สวัสดีเพื่อนนักอ่าน
เล่มที่ 87 'ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้'
หนังสือเล่มนี้หน้าปกน่าสนใจมาก และจะมีหนังสืออีกเล่มที่หน้าปกคล้ายๆกัน ทำให้เข้าใจว่าอาจจะเป็นเนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน แต่ที่จริงแล้วมาจากนักเขียนคนละท่านและเนื้อหาไม่ได้ต่อเนื่องกัน(ทั้งสองเล่มเป็นสำนักพิมพ์เดียวกัน) มาเล่าถึงหนึงสือเล่มนี้กัน คุณฮิโรมิ ผู้ที่เริ่มทำหน้าที่โค้ชหลังจากเธอออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูก เธอมีประสบการในการทำงานเป็นระดับผู้จัดการสาขาโรงเรียนสอนพิเศษภาษาอังกฤษชื่อดังของญี่ปุ่น เธอต้องย้ายไปทำงานเกือบทั่วญี่ปุ่น ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาขาที่กำลังย่ำแย่ ยอดขายตก ที่จริงแล้วเธอกำลังสนุกกับงานเลยทีเดียว แต่เธอต้องออกจากงานเนื่องจากเธอต้องการเลี้ยงลูกให้ดี เธอมีความฝันเล็กๆที่อยากเป็นนักร้อง แต่เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ปัจจุบัน(ขณะที่เขียนหนังสือเล่มนี้)เธอเปิดคอร์สสอนให้คุณแม่มาแล้วมากกว่า 150 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่าห้าหมื่นคน ในเวลา 11ปีที่ผ่านมา
คุณฮิโรมิ เขียนหนังสือเกี่ยวกับคุณแม่มาแล้ว 7 เล่ม และเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่เธอเขียนเกี่ยวกับหน้งสือธุรกิจ เธอบอกว่าเธอเป็นคนง่ายๆ ดังนั้นหลักการของเธอก็เป็นหลักการง่ายๆเช่นกัน เธอเน้นคำว่า "รู้แล้ว" กับคำว่า "ทำได้แล้ว" นั้นต่างกัน อ่านหนังสือคงได้แต่รู้แล้ว แต่คุณฮิโรมิอยากให้ทุกๆคนที่อ่านหนังสือได้ทำตามทำตามเล็กๆน้อย ทำเป็นประจำจนทำเป็นผลสำเร็จ หนังสือมีเนื้อหา+กับการ์ตูนสั้นเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น อ่านแล้วเพลินดี
เข้าเล่มกัน บทที่ 1 คุณฮิโรมิชี้ให้เห็นว่าทุกๆคนมีพฤติกรรมที่ต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกก็ต่างกัน การยอมรับความแตกต่างได้นั้นทำให้ปัญหาเกิดขึ้นน้อยลง เมื่อมองเห็นรูปแบบของผู้อื่นแล้วเราต้องยอมรับตัวเอง รู้จักตัวเองให้มากขึ้น ในบทที่ 2 เมื่อรู้จักตัวเองและผู้อื่นแล้ว มีปัญหาตรงไหนควรจะสื่อสารกันให้ชัดเจน ต้องทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกของเราและรับรู้ถึงความรู้ถึงคุณค่าที่เขาทำให้กับเรา
บทที่ 3 ใช้จุดแข็งเพื่อเพิ่มพลังทีมเวิร์ค อันดับแรกคือการพุ่งเป้าหมายให้ตรงกัน รู้จักใช้จุดแข็งของกันและกัน ไม่ใช่เพียงใช้แต่ความคิดของตัวเองนั่นจะทำให้เกิดปัญหา และทุกๆจุดแข็งย่อมมีจุดอ่อน การยอมรับจุดอ่อนน้้นทำให้ทีมเข้าใจและมีพลังของทีมขึ้นเป็นเท่าตัวเลย ท้ายบทที่ 3 มีแบบฝึกหัดหาจุดแข็งของตัวเองด้วย จุดแข็งที่ว่านี้ให้ตัดสินด้วยตัวเอง และให้ตัดสินด้วยคนใกล้ชิดอย่างน้อย 3 คน จุดแข็งที่คนใกล้ชิดเห็นว่ามีแต่เราคิดว่าไม่มีนั้น เป็น จุดแข็งที่ตัวเราไม่รู้ตัว ส่วนจุดแข็งที่เราคิดว่ามีแต่คนอื่นคิดว่าไม่มีคือ จุดแข็งที่คนอื่นๆยังไม่รู้
บทที่ 4 เปิดโอกาสให้ตัวเองสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องแรกที่ต้องจัดการคือการคิดเองเออเอง เรื่องบางเราคนเราชอบคิดกันไปก่อนว่าคงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งๆที่การตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่ขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย ดังนั้นไม่ว่าเหตุการณ์ไหนให้เราสอบถามไปเลย แล้วให้การตัดสินใจเป็นของอีกฝ่าย รวมถึงการพูดคุยกันการพูด No...But ให้เปลี่ยนเป็นพูดว่า Yes...And ซึ่งจะดูนุ่มนวลกว่า ที่สำคัญความรักคือบูมเมอร์แรง ก่อนจะได้ความรักจากผู้อื่น เราต้องขว้างบูมเมอร์แรงความรักไปก่อนถึงจะมีความรักตอบกลับมา
บทที่ 5 อยู่กับอารมณ์กับความรู้สึกให้เป็น คุณฮิโรมิเน้นเรื่องความโกรธเป็นเรื่องหลัก คุณฮิโรมิให้แยกออกมาว่าความโกรธเป็นอารมณ์รองที่เกิดจากความผิดหวัง เสียใจจากอารณม์หลัก ดังนั้นตัดอารมณ์โกรธออกแล้วกลับมาดูสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เมื่อต้องการจะสื่อสารให้สื่อสารเฉพาะอารมณ์หลักเท่านั้น ทุกๆเหตุการณ์ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี แถมท้ายบทยังแนะนำวิธีลุกขึ้นจากความล้มเหลวด้วย
บทสุดท้าย อยู่กับตัวเอง ณ ปัจจุบัน ตัวอย่างที่คุณฮิโรมิคือตัวเธอเอง เธอเคยคิดวาดแผนการไว้ล่วงหน้าเยอะ และตั้งใจทำมากแต่มักจะไม่สำเร็จ เธอจึงยึดแนวคิดทำให้ดีที่สุดทุกๆวัน ทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะประสบความสำเร็จได้เอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น