สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 246 'อ่านแบบโทได The University of Tokyo Reading Techniques'
ISBN - 9786162874536
ผู้เขียน - นิชิโอกะ อิสเซ
ผู้แปล - ภัทรวรรณ ศรประพันธ์
สำนักพิมพ์ - Welearn , สนพ.
จำนวนหน้า - 288 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2561 (ค.ศ.2018) ประเทศญี่ปุ่น
มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือเรียกว่า "โทได" เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นซึ่งสอบเข้ายากมากและการแข่งขันสูงมาก ข้อสอบก็ยากมากเช่นกัน คุณนิชิโอกะ อิสเซ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นอดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว ตอนที่เค้าจะจบมัธยมปลายการเรียนของเขาแย่มากสอบได้ที่สุดท้ายของชั้นเรียน แต่เขาทำอย่างไรถึงสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยโตเกียวได้ แน่นอนคงไม่ได้เข้าไปเรียนง่ายๆ เขาใช้เวลาสอบถึงสองปี จึงเข้าไปเรียนที่โทไดได้ เขาเล่าว่าถึงแม้เขาจะตั้งใจอ่านมากเท่าไหร่ เขาไม่สามารถสอบเข้าไปเรียนได้เลย จนกระทั่งการสอบรอบที่สาม(เรียนจบแล้วสองปี) เขาได้ค้นพบเทคนิคการอ่านหนังสือแบบการอ่านเชิงรุก ซึ่งมันช่วยเพิ่มทักษะความคิด ช่วยให้จำเนื้อหาได้ และสรุปออกมาได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ท้ายที่สุดเขาประสบความสำเร็จในการเข้าไปเรียนในโทไดได้ในลำดับที่ 4 ของประเทศในปีนั้น เมื่อเข้าไปเรียนในโทไดแล้ว เขายังพบอีกว่านักศึกษาส่วนใหญ่ในโทไดก็อ่านหนังสือในลักษณะนี้เหมือนกัน ดังนั้นคุณนิชิโอกะ อิสเซ จึงบัญญัติการอ่านเชิงรุกที่ว่านี้ว่าเป็นเทคนิคการอ่านหนังสือแบบโทได ขณะนี้คุณนิชิโอกะ อิสเซ เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโตเกียว ปี 3 (ยังศึกษาอยู่ในขณะที่เขียนหนังสือ) และยังำทงานเป็นครูสอนพิเศษในเรื่องการอ่านอีกด้วย
หนังสือแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ ได้แก่ส่วนที่หนึ่ง 5 ขั้นตอนในการอ่านแบบโทได ซึ่งในส่วนนี้มีบทย่อๆ 5 บทซึ่งเรียกว่าเป็น 5ขั้นตอนในการฝึกอ่านแบบโทได และในส่วนที่สอง วิธีเลือกหนังสือที่ควรอ่านแบบโทได ซึ่งก็มี 5 วิธีการเลือกเช่นกัน โดยในเนื้อหาจะมีการสรุปเทคนิคในท้ายเรื่องที่สำคัญเป็นคำพูดสั้น ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะถูกรวบรวมไว้ที่ภาคผนวกเป็นข้อๆ รวมทั้งหมด 63 ข้อตลอดทั้งเล่ม ซึ่งประกอบด้วยในส่วนที่หนึ่ง 54 ข้อ และในส่วนที่สอง 6 ข้อเพื่อช่วยในการทบทวนความจำ
การอ่านเชิงรุก หรือก็คือการอ่านแบบโทได คืออะไร คือการอ่านหนังสือแบบที่ไม่ได้ใช่เป็นเพียงฝ่ายรับข้อมูลจากหนังสือเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สร้างไหวพริบในการอ่านหนังสือเลย และถ้าอ่านแบบเชิงรับไปก็จะอ่านบทความไม่รู้เรื่อง การสอบเข้าโทไดก็เช่นกันข้อสอบโทไดก็ต้องอาศัยการอ่านแบบทักษะเชิงรุกในการสอบเข้าด้วย การอ่านแบบโทไดก็คือการที่ต้องโต้ตอบกับผู้เขียน และต้องสรุปเป็นใจความสำคัญของหนังสือเล่มนั้นเป็นข้อความสั้นๆ เพื่อให้แม้แต่เด็กมัธยมต้นอ่านบทสรุปที่ได้เขียนออกมาแล้วอ่านรู้เรื่อง การเตรียมพร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่การ เตรียมพร้อมแบบโทไดไม่ใช่การเตรียมร่างกาย หากแต่เตรียมคาดเดาเนื้อหาจากการอ่านปกหนังสือ อ่านข้อความหลังปกหนังสือ และคาดเดาเนื้อหาภายใน คาดเดาวัตถุประสงค์ของผู้แต่หนังสือไว้ล่วงหน้า พร้อมทั้งคาดหวังความรู้ที่จะได้รับจากหนังสือด้วยข้อมูลจากปกหนังสือ และเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับหนังสือ(รวมถึงผู้แต่ง)แล้ว ก็จะทำให้เราจดจ่อ จับผิด ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงสอบถามผู้ที่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้ว หลักการทำสรุปแต่ละบทไว้ไม่เกิน 30 คำ และหลังจากอ่านจบให้สรุปหนังสือออกมาไม่เกิน 140 คำโดยเลือกจากบทสรุปแต่ละบท ไม่เพียงเท่านั้นคุณนิชิโอกะ อิสเซ ยังแนะนำให้อ่านหนังสือทีละสองเล่ม โดยสองเล่มที่ว่าจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน หรือแตกต่างกันก็ได้ โดยการอ่านหนังสือสองเล่มไปพร้อมกัน ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเมื่ออ่านเล่มนึงแล้วเนิ้อหาหนักเกินไปและหาคำตอบไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนไปอ่านอีกเล่มเป็นการแก้เบื่อและอาจจะมีคำตอบได้ ส่วนการอ่านหนังสือที่เนื้อหาแตกต่างกันช่วยให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ในการอ่าน และยังทำให้เพิ่มความหลากหลายในการอ่านหนังสือด้วย
การเลือกหนังสือแบบโทได แนะนำให้เลือกหนังสือที่เหมาะกับตัวเองตอนนี้ซึ่งหัวข้อนี้ทำให้ตัดหนังสือที่ไม่เกี่ยวข้อออกไปได้เยอะเลย หนังสือขายดีก็เป็นหนังสืออีกประเภทที่คุณนิชิโอกะ อิสเซ แนะนำเพราะสามารถเกาะติดกระแสปัจจุบันได้ดี และถูกเลือกมาแล้วมีคนซื้อหามาอ่านมากพอสมควร แต่หนังสือขายดีก็ไม่หมายความว่าเป็นหนังสือที่ดี หรือเป็หนังสือที่เหมาะกับคุณผู้อ่านทุกคน หนังสือที่เป็นคนที่น่าเชื่อเลือกหนังสือให้ หนังสือที่เป็นหนังสือคลาสสิกที่มีคนอ่านมากๆอ่านแล้วจะได้ประโยชน์แน่นอน และสุดท้ายเทคนิคการเลือกหนังสือซึ่งดีมากเลยก็คือให้เลือกแนวหนังสือไว้เลย และจำกัดเวลาในการอ่าน โดยแบบดั้งเดิมอาจจะเป็นการตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์จำนวน 12 เล่มภายในหนึ่งปี หรือก็คือเดือนละ 1 เล่ม พอปีถัดไปค่อยเปลี่ยนไปอ่านหนังสือหมวดอื่น แต่ถ้าหากใช้เวลาหนึ่งปีในการอ่านหนึ่งหมวดแล้วรู้สึกยาวนานไป ก็อาจปรับเปลี่ยนเป็นหมวดละ 3เดือนหรือ4เดือนก็ได้
การอ่านแบบโทไดเป็นการอ่านเชิงรุก คือไม่ใช่เพียงแค่การรับเนื้อหาจากหนังสือเท่านั้น แต่ให้พยายามมีการโต้ตอบกับหนังสือเช่นการตั้งคำถาม การคาดการเนื้อหาล่วงหน้า การค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้บทสรุปของหนังสืออย่างแท้จริง
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคน การอ่านแบบโทไดสามารถใช้กับทุกๆคน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนหนังสือใช้หลักการอ่านแบบโทไดนี้จนประสบความสำเร็จ เขายังเขียนหนังสือเพื่อช่วยให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจในหลักการของเขา ซึ่งตัวเราได้อ่านแล้ว เห็นด้วยกับวิธีนี้
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว จะอ่านหนังสือให้เข้าหลักโทได เพื่อดูผลลัพธ์ที่ดีจากการอ่านหนังสือมากขึ้น
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ การอ่านหนังสือจะไม่ใช้การสักแต่อ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนจบเท่านั้น แต่การอ่านแบบโทไดจะทำให้การอ่านหนังสือมีความหมายมากขึ้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น