NO.179 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ยอดมนุษย์นักกีฬา มหัศจรรย์พันธุกรรมหรือสัจธรรมการซ้อม : The Sports Gene
สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 179 'ยอดมนุษย์นักกีฬา มหัศจรรย์พันธุกรรมหรือสัจธรรมการซ้อม : The Sports Gene'
ผู้เขียน - David Epstein (เดวิด เอปสตีน)
ผู้แปล - ธัญญารัตน์ ดอกสน
สำนักพิมพ์ - SALT , สนพ.
จำนวนหน้า - 472 หน้า
พิมพ์ครั้งแรก - พ.ศ. 2556 (ค.ศ.2013) ประเทศอเมริกา
เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้พลังในการอ่านเยอะมาก นั่นเป็นเพราะเนื้อหาของหนังสือมีความอัดแน่นสุดๆ เป็นเหมือนตำราเล่มหนึ่ง The Sport Gene เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกของคุณDavid Epstein แต่ปรากฎว่าเราเคยอ่านหนังสือที่คุณDavid Epstein เขียนแล้วเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าเล่มนี้ นั่นคือ Range (วิชารอบรู้) ซึ่งเคยทำรีวิวไปแล้ว เล่ม Range อ่านสนุกมากๆเลย พอได้มาอ่านเล่มนี้ก็สนุกไม่แพ้กันเนื้อหาเข้มข้นมากๆ คุณDavid Epstein เป็นคอลัมนิสต์ที่ นิตยสาร Sport Illustrated ซึ่งได้สัมภาษณ์นักกีฬา นักทำวิจัยเกี่ยวกับกีฬามากมายนับร้อยเรื่อง
หลังจากหนังสือเล่มนี้ออกวางจำหน่าย ได้มีประเด็นให้ถกเถียงในเรื่องการปฎิเสธ งานวิจัยของคุณ เค. แอนเดอรส์ อีริกส์สัน ที่เป็นผู้เสนอกฎ 10,000 ชั่วโมง (กฎที่บอกว่าถ้าหากใครก็ตามที่ฝึกฝนในเรื่องๆเดียวเป็นเวลาต่อเนื่องจนนับชั่วโมงได้ 10,000 ชั่วโมง หลักจากนั้นคนผู้นั้นจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ตัวอย่างเช่น วงเดอะบีทเทิลส์ และนักดนตรีในอดีตหลายๆท่าน) ซึ่งทางคุณDavid Epstein ได้ทำการรวบรวมหลักฐานมากๆมายว่า นักกีฬาหลายๆต่อหลายคนมีอะไรที่มากกว่าการฝึกซ้อมในระดับ 10,000 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะเป็นรูปร่างของนักกีฬา ยีนพิเศษบางชนิด การมีสายตาระดับพิเศษ เป็นต้น
โครงสร้างของหนังสือ ประกอบด้วยบทที่มีลักษณะยาว 10-20 หน้า มีทั้งหมด 16บท อย่างที่แจ้งไว้ แต่ละบทอัดแน่นด้วยข้อมุล มีชื่อผู้ทำงานและทีมงานวิจัย ช่วงปีที่ทำงานวิจัย หลักการจดบันทึก เนื้อหาทั้งสนุกทั้งตื่นเต้น
คุณDavid Epstein เปิดเนื้อหาจากการให้นักขว้างลูกซอฟท์บอลหญิง(ลูกขนาดใหญ่กว่าเบสบอล)ที่เก่งคนหนึ่ง ขว้างซอฟท์บอลในระยะที่ใกล้เข้ามากว่าปกติ และให้นักตีลูกเบสบอลระดับมืออาชีพหลายคนตีลูกซอฟท์บอลที่ว่า ผลปรากฎว่าไม่มีใครที่สามารถตีลูกซอฟท์บอลได้เลย คำถามคือว่าทำไมถึงตีไม่ถูกลูกบอล? พักคำตอบเรื่องนี้ไว้ก่อน เปลี่ยนมาที่การทดลองอีกสองเรื่อง เรื่องแรกมีการทดลองนำรูปภาพขณะฝั่งทีมรุกของนักกีฬาวอลเลย์บอลกำลังตบลูกวอลเลย์บอลเหนือตาข่ายและให้นักวอลเลย์บอลทายว่ารูปถัดไปในการเล่นรอบนี้ลูกวอลเลย์บอลจะอยู่ในกรอบหรือไม่ ผลปรากฎว่านักวอลเลย์บอลมืออาชีพดีกรีทีมชาติสามารถตอบได้ถูกต้องทั้งหมด ส่วนนักวอลเลย์บอลมือใหม่ตอบผิดซะส่วนใหญ่ อีกการทดลองนึงให้นักกีฬาหมากรุกดูกระดานหมากรุกเป็นเวลา 5วินาที และให้พวกเขานำหมากรุกไปเรียงบนกระดานหมากรุกจากกระดานเปล่าให้เหมือนภาพที่ได้เห็นมา 5วินาที ผลปรากฎว่านักกีฬาระดับแกรนด์มาสเตอร์สามารเรียงได้ถูกต้องเกิน 90% แต่นักกีฬาหมากรุกมือสมัครเล่นแทบจะเรียงให้ตรงตามภาพที่เห็นไม่ได้เลย แม้กระทั่งเพิ่มเวลาดูกระดานให้กับมือสมัครเล่นแล้วก็ยังทำไม่ได้เลย สาเหตุที่นักกีฬามืออาชีพทำการทดสอบได้ดีกว่านักกีฬาสมัครเล่นมาก สาเหตุหนึ่งนั่นเป็นเพราะกฎ 10,000 ชั่วโมง ที่นักกีฬามืออาชีพมีการฝึกฝน มีประสบการณ์มากกว่านักกีฬาสมัครเล่นเป็นอย่างมาก ทำให้พวกนักกีฬามืออาชีพสามารถคาดเดาและจำรูปแบบได้ ซึ่งในนักกีฬาแบดมินตันพวกเขาจะสังเกตต้นแขนของฝ่ายตรงข้าม นักกีฬาเบสบอลเขาจะสังเกตหัวไหล่ของฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น
กลับมาที่คำตอบของกรณีการขว้างและการตีซอฟท์บอลคือความสามารถและระยะเวลาในการมองเห็นและการสั่งการ ซึ่งมีการวัดหาค่าทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าหลังจากเห็นภาพ ภาพและภาพจะถูกส่งไปที่สมอง และจากสมองสั่งการให้มีการขยับแขนในการตีลูกบอล มีระยะเวลามาตรอยู่ที่ 200มิลลิวินาที หรือ 1ใน5 วินาที โดยที่ในระยะที่ทำการทดลองตีลูกซอฟท์บอลนั้นเป็นระยะเวลาที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นแล้วสั่งการแขนให้เหวี่ยงตีได้ทัน ดังนั้นสายตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับนักกีฬา ที่เห็นได้ชัดเจนคือกีฬาเบสบอล กีฬาเทนนิส รวมไปถึงกีฬาฟุตบอลบ้าง กลับมาที่การแข่งขันเบสบอลมีนักวิจัยทีมเบสบอลระดับอาชีพของอเมริกา พวกเขาคนพบว่านักเบสบอลเหล่านี้มีสายตาระดับดีเยี่ยม ซึ่งจะอยู่ใน 1 ใน 5000 คน นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าถึงแม้พวกคุณจะฝึกให้ได้ 10,000 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น มันยังมีปัจจัยที่นอกเหนือจากการฝึกฝนที่พิเศษมากๆสำหรับนักกีฬาที่เก่งกาจนั่นเอง นี่เป็นแค่เนื้อหาเสี้ยวน้อยๆเสี้ยวหนึ่งในเล่ม ถ้าเป็นนักกีฬาหรือผู้สนใจในเรื่องนี้ควรต้องอ่าน
กลับมาที่คำตอบของกรณีการขว้างและการตีซอฟท์บอลคือความสามารถและระยะเวลาในการมองเห็นและการสั่งการ ซึ่งมีการวัดหาค่าทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าหลังจากเห็นภาพ ภาพและภาพจะถูกส่งไปที่สมอง และจากสมองสั่งการให้มีการขยับแขนในการตีลูกบอล มีระยะเวลามาตรอยู่ที่ 200มิลลิวินาที หรือ 1ใน5 วินาที โดยที่ในระยะที่ทำการทดลองตีลูกซอฟท์บอลนั้นเป็นระยะเวลาที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นแล้วสั่งการแขนให้เหวี่ยงตีได้ทัน ดังนั้นสายตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับนักกีฬา ที่เห็นได้ชัดเจนคือกีฬาเบสบอล กีฬาเทนนิส รวมไปถึงกีฬาฟุตบอลบ้าง กลับมาที่การแข่งขันเบสบอลมีนักวิจัยทีมเบสบอลระดับอาชีพของอเมริกา พวกเขาคนพบว่านักเบสบอลเหล่านี้มีสายตาระดับดีเยี่ยม ซึ่งจะอยู่ใน 1 ใน 5000 คน นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าถึงแม้พวกคุณจะฝึกให้ได้ 10,000 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น มันยังมีปัจจัยที่นอกเหนือจากการฝึกฝนที่พิเศษมากๆสำหรับนักกีฬาที่เก่งกาจนั่นเอง นี่เป็นแค่เนื้อหาเสี้ยวน้อยๆเสี้ยวหนึ่งในเล่ม ถ้าเป็นนักกีฬาหรือผู้สนใจในเรื่องนี้ควรต้องอ่าน
เป็นเนื้อหาที่อิงวิทยาศาสตร์ทางกีฬา ซึ่งก็จะเกี่ยวโยงกับทางการแพทย์ เนื้อหาแน่นปึ๊ก และสามารถตอบคำถามได้ว่าทำไมการฝึกอย่างหนักถึงขั้น 10,000ชั่วโมง ก็ยังคงไม่พอที่จะทำให้เป็นสุดยอดนักกีฬาได้ นักกีฬาและผู้สนใจต้องอ่านเล่มหนังสือเล่มนี้
สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
B - Book reader - หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
O - Objective - อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
O - Output - อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
K - Key - อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง
1.Book reader - หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับทุกๆคน โดยเฉพาะนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสายงานด้านกีฬา ครูผู้ฝึกสอน
2.Objective - เล่มนี้ควรอ่าน เนื้อหาแน่น ข้อมูลปึ๊ก อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างชัดเจน
3.Output - เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว ต้องยอมรับความพิเศษของแต่ละบุคคล แต่การฝึกซ้อมก็ยังจำเป็นอยู่
4.Key - กุญแจของเล่มนี้ ถ้าหากรู้ข้อได้เปรียบจากยีนที่พิเศษอย่างถูกต้องและค้นพบได้เร็ว และสนับสนุนไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทำให้บุคคลนั้นๆประสบความสำเร็จได้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น