ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

NO.87 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้

 

สวัสดีเพื่อนนักอ่าน

เล่มที่ 87 'ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้' 


                    ISBN                     - 9786163711083 
                    ผู้เขียน                   -  ฮิโรมิ ยามาซากิ (Hiromi Yamasaki)
                    ผู้แปล                    -  สกล โสภิตอาชาศักดิ์
    สำนักพิมพ์             -  Move Publishing, สนพ.
                    จำนวนหน้า            -  224 หน้า 
                    พิมพ์ครั้งแรก         -  ปี 2559 ญี่ปุ่น

                หนังสือเล่มนี้หน้าปกน่าสนใจมาก และจะมีหนังสืออีกเล่มที่หน้าปกคล้ายๆกัน ทำให้เข้าใจว่าอาจจะเป็นเนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน แต่ที่จริงแล้วมาจากนักเขียนคนละท่านและเนื้อหาไม่ได้ต่อเนื่องกัน(ทั้งสองเล่มเป็นสำนักพิมพ์เดียวกัน) มาเล่าถึงหนึงสือเล่มนี้กัน คุณฮิโรมิ ผู้ที่เริ่มทำหน้าที่โค้ชหลังจากเธอออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูก เธอมีประสบการในการทำงานเป็นระดับผู้จัดการสาขาโรงเรียนสอนพิเศษภาษาอังกฤษชื่อดังของญี่ปุ่น เธอต้องย้ายไปทำงานเกือบทั่วญี่ปุ่น ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาขาที่กำลังย่ำแย่ ยอดขายตก ที่จริงแล้วเธอกำลังสนุกกับงานเลยทีเดียว แต่เธอต้องออกจากงานเนื่องจากเธอต้องการเลี้ยงลูกให้ดี เธอมีความฝันเล็กๆที่อยากเป็นนักร้อง แต่เธอก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ปัจจุบัน(ขณะที่เขียนหนังสือเล่มนี้)เธอเปิดคอร์สสอนให้คุณแม่มาแล้วมากกว่า 150 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่าห้าหมื่นคน ในเวลา 11ปีที่ผ่านมา

                คุณฮิโรมิ เขียนหนังสือเกี่ยวกับคุณแม่มาแล้ว 7 เล่ม และเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่เธอเขียนเกี่ยวกับหน้งสือธุรกิจ เธอบอกว่าเธอเป็นคนง่ายๆ ดังนั้นหลักการของเธอก็เป็นหลักการง่ายๆเช่นกัน เธอเน้นคำว่า "รู้แล้ว" กับคำว่า "ทำได้แล้ว" นั้นต่างกัน อ่านหนังสือคงได้แต่รู้แล้ว แต่คุณฮิโรมิอยากให้ทุกๆคนที่อ่านหนังสือได้ทำตามทำตามเล็กๆน้อย ทำเป็นประจำจนทำเป็นผลสำเร็จ หนังสือมีเนื้อหา+กับการ์ตูนสั้นเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น อ่านแล้วเพลินดี

                เข้าเล่มกัน บทที่ 1 คุณฮิโรมิชี้ให้เห็นว่าทุกๆคนมีพฤติกรรมที่ต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกก็ต่างกัน การยอมรับความแตกต่างได้นั้นทำให้ปัญหาเกิดขึ้นน้อยลง เมื่อมองเห็นรูปแบบของผู้อื่นแล้วเราต้องยอมรับตัวเอง รู้จักตัวเองให้มากขึ้น ในบทที่ 2 เมื่อรู้จักตัวเองและผู้อื่นแล้ว มีปัญหาตรงไหนควรจะสื่อสารกันให้ชัดเจน ต้องทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรู้สึกของเราและรับรู้ถึงความรู้ถึงคุณค่าที่เขาทำให้กับเรา

                บทที่ 3 ใช้จุดแข็งเพื่อเพิ่มพลังทีมเวิร์ค อันดับแรกคือการพุ่งเป้าหมายให้ตรงกัน รู้จักใช้จุดแข็งของกันและกัน ไม่ใช่เพียงใช้แต่ความคิดของตัวเองนั่นจะทำให้เกิดปัญหา และทุกๆจุดแข็งย่อมมีจุดอ่อน การยอมรับจุดอ่อนน้้นทำให้ทีมเข้าใจและมีพลังของทีมขึ้นเป็นเท่าตัวเลย ท้ายบทที่ 3 มีแบบฝึกหัดหาจุดแข็งของตัวเองด้วย จุดแข็งที่ว่านี้ให้ตัดสินด้วยตัวเอง และให้ตัดสินด้วยคนใกล้ชิดอย่างน้อย 3 คน จุดแข็งที่คนใกล้ชิดเห็นว่ามีแต่เราคิดว่าไม่มีนั้น เป็น จุดแข็งที่ตัวเราไม่รู้ตัว ส่วนจุดแข็งที่เราคิดว่ามีแต่คนอื่นคิดว่าไม่มีคือ จุดแข็งที่คนอื่นๆยังไม่รู้ 

