ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.12 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...วิชารู้รอบ Range : Why Generalists Triumph in a Specialized World

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 12 'วิชารู้รอบ Range : Why Generalists Triumph in a Specialized World'

                    ISBN              9786168266182 
                   ผู้เขียน            -David Epstein (เดวิด เอปสตีน)
                   ผู้เขียน            -ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
                    สำนักพิมพ์     -Salt, สนพ.
                    จำนวนหน้า    - 392 หน้า
                    ตีพิมพ์ครั้งที่1 -ปี 2562 (อเมริกา)

                หนังสือยอดฮิตในช่วงเวลา1ปีที่ผ่านมา เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้จบเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ได้เผลอฟังรีวิวไปนิดหน่อยแต่ไม่ได้ดูว่าเป็นเล่มไหน แต่ด้วยกระแสที่แรงจึงได้จัดการซื้อเล่มนี้มาเป็นเจ้าของ แนวทางหลักของเล่มนี้คือการชูประเด็นว่าคนที่เก่งมากๆๆๆๆ ด้านเดียว ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้อาจจะทำงาน ประสบความสำเร็จ เอาตัวรอด สู้คนที่เก่งหลายๆด้านแล้วค่อยมาเน้นศาสตร์แขนงที่เชี่ยวชาญหลักด้านหนึ่ง ไม่ได้แล้ว ผู้เขียนเน้นให้รู้ว่า Generalist(คนที่รู้กว้างๆรู้ในหลายๆเรื่องทำงานได้หลายๆอย่าง) จะเป็นอนาคตของโลกนี้ ที่ดีกว่า Specialist(ผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องมากๆลึก เรื่องนั้นๆ)

                เริ่มต้นเล่มเปิดหัวด้วยความเก่งกาจของนักกอล์ฟระดับตำนาน ไทเกอร์ วู้ด ตั้งแต่ 6เดือนคุณพ่อให้จับไม้พัต เด็กอายุ 3 ขวบเริ่มเล่นกอล์ฟ ทุกๆลมหายใจของ ไทเกอร์ วู้ด เป็นการเล่นกอล์ฟ และสุดท้ายได้เป็นนักกอล์ฟอันดับหนึ่งของโลก ส่วนอีกคนนึง คือ รอเจอร์ เฟดเดอเรอร์ นักเทนนิสมือหนึ่งของโลก ในช่วงเวลาเดียวกัน ชีวิตของรอเจอร์แตกต่างกับไทเกอร์โดยสิ้นเชิง เขาเล่นกีฬาทุกประเภท ไม่เน้นกีฬาอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งอายุ 16ปีจึงเริ่มเล่นเทนนิสอย่างจริงจังอย่างเดียว ผลลัพธ์คือรอเจอร์ครองความยิ่งใหญ่ในระยะเวลายาวนานเป็น 10ปี แต่ไทเกอร์เมื่อพบกับปัญหาชีวิตของตัวเองแล้ว ก็หายไปจากวงการกอล์ฟเป็นสิบปีเลย นี่คือความแตกแต่ง ซึ่งในหนังสือยังมีตัวอย่างที่เป็นงานวิจัยอีกมากมายที่สนับสนุนในเรื่อง การเป็นคนรู้รอบดีกว่าการเป็นคนรู้อย่างเดียว

                มีตัวอย่างนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีอย่างเดียวตั้งแต่เด็ก แล้วหลังจากอายุ 20ปีการพัฒนาของเขาในช่วงนั้นกลับด้อยลง เมื่อเทียบกับนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่หลายคนในอดีตเขาเล่นเครื่องดนตรีหลากหลายกว่า จนกระทั่งให้เครื่องดนตรีเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขาเป็นคนเลือกเครื่องดนตรี เขาทำได้ดียาวนาน

