ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.257 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย A History of Thailand

      

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 257 'ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย A History of Thailand'



                     ISBN                        - 9789740212652
                     ผู้เขียน                     - คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร
                     ผู้แปล                      -  X
                     สำนักพิมพ์               - มติชน , สนพ.
                     จำนวนหน้า              - 432 หน้า  
                     พิมพ์ครั้งแรก           - พ.ศ. 2548 (ค.ศ.2005) ประเทศไทย

               คุณคริส เบเคอร์ เป็นชาวอังกฤษ จบปริญญาทางด้านเอกประวัติศาสตร์อินเดียจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เกียรตินิยมมอันดับ 1 และเป็นอาจารย์สอนที่เคมบริดจ์เกือบ 10ปี หลังจากนั้นย้ายมาทำงานอยูที่เมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ.2522 ให้กับบริษัทต่างชาติในไทย เขามีผลงานแปลงานเขียนภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษหลายเล่ม และ อ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ร่วมกับคุณคริส อ.ผาสุข จบปริญญาเอกจากเคมบริดจ์ ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งสองมีผลงานการเขียนหนังสือร่วมกันหลายเล่ม

                หนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้ไม่ได้เน้นเหตุการณ์ในแบบที่เราๆร่ำเรียนกันมา หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องเพียงคร่าวๆตั้งแต่ยุคสุโขทัย-อยุธยา แบบสั้นๆ เนื่องจากผู้แต่งไม่ได้คิดว่าอาณาจักรเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับประเทศไทย โดยประเทศไทยนั้นควรเริ่มต้นตั้งแต่ย้ายราชธานีมาอยู่กรุงเทพมหานคร บทเกริ่นนำมีเพียงสองบท หลังจากนั้นผู้แต่งแบ่งการเล่าเหตุการณ์เป็นช่วง 20-50 ทศวรรษ ตามช่วงสมัยที่มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกัน เขียนจนถึงยุคปัจจุบัน

               แนวทางการเขียนประวัติศาสตร์ของผู้แต่งทั้งคู่ ไม่ได้เน้นการเขียนประวัติศาสตร์แบบตำราเรียนในประเทศไทยเรียนกัน โดยตำราเหล่านั้นเขียนให้เน้นถึงความสามารถของพระมหากษัตริย์ในสมัยต่างตั้งแต่สุโขทัยเรื่อยมา และตำราเหล่านั้นชี้ให้เห็นถึงอาณาจักรพม่าเป็นศัตรูคู่แค้นของไทย และต้องสู้รบกันตลอดเป็นร้อยๆปี หนังสืออธิบายว่าความเป็นจริงคืออาณาจักรสุโขทัยและอยุธยา ก็รบกันกับล้านนา รบกันกับขอม รบกันกับเมืองพิษณุโลก รับกับพม่าและรบกันกับขอม อาณาจักรเหล่านี้มีการแผ่ขยาย และสลับเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรอื่นๆ ไม่ได้มีอาณาเขตมั่นคง เนื้อหาในหนังสือยังเล่าว่าอยุธยาได้เริ่มทำการค้ากับจีน และมีพ่อค้าชาวจีนอพยพมาอยู่ในไทย เป็นพ่อค้าและกระจายไปหลายภูมิภาคเพื่อค้าขายและเปลี่ยนกับจีน ไมว่าจะเป็นค้าไม้และสินค้าเกษตร อันได้แก่ ข้าว,อ้อยและพริกไทย อยุธยาเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคนี้ แถมยังร่ำรวยอีกด้วย และยังมีชาวตะวันตกเข้ามาทำการค้าขายกับอยุธยาอีกด้วย การเสียกรุงครั้งที่สองที่จริงแล้วไม่ได้เสียหายมากมายนัก ประชาชนอยุธยายังคงมีความมั่งคั่ง ดังได้เห็นจากการย้ายราชธานีไปกรุงธนบุรี และต่อมาย้ายไปยังกรุงเทพมหานคร แม้กระทั่งมีกรุงเทพมหานครแล้ว ส่วนภูมิภาคต่างๆทั้งทางเหนือ อีสานและภาคใต้ ยังคงเป็นอาณาจักรย่อยๆที่ไม่ได้รวมเป็นประเทศไทย ยังคงเป็นเหมือนเหมือนขึ้น จนกระทั่งสมัยรัชการที่ 5 ที่ในช่วงนั้นทั้งอังกฤษและฝรั่งเศษพยายามแบ่งพื้นที่ ที่มีการปกครองแบบหลวมๆ ออกไป รัชการที่ 5 จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการปกครอง การใช้ภาษาให้เป็นภาษาทางการ การขึ้นไปล้อมปราบหัวเมืองต่างๆ จนรวมตัวกันเป็นประเทศไทยแต่นั้นมา

                หนังสือให้มุมมองมากว่าการมองเฉพาะการปกครองของกษัตริย์กับประชาชน และการสู้รบกัน ข้อมูลที่ผู้แต่งเขียนมาให้ข้อมูลหลายมิติ เช่น อยู่ร่วมกันระหว่างกรุงเทพกับหัวเมืองต่างๆ การต่างประเทศ การอพยพเข้ามาของชาวจีน การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ การตั้งหลักแหล่ง ซึ่งเขียนออกมาได้รอบด้าน โดยทางผู้แต่งระบุว่าสิ่งที่เขียนลงในหนังสือเล่มนี้ มีหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ 100% มีบรรณานุกรมและเชิงอรรถที่ตรวจสอบได้

                เราชอบหลายๆตอนในเนื้อหานี้ เช่นเราได้เห็นอิทธิพลของชาวจีนที่มาอยู่เมืองไทยซึ่งมีผลต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง , เรื่องราวในสมัยรัชการที่ 5 ที่มีการเปลี่ยนแปลงประเทศไปมหาศาล , เรื่องราวของประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีเนื้อหาเข้มข้น , เหตุการณ์ที่จอมพล ป. พิบูลย์สงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง , ผลกระทบจากสงครามเย็น ที่ทำให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในไทย อเมริกายังช่วยให้เงินอุดหนุนไทยจำนวนมาก , การเกิดขึ้นของพรรคคอมมิวนิตส์ไทย และเหตุการณ์ที่นักศึกษาไปอยู่ป่าจนกระทั่ง พล.อ. เปรม ได้คลี่คลายปัญหาเหล่านี้ไปได้

                เรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศไทยคงไม่สามารถเล่าได้อย่างละเอียดด้วยการอ่านหนังสือสี่ร้อยกว่าหน้าเล่มนี้ แต่หนังสือสี่ร้อยกว่าหน้านี้ได้ทำให้เห็นภาพใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในมุมมองของชาวต่างชาติในหลายๆบริบทซึ่งทำให้เห็นในประวัติศาสตร์ไทยในอีกมุมมองหนึ่ง และเข้าใจในความเป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้
            
                                                                                   
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...

        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกคน อ่านแล้วจะเข้าใจคนไทย และประเทศไทยดียิ่งขึ้น
        2.Objective         -   ล่มนี้ควรอ่าน หนังสือประวัติศาสตร์ไทยเล่มนี้ ทำให้เห็นภาพกว้าง และตอบคำถามที่เราเองเคยสงสัยกับความเกี่ยวโยงต่างๆ จนมาเป็นประเทศไทยนี้
        3.Output             -   เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เข้าใจประเทศไทยดีขึ้น
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้คือ ประวัติศาสตร์ไทยเล่มนี้ให้มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยได้รับมาและทำให้เข้าใจประเทศไทยมากขึ้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention