สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 261 'ไฟในประวัติศาสตร์มนุษย์ : Catching Fire: How Cooking Made Us Human'
ISBN - 9789740208662
ผู้เขียน - Richard Walter Wrangham
ผู้แปล - ศิริรัตน์ ณ ระนอง
สำนักพิมพ์ - มติชน, สนพ.
จำนวนหน้า - 276 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2552 (ค.ศ.2009) ประเทศอเมริกา
คุณริชาร์ด แรงแฮม ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เป็นศาสตราจารย์ทางด้านมานุษยวิทยากายภาพที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเขียนหนังสือเล่มนี้โดยการหาข้อมูลที่ละเอียดยิบ เพื่อตอบคำถามที่เขาสงสัยเกี่ยวกับการนำไฟมาประกอบอาหาร โดยเริ่มค้นคว้าโดยอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ย้อนกลับไปตั้งแต่สามล้านปีก่อน ที่เริ่มมีไพรเมท(ลิงเอปที่เดินทรงตัวด้วยสองเท้าได้) และการประกอบอาหารด้วยไฟนี้สงผลอย่างไรจนมาเป็มนุษย์อย่างเราๆสมัยนี้
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2555 และก็ไม่ได้พิมพ์ซ้ำเลย ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือหายากเล่มหนึ่ง เราได้มาจากตลาดหนังสือมือสองได้ปุ๊กรีบจับมาอ่านเลย หนังสือประกอบด้วยเนื้อหาแปดบท เล่าตั้งแต่วิวัฒนาการตอนที่ไพรเมทเริ่มใช้ไฟ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของร่างกาย การเปรียบเทียบการรับประทานอาหารดิบกับสุก จนไปถึงวิทยาศาสตร์การย่อยอาหาร และสมมติฐานการนำอาหารไปใช้ของหลังจากการย่อยแล้ว รวมถึงมีการหยิบยกการทดลองทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายเพิ่มเติม
วิวัฒนาการเมื่อไพรเมท(ลิงเอป)ยืนขึ้นได้ด้วยสองเท้าและมีหลักฐานการใช้ไฟมาเมื่อสามล้านปีก่อน ผู้แต่มีข้อสงสัยว่าการกินอาหารดิบมีผลอย่างไรกับร่างกาย มีการทดลองกับมนุษย์ในการับประทานอาหารดิบโดยผลการทดลองทำให้น้ำหนักลด และยังมีการวิจัยว่าทำให้ระบบการสืบพันธุ์ด้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลของชนเผ่าต่างๆที่ยังรับประทานอาหารดิบจากหลายๆแห่งในโลก ซึ่งก็ให้ผลคล้ายกับการทดลองคือการเจริญพันธุ์ไม่ดี อ่อนแอและได้รับพลังงานในการรับประทานอาการดิบน้อยกว่าอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
ร่างกายของมนุษย์ก็เช่นกันที่แตกต่างกับไพรเมทในหลายจุด ได้แก่มีกรามที่เล็กกว่า ฟันซี่เล็กกว่า กระเพาะอาหารเล็กกว่าถึง 97% รวมถึงระบบลำไส้ที่เล็กและสั้นกว่า นั่นหมายความว่ามนุษย์รับประทานอาการที่นุ่มกว่า ย่อยง่ายกว่าและเร็วกว่า ไม่ต้องสะสมอาหารไว้ที่ภายในร่างกายน้อยกว่า ที่จริงแล้วอาหารจำพวกแป้งที่ดิบและเมื่อทำสุกมีแคลลอรี่เท่ากันเมื่อมีน้ำหนักตั้งต้นเท่ากัน แต่เมื่อมนุษย์รับประทานแป้งดิบเข้าไปแล้วแป้งดิบที่ผ่านลำไส้ออกมาแล้วมีส่วนที่ไม่ย่อยจำนวนมาก แตกต่างแป้งสุกที่มีการเปลี่ยนโมเลกุลจากความร้อนให้กลายเป็นเจลาติน ซึ่งทำให้ตัวแป้งอ่อนนุ่มรับประทานง่ายและถูกย่อยได้ง่ายหลงเหลือหลังจากผ่านลำไส้น้อยกว่ามาก และความร้อนยังทำให้อนุภาคของโปรตีนเช่นเนื้อสัตว์และไข่ขยายตัว ซึ่งทำให้ผ่านการย่อยที่กระเพาะอาหารได้เร็วขึ้นและสุดท้ายสารอาการถูกดูดซึมผ่านลำไส้เล็กได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงทางร่างการเมื่อมนุษย์ใช้ไฟ , การใช้ไฟทำให้อาหารอ่อนนุ่มทำให้เด็กๆไม่ต้องอยู่กับคุณแม่ เมื่อทารกเริ่มรับประทานอาหารอ่อนนุ่มได้ , ร่างกายใช้พลังงานอย่างไร และวิธีการคำนวนพลังงานของอาหารที่รับประทานเข้าไป
เป็นเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ที่เน้นค้นหาสาเหตุของวิวัฒนาการจากมนุษย์ลิงฮาบีลีนจนกระทั่งเป็นโฮโมเซเปียนหลังเริ่มรับประทานอาหารสุก อาหารที่สุกส่งผลมากมายในเรื่องวิวัฒนาการทางด้านร่างกาย การดูดซึมสารอาหาร และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จนทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านความคิด ชีวิตความเป็นอยู่ และการสื่อสาร
เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่สนใจและต้องการค้นหาการเปลี่ยนแปลงเมื่อเริ่มมีการปรุงอาหารด้วยไฟ
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน ผู้แต่งมีความรู้มาก เขาค้นหาทุกแง่มุมที่จะตอบคำถามในเรื่องที่เขาสงสัย ถึงที่มาของการใช้ไฟปรุงอาหาร รวมถึงวิวัฒนการหลังจากมีการรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยไฟ
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ได้ความรู้เรื่องการย่อยอาการในร่างการตัวเองเยอะเลย
4.Key - กุญแจของเล่มนี้คือ การลดเวลาการบดเคี้ยวอาหารดิบรวมถึงเวลาของการย่อยอาหารดิบ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวิวัฒนาการของมนุษย์ในอดีต

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น