                บทที่ 4 เปิดโอกาสให้ตัวเองสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรื่องแรกที่ต้องจัดการคือการคิดเองเออเอง เรื่องบางเราคนเราชอบคิดกันไปก่อนว่าคงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งๆที่การตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่ขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย ดังนั้นไม่ว่าเหตุการณ์ไหนให้เราสอบถามไปเลย แล้วให้การตัดสินใจเป็นของอีกฝ่าย รวมถึงการพูดคุยกันการพูด No...But ให้เปลี่ยนเป็นพูดว่า Yes...And ซึ่งจะดูนุ่มนวลกว่า ที่สำคัญความรักคือบูมเมอร์แรง ก่อนจะได้ความรักจากผู้อื่น เราต้องขว้างบูมเมอร์แรงความรักไปก่อนถึงจะมีความรักตอบกลับมา

                บทที่ 5 อยู่กับอารมณ์กับความรู้สึกให้เป็น คุณฮิโรมิเน้นเรื่องความโกรธเป็นเรื่องหลัก คุณฮิโรมิให้แยกออกมาว่าความโกรธเป็นอารมณ์รองที่เกิดจากความผิดหวัง เสียใจจากอารณม์หลัก ดังนั้นตัดอารมณ์โกรธออกแล้วกลับมาดูสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เมื่อต้องการจะสื่อสารให้สื่อสารเฉพาะอารมณ์หลักเท่านั้น ทุกๆเหตุการณ์ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี แถมท้ายบทยังแนะนำวิธีลุกขึ้นจากความล้มเหลวด้วย

                บทสุดท้าย อยู่กับตัวเอง ณ ปัจจุบัน ตัวอย่างที่คุณฮิโรมิคือตัวเธอเอง เธอเคยคิดวาดแผนการไว้ล่วงหน้าเยอะ และตั้งใจทำมากแต่มักจะไม่สำเร็จ เธอจึงยึดแนวคิดทำให้ดีที่สุดทุกๆวัน ทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะประสบความสำเร็จได้เอง

   สี่เหลี่ยมมุมของหนังสือเล่มนี้...
        B    -    Book reader          -    หนังสือเล่มนั้นๆ เหมาะกับผู้อ่านประเภทไหน
        O    -    Objective               -    อ่านเพื่ออะไร ทำไมต้องอ่านเล่นนั้น
        O    -    Output                    -    อ่านแล้วชีวิตคนอ่านเปลี่ยนไปยังไง
        K    -    Key                          -    อ่านแล้วเราได้กุญแจชีวิตอะไรบ้าง

        1.Book reader    -    หนังสือที่ดีเล่มนี้เหมาะกับผู้อ่านทุกคน โดยเฉพาะกับคนที่รู้สึกอึดอัดในที่ทำงานหรือในครอบครัว
        2.Objective         -    ล่มนี้ควรอ่าน ง่ายอย่างที่คุณฮอิโรมิบอกไว้จริงๆ ลองทำดูครับ
        3.Output             -    เมื่ออ่านเล่มนี้แล้ว เข้าใจหลักของการอยู่กับ คนอื่นมากขึ้น รู้จักใช้คำพูดในสถานการณ์ต่างๆ
        4.Key                   -   กุญแจของเล่มนี้ ชอบคำพูดนี้ในเล่ม "อดีตกับคนอื่นนั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ตัวเองกับอนาคตเปลี่ยนแปลงได้"

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

NO.53 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อวยตัวเองยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด : BRAG BETTER

NO.94 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ปรัชญาชีวิตศาสตร์แห่งความสำเร็จ : The Napoleon Hill's Laws of Success

NO.148 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...รอสฮัลด์ : ROSSHALDE

NO.208 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...อย่าเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด Don't Believe Everything You Think

NO.222 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก อ.วีระ ธีรภัทร

NO.2 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เขียนแล้วรวย WRITE AND GLOW RICH

NO.161 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...เพลงขลุ่ยในฝัน : Strange News From Another Star and Other Stories

NO.251 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น NO HARD FEELINGS

NO.97 หนังสือสี่เหลี่ยมของ...คุณโทมาริ นักจัดบ้านด้วยการจัดใจ

NO.193 หนังสือสี่เหลี่ยมของ... ญี่ปุ่นป็อป จากประดิษฐกรรมแห่งฝันสู่มหาอำนาจทางจินตนาการ : Pure Invention