สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 75 'ลัทธิโยคีและมายาศาสตร์'
หนังสือเล่มนี้ หลวงวิจิตรวาทการ ได้เขียนเรื่องราวต่อเนื่องจากหนังสือจิตตานุภาพ โดยเล่มนี้จะเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่เกี่ยวกับจิตเช่นกันซึ่งเป็นศาสตร์เก่าแก่ โดยที่เก่าแก่พุทธศาสนาถอยหลังไปอีก หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือรวมบทความเรื่องลัทธิโยคีที่เขียนเป็นตอนๆ ในหนัสือพิมพ์ดวงประทีป แต่เขียนไม่จบ หลังจกาที่ได้พบกับนักเรียนโยคีตัวจริงจากอินเดีย ทางหลวงวิจิตรวาทการ จึงได้รวบรวมงานเขียน บทสัมภาษณ์ และเพิ่มตอนพิเศษตอนมายาศาสตร์เข้าไปด้วย รวมจนเป็นหนึ่งเล่ม
โยคี ที่เป็นศัพท์โบราณเรียกว่า โยค(อ่านว่าโยคะ) คำว่าโยค นั้นหมายถึง การผูก, การเกี่ยวข้อง, ความพยายาม, ความตั้งใจจริง, การสงบตัว, การเพ่งเล็งแน่วแน่, บำเพ็ญใจ และเป็นวิชาที่สอนที่วิญญาณของคนเพื่อรวมเป็นหนึ่ง ความสนใจของหลวงวิจิตรวาทการ อยู่ที่ว่าศาสตร์ของโยคีกับธรรมะของทางพระพุทธศาสนาขัดกันหรือไม่ เมื่อพิจารณาแล้วไม่ได้ขัดกันไปในทางเดียวกันเสียด้วยแต่อาจจะมีรายละเอียดต่างกันนิดหน่อย คือโยคีไม่ได้สอนให้หลุดพ้นเพื่อไปนิพพานในแบบที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ โยคีเชื่อว่าดวงจิตเมื่อหลุดออกจากร่างกายไม่ได้ดับสูญ เพียงแต่หาที่อยู่ใหม่ไปเรื่อยๆ
โยคี ถือว่าตัวมนุษย์เรามี 7 ชั้น โดยดวงวิญญาณอยู่ชั้นในสุดและมีส่วนต่างๆห่อหุ้มหนาไปเรื่อยๆ ชั้นนอกสุดคือร่างกาย โดยเรียงเป็นแบบนี้ ชั้นนอกสุด ไปชั้นในสุด ได้แก่ (1)ร่างกาย (2)เจตภูตหรือกายทิพย์ (3)ปราณ (4)สัญญา (5)ปัญญา (6)ดวงจิต และ(7)วิญญาณ
- ร่างกาย คือ กายหยาบของพวกเราที่มีเนื้อหนังอวัยวะ เมื่อตายไปร่างกายก็จะหลุดออก เป็นชั้นถัดไป ตามความเชื่อของโยคี คนที่ตายไปแล้วด้วยวิญญาณจะไม่ได้แตกสลายแต่จะวนเวียนแล้วก็หาจุดในการเกิดใหม่อีกครั้ง ชาวโยคีจึงไม่ค่อยกลัวความตาย
- เจตภูตหรือกายทิพย์ คือ สิ่งที่เราๆเรียกว่าวิญญาณ ซึ่งคนที่จะมองเห็นวิญญาณได้ต้องมีวิชาโยคีขึ้นสูง รูปร่างก็จะคล้ายควันสีเทาเลือนลาง
- ปราณ คือ กำลังที่คนเราใช้ขับเคลื่อนร่างกาย ปราณสามารถถ่ายทอดให้กันได้
- สัญญา คือ สิ่งที่เป็นสัญญาคล้ายๆกับทางพุทธ นั่นก็คือความรู้สึก หรือสัณชาติญาณ เป็นสิ่งที่เคยทำแล้วสามารถทำเองอัตโนมัติ เช่นหิวก็กิน
- ปัญญา คือ สิ่งที่คิดหาเหตุผล คิดค้นหาความรู้
- จิต หรือดวงจิต คือ ความคิดความมุ่งมั่น การตั้งมั่นในการมีชีวิตอยู่
- วิญญาณ คือ สิ่งที่เป็นควบคุมจิตอีกที เป็นศูนย์รวมและเป็นสิ่งที่อยู่ภายในที่สุด เป็นสิ่งที่เหลืออยู่สุดท้ายหลังจากได้ตายไปแล้ว
ในทางพุทธเราถือว่าจิตและวิญญาณที่ทางโยคีได้แยกจากกัน ทางพุทธเรารวมกันจิตและวิญญาณนั้นในทางพุทธถ้าดับก็ดับไปทั่งคู่ และไม่สามารถล่องลอยไปไหนได้อีก
หลังจากได้รับรู้ส่วนประกอบของมนุษย์สำหรับสำหรับวิชาโยคีแล้ว โยคีมีวิชาพิเศษอีกหลายอย่าง ได้แก่เจโตปริยญาณ ทิพยจักษุ ทิพยโสต การสะกดดวงจิต การสร้างเสน่ห์ แต่ก่อนทีจะมีพลังพิเศษแบบนี้ได้ จะต้องรู้จักกระแสในตัวคน และกระแสในความคิดเสียก่อน ในหนังสือมีอธิบายไว้ค่อนข้างเยอะ
ภาคผนวก เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่หลวงวิจิตรวาทการได้พบกับ คุณปิยเรส ในปี พ.ศ.2474 ซึ่งตอนนั้นคุณปิยเรส ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ได้เรียนวิชาโยคี ได้บวชเป็นพระ ได้ศึกษาวิชาแพทย์จากประเทศอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมาก ดังนั้นจึงสนทนากับหลวงวิจิตรวาทการ ได้สนุกสนาน รายละเอียด คำถาม คำตอบได้กระจ่างแจ้ง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น