สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 249 'บินให้สูงขึ้น THE UPLIFT'
ISBN - 9786169433507
ผู้เขียน - บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ
ผู้แปล - X
สำนักพิมพ์ - BAFS , สนพ.
จำนวนหน้า - 240 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2566 (ค.ศ.2023) ประเทศไทย
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมา , วิธีคิด , วัฒนธรรม และการฝ่าฟันอุปสรรคของ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ(BAFS) หนังสือเป็นหนังสือสี่สีทั้งเล่ม ตัวหนังสือขนดาจะใหญ่กว่าหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กทั่วไป และผู้ที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ก็เหมือนได้ร่วมทำบุญกับมูลนิธิ เติมใจเต็มสุข ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ตัวบริษัทก่อตั้งขึ้นมา โดยรายได้จากการขายหนังสือจะมอบให้มูลนิธิฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย
เนื้อหาในหนังสือแบ่งออกได้เป็น 13 บท ชื่อบทแต่ละบทดูเก๋และเท่เอามากๆ เช่น ก่อร่างสร้างบาฟส์ , สร้างและประสาน , จุดเล็กๆสู่มหาชน , ผิดพลาดคือเรียนรู้ หรือ บินให้สูงขึ้น เนื้อหาแต่ละตอนมีรูปภาพประกอบด้วยการพิมพ์สี่สี เมื่ออ่านพร้อมดูภาพประกอบแล้วทำให้เข้าใจการสื่อของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี เรื่องการเติมน้ำมันเครื่องบินถ้าไม่มีหนังสือเล่มนี้ก็คงจะนึกภาพไม่ออกเลย
เนื้อหาเริ่มต้นมาจากปัญหาของวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเนื่องจากปฎิวัติอิหร่าน ช่วงปี พ.ศ.2522 และสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่านปี พ.ศ.2523 ซึ่งหลังจากนั้นราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 1.5 เท่า และเมื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรมได้ดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด ตามด้วยลดค่าเงินบาท เพื่อเป็นการสะสมเงินทุนและวางรากฐานของเศรษฐกิจไทย ซึ่งต่อมาประเทศญี่ปุ่นถูกจับให้ทำข้อตกลง Plaza Accord จนเป็นผลทำให้ค่าเงินของญี่ปุ่นมีความแข็งตัว บริษัทญี่ปุ่นไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ ญี่ปุ่นจึงนำเงินที่แข็งค่าของพวกเขาออกมาจากประเทศเพื่อลงทุนในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นผลดีกับประเทศไทยเพราะเนื่องจากไทยเราเป็นศูนย์กลางการคมนาคม โดยเฉพาะการบินเพราะอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พอดี ญี่ปุ่นจึงนำเงินมาลงทุนที่ไทยมากมายในสมัยนั้น
ด้านการบินก็เช่นกัน จากเดิมช่วงก่อนเกิดวิกฤติมีเที่ยวบินมาลงจอดที่สนามบินดอนเมืองไม่มาก การเติมน้ำมันเครื่องบินยังคงใช้การเติมน้ำมันแบบเดิม คือรอบๆสนามบินมีถังเก็บน้ำมันของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ (สมัยนั้น ปตท. ยังพึ่งสร้างตัว) มีทั้ง เชลล์ , เอสโซ่ และเอลฟ์ เป็นต้น การเติมน้ำมันก็จะใช้รถบรรทุกน้ำมันจากคลังน้ำมันไปเติมที่ตัวเครื่องบิน ซึ่งถ้าหากมีเที่ยวบิลจำนวนมาก การมีรถเติมน้ำมันวิ่งไปมาบนสนามบินอาจจะทำให้การบินมีปัญหาได้ ทางรัฐบาลและกระทรวงการคลังจึงมีนโยบายตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อจัดการและเปลี่ยนแปลงการเติมน้ำมันรูปแบบเดิมให้เป้นการเติมน้ำมันเครื่องบินในรูปแบบที่เป็นสากล