NO.247 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20 (ฉบับครบรอบ 10 ปี) What I Wish I Knew When I Was 20
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 247 'น่าจะรู้อย่างนี้ ตั้งแต่ตอนอายุ 20 (ฉบับครบรอบ 10 ปี) What I Wish I Knew When I Was 20'
ISBN - 9786162875731
ผู้เขียน - Tina Seelig
ผู้แปล - พรเลิศ อิฐฐ์, ธัญลักษณ์ เศวตศิลา
สำนักพิมพ์ - Welearn , สนพ.
จำนวนหน้า - 280 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2552 (ค.ศ.2009) ประเทศอเมริกา
พิมพ์ฉบับปรับปรุง - พ.ศ. 2562 (ค.ศ.2019) ประเทศอเมริกา ฉลองครบรอบ 10ปี
ชื่อของหนังสือเล่มนี้ทั้งชื่อไทย หรือชื่อดั้งเดิมฉบับภาษาอังกฤษ มีความหมายตรงกันว่าสิ่งใดที่ฉันใคร่อยากจะรู้ตอนฉันอายุ 20ปี ซึ่งถ้าอ่านจนจบแล้วจะทราบว่าหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกตอนปี ค.ศ.2009 ตอนนั้นลูกของชายผู้แต่คุณTina Seelig อายุ 20ปีพอดี พออ่านจากชื่อหนังสือแล้วทำให้คิดไปว่าเป็นหนังสือสำหรับวัยเรียนจบหรือไม่ แต่เมื่อเราอ่านจบแล้วเนื้อหาของหนังสือเหมาะกับผู้ใหญ่(อายุ 20ปีขึ้น)ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เนื้อหาฉบับปรับปรุง ได้เพิ่มเติมเนื้อหาตัวอย่างให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมกับประสบการณ์ที่แกร่งขึ้นของผู้แต่ง คุณTina Seelig จึงเขียนเนื้อหาเพิ่มเติมอีก 2 บท
คุณTina Seelig จบปริญญาเอกสาขาประสาทวิทยาศาสตร์จากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสเตนฟอร์ด เธอทำงานและได้รับรางวัลมากมาย ขณะนี้เธอเป็นผู้อำนวยการของหลักสูตรลงทุนทางเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เธอสอนวิชานวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ และมีงานบรรยายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่รวมถึงบรรยายไปแล้วทั่วโลก ถ้าหากได้อ่านเนื้อหาแล้วตำแหน่งรวมถึงวิทยฐานะของเธอแล้ว ได้มาไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะเรียนจบ และได้ทำงานใหนมหาวิทยาลัยสแสตนฟอร์ดอายุเธอก็ขึ้นเลขสี่แล้ว เธอพัฒนาตัวเองอย่างไร เธอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้อย่างไร และเมื่อเธอเป็นอาจารย์แล้วเธอสอนเด็กๆที่สแตนฟอร์ดด้วยความคิดที่แปลกใหม่อย่างไร รวมถึงเธอนำชีวิตของผู้สำเร็จมาเป็นตัวอย่างอ้างอิงในหนังสืออีกมากมาย เนื้อหาหนังสือดี และนานสนใจมาก
ฉบับปรับปรุงครบรอบ 10ปี นี้ประกอบด้วยเนื้อหา จากฉบับเดิม 10บท เพิ่มมาเป็น 12 บท โดยบทที่เพิ่มเติมมา(เขียนหลังจากหนังสือออกจำหน่ายแล้ว 10ปี) ได้แก่บทที่ 6 ระวังหลุมอากาศ และบทที่ 9 ทางที่ฉลาด vs ทางที่ถูกต้อง ชื่อบทอาจจะไม่สื่อถึงความหมายที่แท้จริงของแต่ละบทนั้นๆ แต่เมื่ออ่านเนื้อหาแล้วจะเข้าใจบริบทและการตั้งชื่อแต่ละบทของคุณTina Seelig ได้เอง
เนื้อหาของหนังสือเป็นการสอนคุณที่อ่านหนังสือเล่มนี้ให้เปลี่ยนมุมมอง ให้เปลี่ยนความคิด ให้เปลี่ยนวิธีการในการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่พร้อมที่จะไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งเป้าหมายไว้ ได้แก่
- การปรับเปลี่ยนมุมมองและวิธีการเมื่อเจอปัญหา เมื่อเผชิญปัญหาสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสพลิกมาเป็นชนะได้
- การคิดในมุมที่ไม่เป็นไปได้ ให้กลับมาเป็นโอกาสในการทำธุรกิจ
- การทะลวงกฎเกณฑ์ที่เคยปฏิบัติมา หรือกฎเกณฑ์ที่บังคับไว้ สร้างเป็นแนวคิดใหม่ โดยวิธีการนี้ต้องอาศัยความกล้าและความเสี่ยงที่จะผิดหวัง หรือผิดพลาด แต่ถ้าหากไม่ทะลวงความเคยชินเดิมๆแล้ว สิ่งใหม่ย่อมไม่เกิดขึ้น
- ความล้มเหลวไม่แย่ ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนเคยล้มเหลวมาแล้ว ที่ซิลิคอนวาเลย์ก็เช่นกันเป็นสถานที่รวมความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลย แต่ความล้มเหลวก็ไม่ได้ให้แต่ความเสียใจ ความล้มเหลวให้ประสบการณ์ ได้ใช้เวลาสร้างจนกระทั่งมันล้มเหลวไป และความจริงก็คือบริษัทที่ล้มเหลว ผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลว องค์กรที่ล้มเหลว ไม่ใช่ตัวคุณที่ล้มเหลว
- ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ กว่าจะประสบความสำเร็จนอกจากจะใช้เวลาแล้ว ยังมีความล้มเหลวและประสบความสำเร็จสลับกันไป ซึ่งในระยะยาวกราฟความสำเร็จถึงแม้จะมีหย่อนลงไปบางระยะ แต่สุดท้ายภาพรวมกรากฟก็จะพุ่งสูงขึ้น
- ทำงานที่รักแล้วงานจะไปได้สวย และยังมีความสุขอีกด้วย แต่มีตัวอย่างหลายเคสที่พวกเขาไม่ได้ทำงานที่ตนรักเลย เขาต้องผ่านงานอีกหลายงานแต่สุดท้ายพวกเขาก็สามารถทำงานที่รักได้ในท้ายที่สุด
- เตรียมตัวสร้างโชคดีให้ตนเองเสมอ โชคดีนั้นสร้างได้ เตรียมความพร้อมเสมอรอจังหวะที่พอเหมาะและอ้าแขนรับด้วยความพร้อม
- ใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าของตนเองและคนรอบตัว รู้จักขอบคุณสิ่งรอบตัว เมื่อทำผิดก็ควรขอโทษอย่างจริงใจ เริ่มจากเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆ ทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย
หนังสือมีเนื้อหาที่ดี ที่ครอบคลุมเพื่อพัฒนาตัวเองและสร้างแนวคิดในการกล้าที่จะทำในสิ่งที่เชื่อมั่นและแตกต่าง รวมถึงการรับมือและยอมรับความผิดพลาดที่ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ มุมมองของผู้เขียนมีความแตกต่างจากนักเขียนคนอื่น เมื่อหยิบมาอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจเพิ่มมากมาย
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคนที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่วัยทำงานเต็มตัว
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนเป็นอาจารย์ที่สอนในห้องเรียนให้นักเรียนคิดในมุมมองที่แตกต่าง และจุดประกายให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ เช่นกันหนังสือเล่มนี้ก็เป็นในทิศทางเดียวกันคือให้คุณผู้อ่านอ่านแล้วมีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้น และกล้าทำสิ่งใหม่ๆ
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว มีความกล้าที่จะทำสิ่งที่แตกต่าง กล้าเสี่ยง ไม่กลัวความล้มเหลว และมองเห็นความล้มเหลวในมุมมองใหม่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ อย่ากลัวปัญหา อย่างกลัวความล้มเหลว ผู้ที่ประสบความสำเร็จเคยผ่านสิ่งเหล่านี้มาทั้งหมดแล้ว
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น