สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 241 'สู้ดิวะ'
ISBN - 9786167942919
ผู้เขียน - กฤตไท ธนสมบัติกุล
ผู้แปล - X
สำนักพิมพ์ - KOOB , สนพ.
จำนวนหน้า - 200 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2566 (ค.ศ.2023) ประเทศไทย
น.พ.กฤตไท ธนสมบัติกุล หรือคุณหมอไท ใช้พลังชีวิตที่มีอยู่(เหลืออยู่) เขียนบทความลงในเพจสู้ดิวะเพื่อเป็นแรงบันดาลใจและเป็นการถ่ายทอดแนวคิดของเขา หลังจากรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่เป็นอันตรายมาก และถ้าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ก็คงมีเวลาใช้ชีวิตเหลืออยู่อีกไม่เกินหกเดือน หลังจากคุณหมอไทสามารถรอดชีวิตจากมะเร็งปอดระยะสุดท้ายมาแล้วหกเดือน ทางสำนักพิมพ์จึงได้ติดต่อคุณหมอให้รวบรวมบทความ และเขียนเพิ่มเติมลงเพื่อเติมเต็มหนังสือเล่มนี้
เล่มที่ถืออยู่นี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 14แล้ว ทำให้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้ทรงพลังมากมายขนาดไหน หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 16บท รวมบทส่งท้ายด้วย บทความเป็นเนื้อหากำลังพอดี ตอนนึงประมาณ 10หน้า
ไม่น่าเชื่อว่าคุณหมอไท เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรก (คุณหมอไทบอกไว้ด้วยว่าน่าจะเป็นเล่มสุดท้ายด้วย เราขอให้คุณหมอไทเขียนหนังสืออกมาอีกหลายๆเล่ม) เนื่องจากการเขียน การใช้สำนวน การเล่าเรื่องราว การใส่จังหวะของตัวอักษร ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ เหมือนนักเขียนมืออาชีพเขียนไว้เลย อ่านเนื้อหาในเล่มแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่เขียนหนังสือออกมาได้ดีขนาดนี้ เพราะคุณหมอไทเป็นนักอ่านตัวยง เขาชอบอ่านหนังสือมากๆ การอ่านหนังมามากทำให้เขียนหนังสือออกมาได้ดี
เนื้อหาของหนังสือเริ่มขึ้นเมือเดือน ตุลาคม พ.ศ.2565 คุณหมอไทได้เล่าให้เราฟังถึงวินาทีที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เล่าถึงความเป็นมาของชีวิตตัวเอง พื้นฐานครอบครัวเป็นอย่างไร จุดเปลี่ยนที่ทำให้เลือกเรียนหมอ(ซึ่งตั้งใจจะเรียนหมอเมื่อตอนอยู่ ม.5 มีเวลาเตรียมตัวน้อยมากๆ) คุณหมอเล่าเรื่องที่เรียนแพทย์ และเล่าเรื่องที่ได้รับเลือกเข้าเป็นอาจารย์แพทย์เพื่อที่จะได้สอนนักศึกษาแพทย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ด้วยความที่เป็นคุณหมอไทเป็นหมอ การเล่าขั้นตอนการรักษาตัวจากมะเร็งปอดและที่ยังลุกลามไปยังสมองรวมถึงการเล่าถึงความรู้สึก คุณหมอไทถ่ายทอดออกมาได้ละเอียดเพราะเข้าใจหลักการในการรักษา อาการหลังผ่าตัด อาการหลังได้รับยาคีโม อาการหลังได้รับมอร์ฟีน อาการหลังได้รับการฉายแสงรักษาทั้งศีรษะ เหล่านี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เราผู้อ่านได้มีประสบการณ์การรู้สึกร่วมไปในการรักษาตัวของคุณหมอในครั้งนี้
แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดหนังสือ คือแนวคิด "สู้ดิวะ" ที่คุณหมอไทได้ตั้งใจถ่ายทอดให้ผู้อ่านทุกคนได้รับรู้และทิ้งไว้บนโลกนี้หลังจากที่ตัวคุณหมอได้จากไปแล้ว แนวคิดของคุณหมอไทได้เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว จากเดิมตัวเขาต้องการสร้างครอบครัว มีทายาท สะสมเงินทองและลงทุนเพื่อใช้ในยามเกษียณ เปลี่ยนไปเป็นคิดว่าใช้ชีวิตให้ผ่านไปได้วันต่อวัน,เดือนต่อเดือน คิดและหวังผลระยะสั้นเท่านั้น คิดถึงเรื่องปัจจุบัน เรื่องหยุมหยิมทิ้งไปให้หมด ที่สำคัญที่สุดสร้างความสุขในปัจจุบันและสร้างสิ่งที่ดีไว้ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ยังมีคำถามที่คุณหมอไทได้ตอบไว้ เช่น ทำไมถึงต้องเป็นเรา? , อยากย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไหม? หรือ ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตยังจะไปสอนหนังสืออยู่ไหม?
เป็นหนังสือที่สะเทือนใจ และทำให้เราย้อนกลับไปคิดว่าเราควรต้องทำอะไรต่อไปถ้าหากเราไม่รู้เลยว่าเรามีเวลาเหลือเท่าไหร่ ไม่อยากให้หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มสุดท้ายที่คุณหมอไทเขียน อยากให้มีสู้ดิวะ เล่ม 2,3,.....,10 รออ่านอยู่นะครับ
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคน อยากให้ทุกคนได้อ่าน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ความคิดของคุณหมอไท เป็นการตกผลึกของการนับถอยหลังการมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยตัวคุณหมอมีจิตใจดี อ่านหนังสือดีๆมามาก เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จึงพิเศษ และคิดบวกมากๆ
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่มีต่อไปอย่างมีความสุขและมีคุณค่าที่สุด
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนเลย จงสร้างความสุขที่พึงได้และความดีไว้ภายหลัง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น