โดยการเติมน้ำมันผ่านท่อแรงดันจากคลังน้ำมันนอกสนามบินโดยฝังท่อน้ำมันลอดใต้ถนนวิภาวดีรังสิตไปออกสู่จุดต่างๆบนสนามบิน แล้วนำรถเปล่าที่มีอุปกรณ์ครบครัน เมื่อจะเติมน้ำมันรถเติมน้ำมันจะนำสายต่อกับจุดที่มีท่อน้ำมันรออยู่แล้วอีกฝั่งก็นำไปต่อกับจุดเติมน้ำมันเครื่องบินที่อยู่บริเวณปีกเครื่องบินด้านขวา นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัท BAFS โดยเริ่มต้นโดยมี การบินไทยถือหุ้น 25% , ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 11% , ปตท. 10% , คลาเท็กซ์ 10% , เชลล์ 10% , บ.การเดินอากาศไทย 7% , การท่าอากาศยานไทย 7% , โมบิล 5% และ เอลฟ์ 5%
ก่อนที่ BAFS จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ BAFS ยังคงต้องปรับปรุงกิจการเพื่อให้การดำเนินงานราบรื่น ซึ่งต้องสร้างคลังน้ำมันที่อยู่ตรงข้ามสนามบินดอนเมือง การวางท่อส่งน้ำมันใต้ถนนวิภาวดีรังสิต การควบรวมกับพนักงานเดิมของบริษัทน้ำมันที่มารวมหุ้นกัน การสร้างท่อส่งน้ำมันจากคลังน้ำมันช่องนนทรีมายังดอนเมือง และสร้างคลังน้ำมันที่บางปะอินแล้วทำท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อกันสามจุด ซึ่งถ้าหากเป็นการใช้รถขนส่งน้ำมันแบบดั้งเดิมจากคลังน้ำมันช่องนนทรี มายังที่คลังน้ำมันดอนเมืองแล้วรถขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่คงจะต้องทำให้การจารจรติดขัดเป็นอย่างมาก รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ BAFS จึงได้ตั้งบริษัท FPT แต่ FPT เป็นกิจการที่ลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนต่ำ จนทำให้ FPT เป็นอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ BAFS สุดท้ายแล้ว BAFS จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างไร ต่อมามีสนามบินสุวรรณภูมิ BAFS ต้องสร้าง ต้องเสริมส่วนใดเพิ่มอีก และ FPT ได้ยืดท่อส่งน้ำมันไปถึงเชียงรายและลำพูนแล้วเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง น้ำท่วมใหญ่และวิกฤติการณ์โควิด-19 ส่งผลอะไรกับ BAFS บ้างแล้วพวกเขาแก้ไขปัญหามาได้อย่างไร เรื่องราวที่น่าติดตามนี้รอคุณผู้อ่านอยู่ในหนังสือเล่มนี้
ถึงแม้หนังสือเล่มนี้จะเหมือนการประชาสัมพันธ์บริษัทเล่มหนึ่ง แต่ถ้าอ่านเนื้อหาดูแล้ว คุณผู้อ่านจะได้รับประโยชน์จากกรอบแนวความคิดที่ดีของ BAFS ได้ รวมถึงวิธีการมองปัญหา และการดำเนินการแบบผิดพลาดไม่ได้เลย แถมยังได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ผ่านการเดินทางของ BAFS อีกด้วย
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่สนใจในบริษัท BAFS และการเติมน้ำมันให้กับเครื่องบินในเชิงพาณิชย์
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนได้เขียนเนื้อหาให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ถึงข้อมูล ประวัติความเป็นมา ของ BAFS รวมถึงจุดอ่อนจุดแข็งทางธุรกิจของ BAFS
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของ BAFS และการทำธุรกิจของ BAFS
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ BAFS เกิดจากการวางแผนที่ดี รวมถึงมองการไกลของคนรุ่นนั้น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น