวิตเสมอ'
ISBN - 9786161859220
ผู้เขียน - EDITH EGER
ผู้แปล - นิภา เผ่าศรีเจริญ
สำนักพิมพ์ - อมรินทร์ How to, สนพ.
จำนวนหน้า - 276 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2563 (ค.ศ.2020) ประเทศอเมริกา
คุณยายทวดEDITH EGER เขียนหนังสือเล่มนี้หลังวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตอนที่เขียนหนังสืออยู่นั้น เธออายุ 92 ปี ชีวิตของเธอน่าสนใจ น่าสงสาร และน่ารันทดมากๆ เธอเป็นชาวยิวที่อาศัยอยู่ในฮังการี ครอบครัวของเธออบอุ่นมีความสุข เธอกำลังมีแฟนคนแรก เธอกำลังเรียนบัลเลต์และยิมนาสติกซึ่งกำลังไปได้ดีเลยทีเดียว จนกระทั่ง ฤดูใบไม้ผลิ ปี 1944 เธออายุ 16ปี ทหารนาซีบุกและพาเธอกับครอบครัวเธอซึ่งมี คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว ไปยังค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ เธอถูกแยกจากคุณพ่อคุณแม่ และไม่พบกันอีกเลย เธอทราบว่าคุณพ่อคุณแม่เธอถูกพาเข้าไปห้องรมแก๊สพิษและเสียชีวิต เธอทนทุกข์ทรมานในค่ายเอาช์วิตซ์ 8 เดือน(ซึ่งโชคดีมากๆที่เป็นระยะเวลาไม่นานนัก) เยอรมันก็พ่ายแพ้สงคราม เธอและพี่สาวเธอรอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้นได้ หลังจากแต่งงานเธอย้ายไปที่ประเทศอเมริกาพร้อมกับสามีและลูกสาวคนโต โดยไม่มีอะไรติดตัวเลย เธอสู้ชีวิตและเรียนจนจบปริญญาใบแรกเมื่ออายุ 40ปี และจบปริญญาเอก เมื่ออายุ 50 ปี เธอทำงานบำบัดให้กับทหารผ่านศึก และเป็นครูมัธยมสอนจิตวิทยา จนกระทั่งรับงานบำบัดให้กับบุคคลทั่วไป ตอนนี้เธอมีทายาทถึง 4 รุ่นแล้ว เธอเป็นทวดของเหลนแล้ว
คุณEDITH EGER กล่าวไว้ว่า ไม่ได้ให้ใครๆเปรียบเทียบความทุกข์ของเธอว่าหนักหนาสาหัส แต่เธออยากจะบอกว่าถ้าเธอผ่านชีวิตที่โหดร้ายแบบนั้นได้ พวกคุณๆผู้อ่านย่อมผ่านได้เช่นกัน เนื้อหาในหนังสือแบ่งออกเป็น 14 บท ตามชื่อหนังสือที่ว่า 14บทเรียนที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของชีวิตเสมอ โดยเนื้อหาไม่ได้แบ่งออกมาเป็นเรื่องเป็นราวแบบชัดเจนเป็นข้อๆแยกจากกัน แต่เป็นการเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวที่ได้รับความลำบากอย่างแสนสาหัสของคุณEDITH EGER รวมถึงปัญหาจากคนที่มารับการปรึกษา และการให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาทางความคิด จิตวิทยาให้กับคนเหล่านั้น พร้อมกับให้หลักการทางความคิดเสริมไป และท้ายบทคุณEDITH EGER สรุปเป็นข้อให้ให้ทบทวน
คุณEDITH EGER เขียนจากประสบการณ์เธอ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านหลุดพ้นจากจากกับดักความคิด ประสบการณ์ที่เลวร้าย จนส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบัน หลักการของเธอสามารถทำได้ทุกคน เธอเริ่มจากให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ต่างๆ การที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อในแต่ละเหตุการณ์สามารถทำได้ง่ายๆเลยคือการปลดปล่อยตัวเองจากปมนั้น ในบทถัดมาเธอต้องการให้ผู้อ่านรักตัวเอง ภูมิใจในตัวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง เราไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่เกิดจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีเราไปเกี่ยวข้องเช่นถ้าเราไม่บอกให้เขาไปที่นั่นคงไม่เกิดเรื่องกับเขา เรื่องนี้ต้องรู้จักปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางเรื่องราวที่เป็นปมต่างๆได้แล้ว คุณEDITH EGERบอกให้เราจัดการกับความขุ่นเคือง ความกลัว การตัดสินผู้อื่น ความสิ้นหวัง และการรู้จักให้อภัย ซึ่งเป็นการดึงสติของผู้อ่านให้รู้จักพิจารณาว่าสิ่งใดกันแน่ที่ส่งผลกระทบกับเราจริงๆ หรือมันเกิดจากตัวเราเองไม่ปล่อยวาง ตอนท้ายบทที่ 13 คุณEDITH EGER เล่าถึงเรื่องราวดีที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการณ์โควิด-19 และบทสุดท้าย เป็นเรื่องของอาหารเธอบอกพวกเราว่าการเตรียมอาหาร การปรุงอาหารและการรับประทานอาหารร่วมกัน สร้างความสุขขึ้นมาได้ เธอได้มอบสูตรอาหารของชาวฮังกาเรียนให้ผู้อ่านได้ลองปรุงรับประทาน และยังได้บอกถึงเทคนิคการเข้าครัวแบบฮังการี่ด้วย
คุณยายทวดEDITH EGER เขียนหนังสือเล่มนี้ใสวัย 92 ปี เธอรวบรวมประสบการณ์ตลอดชีวิตเพื่อมาสอนผู้อ่าน ให้หลุดพ้นความทุกข์ที่เกิดจากการกักขังของตัวเราเอง เรื่องเราของเธอเอง และผู้มารับคำปรึกษาจากเธอให้ประโยชน์กับเรามากๆ
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคน ทุกคนล้วนมีปมปัญหา ซึ่งมันเกิดขึ้นมาระหว่างที่เราดำเนินชีวิตและเติบโต หนังสือเล่มนี้อาจช่วยคุณได้
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ชีวิตของผู้แต่งช่างน่ารันทด เธอรวบรวมประสบการณ์ ตลอด 92 ปี และหลายสิบปีในฐานะนักบำบัดทางจิตวิทยา รวมถึงเธอเคยผ่านค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ เธอสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ และเมื่อเธอทำได้ เธอคิดว่าทุกคนก็ต้องทำได้เหมือนเธอเช่นกัน
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ทำความเข้าใจเรื่อง ความโกรธ ความให้อภัย ความไม่สมหวัง ที่มีความลึกซึ้งมากขึ้น
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ ไม่มีใครจะปลดปล่อยคุณจากพันธนาการ ให้เป็นอิสระได้ นอกจากตัวคุณเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น