                ยังมีตัวอย่างของจิตกรระดับโลก วินเซนต์ แวนโก๊ะ เค้าทำงานอะไรก็ล้มเหลว ทำงานศิลปะหลากหลาย ไม่มีคนสนใจ ชีวิตล้มเหลวมาตลอด แต่จากการทำงานศิลปะที่หลากหลายจนช่วงสุดท้ายของชีวิตเค้าได้สร้างงานศิลปะที่โดดเด่นไม่เหมือนใครจากประสบการณ์หลากหลายในการทำงาน ถึงแม้ในเวลานั้นงานศิลปะของแวนโก๊ะจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนยุคนั้น แต่งานศิลปะของเขาล้ำหน้าคนยุคนั้นไปอีกร้อยปี และเป็นที่โด่งดังในภายหลัง

                อีกตัวอย่างหนึง เป็นการแบ่งกลุ่มทดลองแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจและเชี่ยวชาญเรื่องนั้นโดยเฉพาะ อีกกลุ่มมีนักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญสาขาอื่นๆ โดยทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ได้คุยกัน ในการแก้ปัญหานี้ มีจุดๆนึงที่เป็นจุดที่เป็นปัญหา ทางกลุ่มที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้สังเกตุเห็นจุดที่มีปัญหาและแก้ไขได้ใน 2 อาทิตย์ ด้วยการที่มีความหลากหลายในสาขาวิชาชีพจึงได้เห็นจุดปัญหานี้ก่อน ส่วนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่องกว่าจะแก้ปัญหาได้ต้องใช้เวลามากกว่ากลุ่มหลากหลายวิชาชีพ นานกว่าหลายอาทิตย์

                ในหนังสือมีตัวอย่างเคสแบบนี้เยอะมากนับรวมได้หลายสิบเคสที่จะมาชี้ให้เห็นว่าการรู้รอบนั้นมีประโยชน์มากมาย และเล็งเห็นว่าการเป็นผู้ที่รอบรู้จะได้เปรียบมากในการทำงาน การตัดสินใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ปัญหาในสภาวะวิกฤติ และในเล่มยังมีตัวอย่างของผู้นำองค์กรสูงสุดที่เป็นผู้รอบรู้ เล่มนี้อ่านเพลิน ตัวอย่างมากมาย การเล่าเรื่องชีวิตของผู้เป็นตัวอย่างไหลลื่น น่าสนุกน่าติดตาม ปิดท้ายในแต่ละเคสด้วยบทสรุปที่ชัดเจน น่าอ่านเป็นอย่างยิ่ง

                หนังสือเล่มแรกที่เขียนโดย คุณDavid Epstein ที่ชื่อว่ายอดมนุษย์นักกีฬา มหัศจรรย์พันธุกรรมหรือสัจธรรมการซ้อม : The Sports Gene มีรีวิวแล้ว

                สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะที่สุดกับคุณพ่อ คุณแม่ ครูอาจารย์ที่จะวางแนวทางให้กับเด็กที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต การที่เป็นผู้รอบรู้ แล้วเป็นเน้นความเก่งเฉพาะด้านในภายหลัง รวมถึงคนที่อยู่ในวัยทำงานการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้รอบรู้หลายด้านในตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป 
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆ ในเล่มอธิบายเล่าเรื่อง และชักจูงความคิดให้เห็นความสำคัญของการรอบรู้หลายด้าน และเราเองก็เชื่อแบบนั้นว่ามันหมดยุคของผู้เชี่ยวชาญทางด้านใดด้านหนึ่งแล้ว
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ทำให้เราเปิดมุมมองในการศึกษาหาความรู้ เพิ่มพูนความรู้ในแขนงอื่นๆ เป็นแรงผลักดันที่ดีทีเดียว รวมถึงได้พัฒนาให้คนรอบข้างได้เห็นประโยชน์ของการรอบรู้หลายด้าน การรอบรู้หลายด้านทำให้ไม่กดดันพวกเขามากเกินไป พวกเขาอยากทำอะไรขอให้มีประโยชน์ก็จะส่งผลดีกับพวกเขา
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ มาเป็นผู้รู้รอบกันเถอะ ดีแน่นอน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention