สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 255 'ทำไมต้องเริ่มด้วย "ทำไม" (ฉบับปรับปรุง) (Start With Why)'
ISBN - 9786162875496
ผู้เขียน - Simon Sinek
ผู้แปล - วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา
สำนักพิมพ์ - Welearn , สนพ.
จำนวนหน้า - 264 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2552 (ค.ศ.2009) ประเทศอเมริกา
คุณSimon Sinek จบมาทางด้านมนุษยวิทยาวัฒนธรรม และเข้าทำงานกับบริษัทโฆษณาชั้นนำ หลังจากนั้นเขาออกมาเปิดบริษัทที่ปรึกษาและได้ให้คำแนะนำทางการตลาดกับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทและเป็นธรรมดาที่ธุรกิจของเข้าต้องพบกับปัญหา ในช่วงนี้เองทำให้เขาพบหลักการสำคัญจนนำมาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้ถูกยกย่องให้เป็น 1ใน800 เล่มที่ซีอีโอต้องการ หลังจากนั้นเขาขึ้นเวท TED Talks และในการพูดครั้งนั้นทำให้คลิปการพูดของเขาติด 1ใน20 คลิปยอดนิยมตลอดกาล
หนังสือแบ่งเนื้อหาออกเป็น 6 บท ได้แก่ บทที่ 1 โลกที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการถาามว่าทำไม , บทที่ 2 ทางเลือกอื่น , บทที่ 3 ผู้นำต้องมีผู้ตาม , บทที่ 4 หาแนวร่วม , บทที่ 5 ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความสำเร็จ และบทที่ 6 โลกที่เริ่มต้นจากการถามว่าทำไม แต่ละบทมีตอนย่อยๆ สองสามตอน แต่ละตอนมีจำนวนหน้าเกิน 10 หน้า
เนื้อหาหลักของเล่มนี้คือ การเริ่มทำทุกสิ่งทุกอย่างโดยเฉพาะในทางธุรกิจควรต้องเริ่มจากคำถามว่า ทำไม ก่อนคำถามอื่น คำถามอื่นที่ว่าคือคำถามอะไร คุณSimon Sinek ชี้ให้เห็นว่าคำถามที่ใช้บ่อยกว่าคำว่าทำไมคือคำว่า อะไร รองลงมาคืออย่างไร และที่ใช้น้อยที่สุดคือทำไม คุณSimon Sinek ยกตัวอย่างว่าการเชียร์ขายของ เช่นขายทีวี วิทยุ หรืออื่นๆ เซลทั้งหลายจะอธิบายสินค้าเหล่านั้นด้วยคำถามอะไร เช่นพวกเขาจะบอกว่าทีวีนี้จอใหญ่ขนาดไหน ให้ภาพทีสวยงาม เสียงดีอย่างไร พร้อมกับตัวเลขอีกมากมายเพื่อเสริมข้อมูลของสินค้านั้น แต่การขายสินค้าด้วยคำถามอะไรนั้น วิธีการนี้ไม่ได้บอกถึงอัตลักษณ์ในแบบเฉพาะซึ่งทำให้สินค้าในแบบเดียวกัน ที่ต่างยี่ห้อก็สามารถเสนอขายด้วยคำถามเริ่มต้นว่าอะไรได้เหมือนๆกัน
บริษัทหรือธุรกิจก็เช่นกัน ถ้าหลักการของบริษัทไม่ได้เริ่มด้วยทำไม บริษัทจะไม่เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน มีตัวอย่างที่คุณSimon Sinek ชี้ให้เห็นแบบชัดเจนสองกรณีคือ กรณีของ Apple ออกสินค้า Ipod ออกมาจนโด่งดัง ทั้งๆที่ Creative เป็นบริษัทที่คิดเครื่องเล่น MP3 ขึ้นมาก่อน แต่ที่น่าสนใจคือมีบริษัทที่ผลิตสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ดังๆมากมายเช่น Dell หรือ Phillips ผลิตสินค้าเครื่องเล่น MP3 แบบพกพาตามมา โดยที่ทั้งบริษัทเหล่านั้นผลิตและขายโดยอ้างอิงถึงสเปคของเครื่องว่าดีกว่าแบรนด์อื่นยังไง แต่ในท้ายที่สุดสินค้าแบรนด์เหล่านั้นก็ต้องยุติการผลิตไป แล้วทำไม Ipod ถึงยังเป็นเครื่องฟังเพลงที่เป็นที่นิยมต่อมายาวนานหลายปี ตัวอย่างที่สอง สายการบินเซาท์เวสต์ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด แต่ก็อีกเช่นกันเซาท์เวสต์ก็ไม่ใช่สายการบินแรกที่ทำสายการบินราคาประหยัด หลังจากเซาท์เวสต์ทำสายการบินแบบประหยัดได้ดี จากที่เคยขาดทุนมหาศาลกลายเป็นมีกำไรสะสมต่อเนื่อง ทำให้สายการบินยักษ์ใหญ่ หลายๆเจ้าลงมาทำสายการบินแบบประหยัดบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วสายการบินที่ทำตามสายการบินเซาท์เวสต์ก็ขาดทุนและต้องยุติการบินไปในท้ายที่สุด
การตั้งทำถามว่าทำไมจึงสำคัญต่อการทำธุรกิจ คุณSimon Sinek ซึ่งเคยทำธุรกิจและได้พิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้ว รวมถึงการได้วิเคราะห์ศึกษาบริษัทที่มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เขาได้พบว่า ก่อนที่จะสร้างธุรกิจต้องตั้งคำถามสำคัญว่าทำไม ก่อนที่จะเริ่มคิดอย่างอื่น คุณSimon Sinek ยกตัวอย่างบริษัท Apple ที่มีผู้ก่อตั้งคือคุณสตีฟ จ็อปส์ และสตีฟ วอซเนียก โดยทั้งคู่ตั้งคำถามว่าจะผลิตคอมพิวเตอร์แมกอินทอชเครื่องแรกที่ชื่อว่าแอปเปิลวัน เพื่อเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนธรรมดาสามารถต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ พวกเขาไม่ได้สนใจว่าจะขายได้มากน้อยเท่าไหร่ เพียงต้องการทำตามวัตถุประสงค์เท่านั้นหลังจากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิลก็ขายดีเป็นอย่างมาก แอปเปิลยังเป็นผู้นำทางด้านการปฎิวัติสิ่งเดิมในอีกหลายครั้ง โดยแอปเปิลเข้าไปสู่วงการเพลง โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก แอปเปิลได้แรงบันดาลใจมาจากคำถามว่า ทำไม ถึงแม้สตีฟ จ๊อปส์ ได้จากโลกนี้ไปแล้ว และสตีฟ วอซเนียก ก็ไม่ได้เป็นผู้บริหารในบริษัทแอปเปิลแล้ว แต่การส่งต่อการตั้งคำถามว่าทำไม ที่ฝังอยู่ในองค์กรยังคงอยู่ ทำให้บริษัทแอปเปิลยังคงเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ณ ตอนนี้
นอกจากความสำคัญต้องตอบคำถามว่า ทำไม ก่อนที่จะทำสิ่งใด คุณSimon Sinek ยังมีเรื่องราวในเรื่องของการตลาดและจิตวิทยาดีๆหลายเรื่อง เช่น หลักการสร้างสินค้าให้ดัง การใช้แนวร่วม ความหมายของความสำเร็จในแง่มุมต่างๆ และความแตกต่างของสมองมนุษย์ระหว่างสมองส่วนนีโอคอร์เทกซ์กับลิมปิกในการตัดสินใจซื้อสินค้า
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคน ถึงแม้ว่าจะเด่นในเรื่องธุรกิจ แต่กับชีวิตจริงก็สามารถนำมาดัดแปลงใช้หลักการนี้ได้
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้เขียนเป็นเจ้าของคลิป Ted Talks ที่มีคนนิยมสูงสุด 1ใน20 และหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ซีอีโอต้องอ่าน การนำเสนอของคุณSimon Sinek ก็หลากหลายไม่ได้เน้นเฉพาะเรื่องต้องตอบคำถามว่าทำไมเท่านั้น อ่านแล้วเพลินได้ความรู้หลายแง่มุม
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ต้องกลับมาถามตัวเองว่าเราชีวิตอยู่ในตอนนี้ทำไม เพื่อที่จะมุ่งไปสู่การดำเนินชีวิตที่ตอบโจทน์นั้น
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ เริ่มต้นได้ถูกต้อง ด้วยการตั้งคำถามว่าทำไม? ก่อนแล้วจึงวางหลักการที่เป็นไปตามคำตอบนั้น การดำเนินงานก็จะไม่ผิดเพี้ยน และประสบความสำเร็จยาวนาน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น